ข่าว

'ปู'ยันขึ้นค่าแรง300บาท

'ปู'ยันขึ้นค่าแรง300บาท

31 มี.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'จ้อสดรายการ'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' แจงหลักประกันสุขภาพ โว'บัน คี มุน' ชื่นชมหลักประกันสุขภาพไทย ย้ำขึ้นค่าแรง 300 บาท ลั่นเอกชนไร้ผลกระทบ

             31 มี.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" แจงรายละเอียดการสร้างหลักประกันสุขภาพ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ดำเนินรายการโดย นายธีรัตน์ รัตนเสวี

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากเดินทางกลับจากการเยือนประเทศเกาหลีใต้ เมื่อกลับมาถึงได้มีการปรับเปลี่ยนการประชุมคณะรัฐมนตรี จากเดิมจะประชุมทุกวันอังคาร และเลื่อนมาเป็นวันพฤหัสบดี เนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ และมีวาระสำคัญที่จะต้องอนุมัติ รวมถึงในสัปดาห์หน้าจะมีการเลื่อประชุม ครม.อีก เป็นวันที่ 2 เม.ย.นี้ เนื่องจากจะต้องเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียน ที่ประเทศกัมพูชาด้วย

         เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้มีการลงนาม 3 กองทุนประกันสุขภาพ และกองทุนประกันภัยพิบัติฉุกเฉิน มีวัตถุประสงค์อย่างไรนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การลงนาม 3 กองทุนประกันสุขภาพ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กรมบัญชีกลาง กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกองทุนประกันสังคม เพื่อเป็นการยกระดับในการดูแลประชาชนให้เข้าถึงการบริการสาธารณสุขเบื้องต้นมากที่สุด ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้

         "ในกรณีป่วยฉุกเฉิน รัฐบาลมองเห็นว่า ยังมีความเหลี่ยมล้ำในเรื่องการเข้ารับบริการรักษา เพราะต้องถามสิทธิก่อนจึงจะรักษาได้ ซึ่งรัฐบาลแก้ปัญหาโดยการรวม 3 กองทุนบูรณาการเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนที่ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที และเข้ารักษาสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลที่ไหนก็ได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลเอกชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกกองทุน คือ กองทุนประภันภันภัยนั้น จัดตั้งขึ้นมาจากการสนับสนุนของรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งรุนแรง ตรงนี้ รัฐบาลจึงเล็งเห็นความสำคัญในภาคอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับบริษัทประกันภัยทุกประเภท สร้างระบบการประกันภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงประกันภัยในราคาที่ถูกลง

          เมื่อถามว่า การเดินทางเยือนประเทศเกาหลีใต้ เป็นอย่างไรบ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเดินทางเยือนประเทศเกาหลีใต้ ในการเข้าร่วมประชุมผู้นำนิวเคลีย์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งได้มีโอกาสชี้แจงให้นานาชาติและนักลงทุนต่าง เกิดความเชื่อมั่นถึงระบบป้องกัน หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ในเรื่องของพลังงานนิวเคลียร์ อีกทั้ง รัฐบาลได้ร่วมหารือทั้งภาครัฐ และเอกชนของเกาหลี ทั้งในเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยว และการค้า ที่หวังให้เกิดการขยายเพิ่มขึ้น และเป็นการปูทางสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ พร้อมทั้ง การหารือ แลกเปลี่ยนระบบบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากไทยและเกาหลีใต้ประสบภัยธรรมชาติคล้ายกัน

           "ตรงนี้จึงเป็นข้อมูลศึกษาที่จะสามารถนำแผนบริหารจัดการน้ำของเกาหลีใต้ มาปรับใช้กับการป้องกันน้ำในประเทศไทยได้ทันเวลากับฤดูน้ำหลากปีนี้แน่นอน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว


"บัน คี มุน" ชื่นชมหลักประกันสุขภาพไทย

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จากการเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้ ตนได้มีโอกาสหารือกับผู้นำหลายชาติ รวมถึง นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) ด้วย ทั้งนี้ นายบัน คี มุน ได้ชื่นชม ประเทศไทย ในเรื่องของการดูแลประชาชนในด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึง ซึ่งดีกว่าประเทศชั้นนำของโลก พร้อมทั้งได้ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า รัฐบาลกำลังจะมีการยกระดับในการดูแลประชาชนเพิ่มขึ้น อำนวยความสะดวกในกรณีฉุกเฉิน ที่เพิ่งลงนามไปด้วย 

         " ท่านเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ยังได้ชื่นชมประเทศไทยในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาเด็กและสตรีให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันของรัฐบาลด้วยว่า เป็นโครงการที่ดี และตรงกับแนวทางการทำงานของยูเอ็นที่สนับสนุนในเรื่องดังกล่าว" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

 

ยืนยันขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทนั้น ไม่กระทบกับบริษัทใหญ่ และสามารถจ่ายค่าแรงได้ โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนในการฝึกทักษณะ เพื่อต่อยอดให้เกิดการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น และมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นหลักการที่ทำให้ทุกภาคส่วนมีการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ เนื่องจากหากแรงงานมีรายได้น้อย การจับจ่ายสินค้าภายในประเทศก็จะน้อย และจะกระทบด้านต่าง ๆ รัฐบาลจึงมองเห็นว่า หากเพิ่มค่าแรงให้แรงงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงาน ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น การจับจ่ายสินค้าภายในประเทศรวมถึงการส่งออกสินค้าก็จะดียิ่งขึ้น เนื่องจาก ต่างชาติยอมรับในฝีมือแรงงานไทย

         "ถ้าทำให้พื้นฐาน หรือรากฐานมั่นคงได้ เศรษฐกิจภายในประเทศก็จะดียิ่งขึ้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และสิ่งเหล่านนี้ก็จะหมุนเวียนให้ประเทศดีขึ้น" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว