ข่าว

'บัวขาว'จ่อโดนแบนฝืนชกไทยไฟท์

'บัวขาว'จ่อโดนแบนฝืนชกไทยไฟท์

30 มี.ค. 2555

"บัวขาว ป.ประมุข" ยังไร้อนาคต หากไม่เคลียร์ปัญหาให้จบ ศึกไทยไฟท์ 2012 ที่ชลบุรี 17 เม.ย.หากฝืนชก อาจโดนพักการชก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ตัวกลางไกล่เกลี่ย อยากให้ปัญหายุติ แต่เจ้าตัวต้องชี้แจงเอง

          ความคืบหน้าปัญหาของ “บัวขาว ป.ประมุข"  ซึ่งยังมีปัญหากับค่าย ป.ประมุข โดยยอดนักชกเงินล้านประกาศไม่ขอกลับไปร่วมค่าย ป.ประมุข อีกต่อไป โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ห้องประชุมชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรรษา นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพ และสิทธิประโยชน์ นัดประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว  โดยมี ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย นายธีระพัฒน์ โรจนตัณฑ์ หรือ “อุ ป.ประมุข” หัวหน้าค่ายมวย และนายนิติธร แก้วโต ทนายของบัวขาว เข้าร่วมหารือ

          สำหรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้ที่สุดคือการแข่งขัน ไทยไฟท์ 2012 ที่แหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี วันที่ 17 เมษายนนี้  นายสกลได้สอบถามวว่า บัวขาวจะสามารถขึ้นชกในนาม ค่าย ป.ประมุขได้ หรือไม่ หากไม่ได้ จะชกในนามอิสระ หรือสังกัดค่ายอื่น ชื่ออื่น ได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมายกกท. ชี้แจงว่า สามารถทำได้ แต่จะต้องผ่านการเปลี่ยนชื่อ หรือยกเลิกสัญญาตามกฎหมาย โดยไม่ต้องรอคำยินยอมจากค่าย 

          อย่างไรก็ตามฝ่ายกฎหมายของค่ายป.ประมุข สอบถามว่า หากบัวขาวเลือกจะขึ้นชกเองโดยไม่แจ้งต้นสังกัด ถือว่าขัดต่อพระราชบัญญัติกีฬามวย และจะได้รับการลงโทษใดๆ หรือไม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมาย คณะกรรมการกีฬามวย  ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าได้รับเรื่องขออนุญาตจัดแล้ว แต่ยังไม่อนุญาต เนื่องจากบัวขาวส่งชื่อแข่งขันในนาม ป.ประมุขอยู่ ซึ่งทีมกฎหมายค่ายป.ประมุข ชี้แจงว่า ค่ายมีสัญญากับ บ.สปอร์ตอาร์ต ผู้จัดการแข่งขันไทยไฟท์ชัดเจน และการชกในปีนี้ทางค่ายไม่เคยรับรู้มาก่อน การติดต่อผ่านผู้จัดการที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหมายความว่า ค่ายไม่อนุญาตให้ขึ้นชก และจะทำหนังสือคัดค้าน  นอกจากนี้ ยังสอบถาม กกท.ว่า หากบัวขาวยังฝืนจะขึ้นชกจะมีผลใดๆ หรือไม่ ฝ่ายกกท. ระบุว่า บัวขาวมีสิทธิถูกลงโทษพักการจดทะเบียน รวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตการจัดมวยของผู้จัดได้ในระยะเวลา 6 เดือน

          นอกจากนี้ อุ ป.ประมุข ยังให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเรื่องว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ที่ผ่านมาทางค่ายไม่ตอบโต้ และเป็นฝ่ายถูกตำหนิมาตลอด อยากให้บัวขาวมาปรึกษากัน ก่อนหน้านี้อยู่กันมาเป็นครอบครัวเป็นพี่น้องกันโดยตลอด โตมาด้วยกัน ไม่มีปัญหาส่วนตัวระหว่างตนและบัวขาว เรื่องนี้เกิดจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาอยู่ในค่ายและชักจูงบัวขาวให้ออกจากค่าย ยืนยันว่าถ้ากลับมาทุกคนจะรักบัวขาวเหมือนเดิม

          ในขณะที่ นายสกล กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องเข้ามาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง กกท.อาจจะส่งทีมงานไปสุรินทร์เพื่อพบบัวขาว และชี้แจงให้ทราบว่าค่ายพร้อมจะเปิดอกคุย และกกท.จะช่วยประสานทุกทาง อยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายไกล่เกลี่ยปัญหากันให้เข้าใจ เพราะเมื่อถ้าเรื่องเข้าสู่กระบวนการแล้วมันอาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งอาจจะทำให้ตัวนักมวยเองไม่ได้ขึ้นชกจนกว่า ปัญหาจะยุติตามกระบวนการของกฎหมาย