ข่าว

"บิ๊กหมง"ยื่นบอร์ดอำลาไออาร์พีซี "ณอคุณ"เสียบแทนยันไม่ใช่นอมินี

"บิ๊กหมง"ยื่นบอร์ดอำลาไออาร์พีซี "ณอคุณ"เสียบแทนยันไม่ใช่นอมินี

13 พ.ค. 2552

"บิ๊กหมง" ยื่นลาออกในที่ประชุมบอร์ดไออาร์พีซี ยันไม่มีการเมืองแทรกแซง อ้าง ปตท.มีนโยบายส่งลูกหม้อเข้ามาดูแลบริษัทลูกอย่างใกล้ชิด "ณอคุณ" นั่งประธานบอร์ดแทนตามคาด เสียงแข็งไม่ใช่นอมินีของใคร ประชุมบอร์ดอีกครั้ง 21 พฤษภาคมนี้

 พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งมีผลทำให้พ้นจากตำแหน่งอื่นๆ ในบริษัทด้วยในทันที และขอยืนยันว่าการลาออกไม่มีปัญหาการเมืองเข้ามาแทรกแซง อีกทั้งไม่รู้สึกน้อยใจ เพราะอยู่ในตำแหน่งนี้มาถึง 6 ปีแล้ว ส่วนเหตุผลที่ตัดใจลาออก เนื่องจากนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งว่า ต้องการให้ตำแหน่งประธานกรรมการในบริษัทลูกของ ปตท. เป็นบุคคลที่มาจาก ปตท.เอง

 ด้านนายณอคุณ กล่าวว่า ปตท.มีนโยบายกำกับดูแลบริษัทในเครืออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่าง ปตท.กับบริษัทลูก การลาออกของพล.อ.มงคลไม่มีการเมืองแทรกแซง ขณะที่กรรมการส่วนใหญ่มีมติเลือกตนเป็นประธานกรรมการคนใหม่ และได้เสนอให้พล.อ.มงคล ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของบริษัทด้วย นอกจากนี้ ตนก็ไม่ใช่นอมินีของใคร และเป็นเรื่องธุรกิจอย่างแท้จริง เนื่องจากได้รับมอบหมายจาก ปตท.ในฐานะประธานกรรมการให้มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการไออาร์พีซีอีกตำแหน่ง โดยไม่มีวาระ

 ทั้งนี้ ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมบอร์ดอีกครั้งเพื่อพิจารณาวาระอื่นๆ โดยเฉพาะการแต่งตั้งกรรมการที่ยังว่างอีก 1 คน ส่วนการบริหารงานในไออาร์พีซีนั้น นายณอคุณกล่าวว่า จะเชิญผู้มีประสบการณ์จากปตท.ให้มาช่วยทำแผนฟื้นฟูกิจการ และทำให้ไออาร์พีซีดีขึ้น

 ด้านสหภาพแรงงานผู้บริหารไออาร์พีซี ออกแถลงการณ์โดยระบุว่าตามที่สื่อต่างๆ รายงานการปรับเปลี่ยนประธานกรรมการบริษัทไออาร์พีซี มีการกล่าวอ้างว่าสหภาพจะเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนั้น ขอชี้แจงและแถลงจุดยืนของสหภาพให้สมาชิก เพื่อนพนักงาน และสาธารณชนได้รับทราบว่า มิได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านหรือกดดัน หรือสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้เพื่อนสมาชิกและพนักงานได้ติดตามข่าวสารจากสหภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี นำข่าวสารไปทำให้เกิดความแตกแยกและชักนำไปในทางที่ไม่เป็นผลดีต่อองค์กร