ข่าว

วัตถุประสงค์แอบแฝงของอิหร่าน

วัตถุประสงค์แอบแฝงของอิหร่าน

13 พ.ค. 2552

หลังจากที่เกาะติดข่าวมาตลอดด้วยความเป็นห่วง ในที่สุดดิฉันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ทราบว่า ร็อกซานา ซาเบรี นักข่าวสาวแสนสวย ลูกครึ่งอเมริกัน-อิหร่าน วัย 31 ปี ที่ถูกทางการเตหะรานจับกุมตัวในข้อหาเป็นจารชนได้รับการปล่อยตัวแล้ว

 ซาเบรีถูกจับกุมในช่วงปลายเดือนมกราคม หลังจากใบอนุญาตหมดอายุขณะที่เธอกำลังทำข่าวอยู่ในอิหร่าน เธอถูกตั้งข้อหาเป็นสายลับให้อเมริกา ซึ่งมีบทลงโทษถึงประหารชีวิต แต่ภายหลังจากที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกอยู่นานหลายเดือน ศาลอุทธรณ์อิหร่านก็สั่งลดโทษซาเบรีจากจำคุก 8 ปี เหลือแค่รอลงอาญา 2 ปี พร้อมกับห้ามมาทำข่าวในอิหร่าน 5 ปี ท่ามกลางความดีอกดีใจของครอบครัว

 ทำเนียบขาวแถลงว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา ชื่นชมต่อความมีมนุษยธรรมของทางการอิหร่าน และมองว่าการปล่อยตัวซาเบรีจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์สองประเทศคู่อรินี้ให้ดีขึ้น

 แต่ดิฉันมองว่าที่อิหร่านยอมปล่อยตัวซาเบรีไม่ได้เป็นเพราะพ่ายต่อแรงกดดันของนานาชาติหรือของสหรัฐ เพราะอิหร่านในยุคที่มีประธานาธิบดีชื่อ มาห์มูด อาหมัดดิ เนจาด ไม่เคยกลัวใครหน้าไหนอยู่แล้ว ไม่เชื่อดูได้จากการ ดื้อแพ่ง ไม่ยอมล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์แม้จะถูกประชาคมโลกบีบอย่างหนัก

 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองนั้นมองว่าอิหร่านทำสิ่งนี้เพื่อตัวเอง โดยตั้งข้อสังเกตว่าช่วงเวลาที่ซาเบรีได้รับการปล่อยตัวนั้นเกิดขึ้นเพียงแค่เดือนเดียวก่อนจะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ โดย วัตถุประสงค์แอบแฝง ที่ว่าก็คือ ต้องการลดภาพลักษณ์อันแข็งกร้าวของอาหมัดดิ เนจาด ซึ่งจะต้องไปเจอกับคู่แข่งหัวปฏิรูปในการเลือกตั้ง ให้มีความอ่อนนุ่มลงนั่นเอง

 อาหมัดดิ เนจาดรู้ดีว่ายิ่งเรื่องของซาเบรียืดเยื้อออกไปนานเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ชาวอิหร่านสายกลาง ซึ่งอยากเห็นรัฐบาลเตหะรานเจรจากับรัฐบาลวอชิงตันมากขึ้นเท่านั้น

 "สิ่งที่รัฐบาลอิหร่านกลัวมากที่สุด มากเสียยิ่งกว่าถูกชาติตะวันตกเล่นงานเรื่องนิวเคลียร์อีก ก็คือการตัดสินใจทางการเมืองที่ทำให้รอยร้าวระหว่างประชาชนกับรัฐบาลลึกไปกว่าเดิม" อิลาน เบอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจากสภานโยบายต่างประเทศอเมริกันกล่าว

ทัศนีย์ สาลีโภชน์