
แผนเทพกระษัตรีย์-ศรีสุนทรรปภ.อาเซียน
หน่วยความมั่นคงถกเครียด 5 ชั่วโมงวางแผนรับมือม็อบป่วนประชุมอาเซียน เตรียมเสนอรรัฐบาลใช้กอ.รมน. ดูแลความสงบ คาด อนุพงษ์ คุม สถานการณ์ เผยส่ง เสธ.ทหารลงภูเก็ตตรวจพื้นที่ก่อนเสนอแผนให้รบ. งัดแผน เทพกระษัตรีย์-ศรีสุนทร รักษาความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 พ.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำประเทศอาเซียน 15 ประเทศ ที่จะเดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และประเทศคู่เจรจา ในระหว่างวันที่ 13-14 มิ.ย. 2552 ที่ จ.ภูเก็ต โดยมีพล.อ.รัชกฤต กาญจนวัฒน์ เสนาธิการทหาร เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ในที่ประชุมได้หารือถึงอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบ โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่มารองรับในการทำงานของเจ้าหน้าที่ แม้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะประกาศพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (พรบ.ความมั่นคง) เพื่อเป็นเครื่องมือในการดูแลความสงบเรียบร้อยก็ตาม
แหล่งข่าวในที่ประชุม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ตำแหน่งผอ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ไม่มีกฎหมายมารองรับ เนื่องจากการทำหน้าที่ดังกล่าวไม่เหมือนกับตำแหน่งผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ที่แต่งตั้งขึ้นมาดูแลการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 13-14 เม.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหากใช้ตามแผนการรักษาความสงบเรียบร้อย ปี 2542 (รสร.42) ก็จะสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้ ทั้งนี้แม้ว่า พล.อ.ทรงกิตติ จะถูกแต่งตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ ผอ.ศูนย์อำนวยการร่วมฯ ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากไม่มี พรบ.มาคุ้มครองการปฏิบัติงาน อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลก็ยังไม่ได้มีการประกาศ พรบ.ความมั่นคงออกมา ดังนั้นต้องหารือกับฝ่ายรัฐบาลในการหาทางออกอีกครั้ง
แหล่งข่าวในที่ประชุม ยังบอกด้วยว่า เบื้องต้นในที่ประชุมเห็นชอบที่จะให้พล.อ.รัชกฤต พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 13 - 15 พ.ค.นี้ เพื่อตรวจดูสภาพ และสถานที่ตั้งของสถานที่จัดการประชุมเพื่อเสนอเป็นแผนให้กับทางรัฐบาลเพื่อหาทางรับมือหากเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายเหมือนกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ จ.ชลบุรี
ทั้งนี้อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะเสนอให้รัฐบาลใช้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่มี นายอภิสิทธิ์ ในฐานะผอ.รมน.และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ รองผอ.รมน. รับผิดชอบในการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะเห็นว่าหากมีการนำพรบ.ความมั่นคงมาใช้ในการดูแลความสงบครั้งนี้ ก็เห็นควรที่จะให้ใช้กลไกภายใน กอ.รมน. คือตัว ผบ.ทบ. ที่เป็น รอง ผอ.กอ.รมน. ทำหน้าที่รับผิดชอบในการสั่งการ นอกจากนี้อาจจะมีการแต่งตั้งหน่วยเฉพาะกิจของแต่ละเหล่าทัพขึ้นมาช่วยสนับสนุนกลไกของ กอ.รมน. ในการดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย
แหล่งข่าวยังระบุว่า ในที่ประชุมยังได้รายงานสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง โดยประเมินว่าจะมีตัวแทนไปยื่นหนังสือตามที่ประกาศไว้ โดยเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่ และจะปักหลักชุมนุมเรียกร้องเพื่อให้เกิดภาพข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลกอีกครั้ง เพื่อให้กระทบต่อภาพพจน์ของรัฐบาลในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอีกครั้ง ซึ่งที่ประชุมจะได้วางแผนไม่ให้เข้าไปในบริเวณดังกล่าวและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำสอง
แหล่งข่าวจากหน่วยความมั่นคงระดับสูง เปิดเผยถึงแผนในการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนว่า เบื้องต้น คณะอนุกรรมการจัดแผนรักษาความปลอดภัย โดยพิจารณาใช้กำลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตามแผน “เทพกระษัตรีย์-ศรีสุนทร” รปภ.ประชุมอาเซียน” โดย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นกำลังหลักในการดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ ทั้งนี้กองทัพบกจะจัดกำลังจาก กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 4 ในกรมทหารราบลงไปปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้มีการรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากประเทศเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ในการเข้าร่วมประชุม ซึ่งหากยังไม่มีการตอบรับ รัฐบาลอาจจะต้องมีการเลื่อนการประชุมไปก่อน แต่ในการวางแผนเตรียมพร้อมต้องทำไว้อย่างเต็มที่
"สุเทพ"ไฟเขียวผู้นำอาเซียนติดอาวุธ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องดูถึงความพร้อมของผู้นำแต่ละประเทศว่าติดภารกิจอื่นหรือไม่ ส่วนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประเทศที่เข้าร่วมประชุม จะขอติดอาวุธเพื่อป้องกันตัวนั้น ก็สามารถทำได้ในการอารักขา แต่ทั้งหมดก็ต้องทำตามข้อตกลงของกลุ่มอาเซียน อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการออก พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อใช้ในระหว่างการจัดประชุมแต่อย่างใด เพราะกำลังรอวันกำหนดการประชุมที่ชัดเจนอีกครั้ง แต่ก็ยืนยันว่าช่วงประชุมสุดยอดอาเซียนก็คงต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อป้องกันเกิดปัญหาเหมือนที่พัทยา
ส่วนการตรวจสอบความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานกำลังถอดเทปเพื่อตรวจสอบว่ามีลักษณะและพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ
ปชป.แฉเสื้อแดงลงใต้ป่วนประชุมอาเซียน
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.สัดส่วน และกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการส่งมวลชนเสื้อแดงไปยังพื้นที่หลายจังหวัด ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช คาดว่าคงจะไปสะสมเพื่อหาช่องทางตามที่เคยประกาศว่าจะไปตีรวนไม่ให้มีการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่จะมีการประชุมที่ จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน ดังนั้นขอให้ฝ่ายความมั่นคงระมัดระวังด้วย
ขณะที่ในภาคอีสานจากข้อมูลที่ได้รับ พบว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงลงไปพบผู้นำผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยบางคน ซึ่งทราบข่าวจากสื่อว่ามีการฝึกกำลังย่อยๆ ในภาคอีสาน ฝึกมาหลายรุ่น ในอีสานใต้และอีสานเหนือ กำลังดูว่ามีเจตนาอะไร เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ต้องทำอย่างนั้นแล้ว และยังทราบว่าในพื้นที่มีการฝึกลูกเสือชาวบ้านด้วย จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุชาวบ้านชนชาวบ้าน จึงต้องระวัง
พท.โต้ฝึกอาวุธ "เรื่องตลกระดับชาติ"
นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า กลุ่มเสื้อแดงมีการดึงผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเข้ามาร่วมฝึกสะสมกำลังในอีสานเหนือและอีสานใต้ว่า การเปิดประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องตลกระดับชาติของพรรครัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ทุกวันนี้ทุกฝ่ายสามารถแสวงหาข้อเท็จจริงนำเสนอต่อสังคมได้ แต่ปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือการมีธงที่เดินไปด้วยความมีอคติ พยายามทำให้มองว่าเสื้อแดงชอบใช้ความรุนแรง โดยมองว่ามีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหรือคนในพรรคคอมมิวนิสต์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อทำให้น่ากลัว แต่ลืมไปว่าคนเดือนตุลา หรือคนที่เคยเข้าป่าเหล่านี้อยู่ในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่ากลุ่มคนเสื้อแดง
"จตุพร"ดึง"สหรัฐ-อังกฤษ"พิสูจน์ภาพ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่านั่งอยู่ในรถที่ถูกกลุ่มเสื้อแดงทุบที่กระทรวงมหาดไทยว่า ตามหลักสากลการพิสูจน์ภาพไม่ใช่เรื่องยาก ตนจะประสานกับประเทศอังกฤษและประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีความถนัดในการสแกนภาพว่ามีบุคคลอยู่ภายในรถหรือไม่ รวมทั้งเห็นว่าการพิสูจน์ในประเทศเราไร้มาตรฐาน ดังนั้นจึงต้องใช้สถาบันจากต่างชาติ คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าจะส่งภาพไปพิสูจน์เพื่อหาข้อเท็จจริงดังกล่าวได้
ส่วนที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำภาพถ่ายมายืนยันว่านายกฯ นั่งอยู่ในรถคันที่ถูกทุบนั้น ภาพที่นายเทพไทนำมาแสดงเป็นภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งนายเทพไทเป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถืออะไรเลย ส่วนที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกฝ่ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่านายอภิสิทธิ์อยู่ในรถคันดังกล่าวนั้น ตนคงไม่มีเกียรติอะไรไปเทียบ เพราะตนเป็นแค่ไพร่ แต่ถ้าพิสูจน์มาแล้วว่านายอภิสิทธิ์ไม่อยู่ในรถจริง ก็อยากถามว่าเกียรติยศของราชนิกุลปลายแถวอย่าง ม.ล.ปนัดดา จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
เมื่อถามว่าตอนนี้มีกระแสข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงได้ฝึกแนวร่วมโดยใช้ชื่อกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และเตรียมส่งคนและอาวุธไปล้มการประชุมที่ภูเก็ตนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ขอท้าให้นำตัวคนที่เป็นครูฝึกและผู้รับการฝึกมาแสดง และหากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง ทำไมนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม จึงไม่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นเรื่องนี้เห็นว่าสมควรแจ้งข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกุเรื่องมาทั้งหมด
กก.สอบสลายม็อบหวิดวางมวย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน ที่มีนายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธาน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ทั้งนี้นายสมศักดิ์แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการสรุปและรายงานข้อเท็จจริงให้ประธานรัฐสภารับทราบภายใน 45 วัน โดยหลังจากนี้จะทำหนังสือเพื่อขอเอกสารต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเชิญบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการ โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมสงสัยเรื่องการใช้ความรุนแรง บาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิติหรือไม่ รวมถึงผู้สูญหาย โดยคณะกรรมการจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาประมวลภาพรวมเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 18-19-20 พฤษาภาคม ทั้งช่วงเช้าและบ่าย ก่อนที่จะกำหนดประเด็นและเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมนัดแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เพราะคณะกรรมการจากตัวแทนพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านนั่งเผชิญหน้า โดยต่างฝ่ายต่างเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ในช่วงหนึ่งนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคณะกรรมการซีกฝ่ายค้าน กล่าวในที่ประชุมว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจและต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ ต้องหยุดการใช้ กอ.รมน.ในการลงพื้นที่ทั่วประเทศ และหยุดการแจกซีดีเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงจนนำไปสู่การก่อจลาจลกลางกรุงเทพฯ จำนวน 1 ล้านแผ่นทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจกลุ่มคนเสื้อแดงผิด
ด้านนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมการซีกรัฐบาล แย้งขึ้นว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยหยุดพฤติกรรมการกล่าวหาและการใช้ข้อมูลเท็จ เพราะหลังจากที่นายสุรพงษ์นำภาพบุคคลต่างๆ มาโชว์ในระหว่างการประชุมรัฐสภา ได้มีบุคคลยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยใช้เอกสารเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริง ดังนั้นหากการตั้งให้คณะกรรมการชุดนี้นำไปสู่การแก้ปัญหาจริง พรรคเพื่อไทยควรหยุดการพูดเท็จ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเปิดสถานีโทรทัศน์ดีสเตชั่น และการออกมาเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน นายวีระ มุสิกพงศ์ เพราะจะเป็นการซ้ำเติมปัญหาของประเทศ
หลังจากนั้น 2 ฝ่ายได้โต้เถียงกันและนำข้อมูลของตัวเองมาชี้แจง จนทำให้บรรยากาศตึงเครียด เมื่อนายศิริโชคยืนยันว่ามีบุคคลมาร้องเรียนนายกฯ กรณีนายสุรพงษ์บิดเบือนและใช้ข้อมูลเท็จ จนทำให้นายสุรพงษ์ไม่พอใจ เดินออกจากห้องประชุมทันที และไม่กลับเข้ามาร่วมประชุมอีกเลย
จากนั้นจึงได้เริ่มมีการประชุมต่อ และบรรยากาศก็ไม่ตึงเครียด และในการประชุมในวันที่ 18-20 พฤษภาคม จะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลและการประมวลภาพเหตุการณ์การชุมนุมทั้งหมดมาเสนอ เพื่อที่จะกำหนดประเด็นในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งกำหนดตัวบุคคลที่จะมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการต่อไป
นายกฯ สั่ง กต.สอบข่าว"แม้ว"ซื้อเกาะ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีชื่อเป็นผู้ร่วมประมูลซื้อเกาะในสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ซึ่งจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้วีซ่าเสรี ในการเดินทางเข้าสหภาพยุโรปทันทีว่า เห็นรายงานมา แต่ยังไม่ได้มีอะไรยืนยัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซึ่งเป็นสถานเอกอัครราชทูตที่ใกล้ประเทศมอนเตเนโกรมากที่สุด ตรวจสอบเรื่องหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว อีกทั้งยังได้สั่งการไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตมอนเตเนโกร ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นสถานเอกอัครราชทูตที่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และยังให้คณะทูตถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ติดต่อกับคณะทูตถาวรมอนเตเนโกร ประจำสหประชาชาติ ให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน
"ธานี"ชี้คดียิงสนธิคืบหน้ายันไม่เจอตอ
พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประชุมเร่งรัดพนักงานสอบสวนคดีคนร้ายลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น
พล.ต.อ.ธานีกล่าวภายหลังการประชุมว่า ประชุมวันนี้เพื่อติดตามงานที่สั่งการไปว่าต้องรายงานภายใน 5 วัน ซึ่งครบกำหนดวันนี้ การสืบสวนสอบสวนก็น่าพอใจเพราะเดินมาได้เยอะแล้ว ขณะนี้ถือว่าคืบหน้า ไม่ตัน ไม่เจอตอ โดยสั่งให้ไปดูพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้เท่าที่มียังไม่สามารถโยงถึงใครได้ กำลังรวบรวมอยู่ ต้องรอให้พยานหลักฐานที่สั่งการไปครบถ้วนสมบูรณ์เสียก่อน
เมื่อถามถึงคดีทุบรถนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย ว่าวันนั้นนายกฯ อยู่ในรถหรือไม่ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ไม่เห็นจะเป็นประเด็นเลย จริงๆ ไม่ใช่ประเด็น นายกรัฐมนตรีจะอยู่ในรถหรือไม่ ให้รอดูที่สำนวนการสอบสวนจะบอกอย่างชัดเจนละเอียดอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องมาเถียงกัน
"บิ๊กจิ๋ว"ไปจีนเลื่อนแจงสลายม็อบ พธม.
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 กล่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการรอให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 7 คนเข้าแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ แต่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการแก้ข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 4 มิถุนายน เนื่องจากต้องเดินทางไปประเทศจีน ส่วนผู้อื่นขณะนี้เริ่มยื่นหนังสือขอเลื่อนเช่นกัน ซึ่งจะรอให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเข้าแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด นับตั้งแต่วันที่แจ้งข้อกล่าวหา
ส่วนผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวที่เป็นนักการเมืองมี 2 คน คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ชวลิต ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจมี 5 คน อาทิ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นต้น
"เพื่อไทย"ปรับทัพรับเลือกตั้ง
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า ในวันนี้มีการประชุม ส.ส.ภาคอีสานทั้งหมด ที่รัฐสภา มีนายพายัพ ชินวัตร ประธาน ส.ส.ภาคอีสาน เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้หารือถึงยุทธศาสตร์ทางการเมืองโดย ส.ส.อีสานเห็นว่าควรมีการเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้ง เพราะประเมินว่าจะมีการยุบสภาก่อนสิ้นปีนี้ หรือในปีหน้าขึ้นอยู่กับสถานการณ์และรัฐบาล ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ทั้งนี้ ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาแล้ว พรรคเพื่อไทยจะจัดการสัมมนาของ ส.ส.อีสานในต่างจังหวัดทันที จากนั้นจะจัดกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่องโดยเดินสายจัดเวทีปราศรัยทุกจังหวัดในภาคอีสาน จะมี ส.ส.อีสาน พร้อมแกนนำของพรรคร่วมเดินสายปราศรัย ส่วนกำหนดเวลาจะเป็นวันใดจะกำหนดอีกครั้ง
“ผมและ ส.ส.อีสานส่วนใหญ่จะเสนอให้คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรคให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์เข้ามาพูดคุยกับประชาชนทุกเวทีปราศรัย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนอีสานเลือกพรรคเพราะท่านทักษิณ เราจึงควรชู พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดขายอีกครั้งไปเลย” นายศักดากล่าว
ญาติวีรชนร้องตรวจสอบกระดูกใต้ทะเล
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ได้เข้ายื่นหนังสือให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี อาคารัฐสภา เพื่อขอให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบกรณีผู้สูญหายจากเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 โดยนายอดุลย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้มีเบาะแสพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ในทะเลอ่าวไทย บริเวณ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คาดว่าอาจจะเป็นศพหรือโครงกระดูกของประชาชนผู้สูญหายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และถูกนำไปซุกซ่อนไว้นานกว่า 17 ปี จึงขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการเร่งตรวจพิสูจน์กรณีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคมและคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัววีรชนพฤษภาทมิฬ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อร้องเรียนจากคณะกรรมการญาติวีรชนให้ตรวจสอบโครงกระดูกในตู้คอนเทนเนอร์ว่า จะประสานไปยังหน่วยงานที่มีศักยภาพว่าจะตรวจสอบอย่างไร ซึ่งหลายอย่างก็ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อน
ตั้ง 3 อนุกก. "สมานฉันท์-ปฏิรูป-แก้รธน."
เมื่อเวลา 09.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมการ ทำหน้าที่ประธาน โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ส.ส.เพื่อไทย รองประธาน นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ รองประธาน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ทั้งนี้นายดิเรกได้เสนอให้ที่ประชุมกำหนดกรอบแนวทางการทำงาน ได้แก่ 1.แนวทางสร้างสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย 2.แนวทางการปฏิรูปการเมืองและแนวทางการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญและ 3.กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 3 ชุด โดยมีกรรมการสมานฉันท์ 12 คนและเป็นคนนอก 6 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการสมานฉันท์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่ประธานกรรมการสมานฉันท์เสนอให้คนนอกเข้ามานั่งในอนุกรรมการ นอกจากนี้ยังเห็นว่ามีระยะเวลาเพียง 45 วัน ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากแสดงความคิดเห็นกว่า 1 ชั่วโมง ที่ประชุมได้ลงมติให้คงไว้ 3 กรอบ โดยมีการตั้งอนุกรรมการ 3 คณะ คณะละ 12 คน ยกเว้นประธาน รองประธานคนที่ 1 ที่ปรึกษา และเลขานุการ โดยคิดสัดส่วนจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ส.ว.และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งไม่มีคนนอกเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการ ส่วนระยะเวลาการทำงานให้คณะอนุกรรมการทำงาน 2 สัปดาห์ และเสนอความคืบหน้าในการศึกษาแต่ละกรอบต่อที่ประชุมใหญ่ทุกวันอังคาร เวลา 09.30 น.
ป้ายโฆษณาหล่นทับหลังคาบ้าน "ชวน"
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ป้ายโฆษณาซึ่งติดตั้งบริเวณใกล้เคียงบ้านพักของนายชวน ที่ซอยหมอเหล็ง ตกลงมาบนหลังคาบ้านที่พักอาศัย จนทำให้กระเบื้องหลังคาบ้านแตกเสียหาย 5 แผ่น ภายหลังจากที่เกิดพายุฝนและลมกระโชกแรงเมื่อกลางดึกวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยนายชวนกล่าวติดตลกว่า เหตุเกิดกลางดึก ตนนอนอยู่ ไม่ทราบเลย เพราะเป็นคนละหลังกันโดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังเก่าซึ่งอยู่ด้านหน้า และเพิ่งมาทราบตอนเช้า ก็ทราบว่าหลังคาทะลุ แรงมาก ถ้าโดนคน สงสัยคอขาดแน่เลย
"มาทราบก็เช้าแล้วว่าหลังคาทะลุ ทำให้น้ำฝนรั่วลงมา เมื่อเช้าช่างมาซ่อมเรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นก็ต้องคอยเช็ดพื้น เพราะฝนรั่วลงมา อย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว (นายปรีชา ชวลิตธำรงค์ เพื่อนสมัยเรียนนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปี 01) ได้มาดูแลด้วยตัวเอง ส่วนผมเป็นเพียงผู้อาศัย เพราะเป็นบ้านของนายปรีชา" นายชวน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาย เดชบัณฑิต เจ้าของบริษัทป้ายโฆษณาดังกล่าว เมื่อทราบเหตุการณ์ได้รุดมายังที่เกิดเหตุ โดย พญ.มาลินี สุขเวชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ได้สั่งให้นายชัชชายลดขนาดของป้ายโฆษณาให้เล็กลงและกำชับให้ดูแลความเรียบร้อย อย่าให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก โดยนายชัชชายยินดีรับผิดชอบความเสียหายทุกอย่าง



