ข่าว

'มนตรี เพชรขุ้ม'...กับยุทธศาสตร์

'มนตรี เพชรขุ้ม'...กับยุทธศาสตร์

31 มี.ค. 2555

เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'มนตรี เพชรขุ้ม'...กับยุทธศาสตร์ พัฒนาพื้นที่ท่ามกลางวิกฤติการเมือง

               ภายหลังที่ "มนตรี เพชรขุ้ม" ล้มตระกูล "เทือกสุบรรณ"  จนได้นั่งแท่นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมืองคนดีแบบเหนือความคาดหมายสร้างความประหลาดใจแก่คนสุราษฎร์ธานีทั้งจังหวัดก็ว่าได้ 

             ถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 2 ปี ที่เขาทำหน้าที่บริหารงานท้องถิ่น แต่ใช่ว่าจะราบรื่นเหมือนที่คิด เมื่อขั้วการเมืองเก่ายังเหนียวแน่น ทำให้การเกิดความปั่นป่วนในการประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สภา อบจ.) ตลอดมา จนในที่สุดถึงขั้นยุบสภา เมื่อปลายปี 2554 ขณะที่หลายฝ่ายต่างหวั่นวิตกว่าเก้าอี้นายก อบจ.ตัวนี้จะสั่นคลอนหรือไม่!

             นายกมนตรี ด้วยความเป็นนักสู้ แม้ดูเหมือนจะมีอุปสรรคนานัปการ แต่เขาก็ไม่ได้ท้อ โดยบอกว่าเมื่อมีความตั้งใจจะทำงานก็ต้องทำให้ได้ โดยยึดคติประจำใจว่า ”ฝันให้ไกล ไปให้ถึง” การทำงานเน้นเป้าหมาย แนวนโยบายและความสำเร็จเป็นสำคัญ

             ตลอดกว่า 2 ปีที่นั่งตำแหน่งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี มนตรี บอกว่า เน้นยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดหลายเรื่อง แรกคือ มุ่งเน้นพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อรองรับการค้าเสรีอาเซียนที่จะมีขึ้นในปี 2558 มีการปรับระบบและเปลี่ยนแปลงโรงเรียนที่ถ่ายโอนในสังกัด อบจ.และท้องถิ่นต่างๆ 300 โรง วางแผนการเรียนการสอนให้ทันกับยุคสมัยก้าวทันเทคโนโลยี ปรับปรุงสถานที่เรียนเข้าสู่สากลโดยเฉพาะสนามกีฬาของโรงเรียน เป็นต้น

             "ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของ อบจ. อาทิ โรงเรียน อบจ.สฎ 1 (ดอนสักผดุงวิทย์) มุ่งเน้นสายอาชีพมากขึ้นให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น, โรงเรียนบ้านดอนเกลี้ยง เพิ่มหลักสูตร EP (English Program) เพื่อรองรับการค้าเสรีอาเซียน และโรงเรียนที่  อ.บ้านนาเดิม อีก 1 แห่ง ที่ทำเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอน ซึ่งทั้ง 3 โรงยังทำ เอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีอีกด้วย ซึ่งทางผู้บริหารของแต่ละสถาบันต่างยอมรับและตอบรับเป็นอย่างดี"

              รองลงมาเป็นเรื่องด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ทาง อบจ.ได้จัดทำแผนประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่า ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยจะเห็นได้ว่าภาพรวมการท่องเที่ยวของ จ.สุราษฎร์ธานี อยู่ในสภาพที่ดีและมีรายได้เข้าจังหวัดสม่ำเสมอแม้ว่าจะประสบภัยพิบัติหลายต่อหลายครั้งก็ตาม

              นายกมนตรี บอกว่า เร็วๆ นี้ ทางผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวของเดนมาร์ก มีแนวโน้มจะลงทุนสร้างแหล่งท่องเที่ยวและดำเนินการท่องเที่ยวให้เป็นสากลที่เกาะสมุย โดยใช้วงเงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท และ อบจ.มีโครงการยกฐานะหมู่เกาะต่างๆ ของเกาะสมุยให้เป็นโลว์คาร์บอน โดยทำเอ็มโอยูกับกลุ่มประเทศในอาเซียนแล้ว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติ และที่ขาดไม่ได้ คือระบบสาธารณูปโภค การแก้ไขเรื่องถนน สะพาน ระบบน้ำ เป็นต้น โดยมีการสำรวจความพึงพอใจในสิ่งที่ดำเนินการ

             ส่วนปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานนั้น นายกมนตรี บอกว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเมือง โดยในสภา อบจ.มีการเมืองระดับชาติเข้ามาแทรกด้วยการสร้างกระแส สร้างความกดดัน ปลุกปั่นสมาชิกบางคน บางกลุ่ม ทำให้มีปัญหาจนถึงขั้นยุบสภา การบริหารจัดการงบประมาณหลายร้อยโครงการถูกระงับ ทำให้ประชาชนเสียโอกาสไปมาก

            ทั้งนี้ ในฐานะตำแหน่งนายก อบจ.อาศัยช่องทางข้อกฎหมายบางข้อ โดยเฉพาะข้อกฎหมาย 91 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระบุว่าอำนาจผู้บริหารสามารถให้จ่ายงบประมาณที่เก็บรักษา เงินอื่นใด เงินสะสม สามารถนำมาจัดการบริหารให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่เดือดร้อนได้ตามอำนาจของนายก อบจ.

             โดยในช่วงที่ไม่มี สภาสามารถนำงบประมาณมาช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นในพื้นที่เกิดภัยพิบัติตามที่จังหวัดได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้วกว่า 200 ล้านบาท โดยที่ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับแผนรับมือภัยธรรมชาติในขณะนี้นั้น “มนตรี เพชรขุ้ม” บอกว่า ทาง อบจ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เตรียมทั้งกำลังบุคลากรกว่า 100 คน พร้อมเครื่องจักรกลหนัก ตลอดจนอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ด้านการสื่อสารอยู่ในสภาพที่พร้อมในการดำเนินการได้ทันทีหากเกิดภาวะฉุกเฉิน

            "มนตรี เพชรขุ้ม" บอกว่า แม้มีอุปสรรคในการทำงานอยู่บ้าง แต่ไม่ย่อท้อพร้อมจะสู้งานเพื่อประชาชนชาว จ.สุราษฎร์ธานี ไม่หวั่นแม้จะต้องพบเจอกับขวากหนามใดๆ ยืนหยัดที่จะพัฒนาช่วยเหลือท้องถิ่นด้วยใจจริง

.............................
(เปิดใจผู้นำท้องถิ่น : 'มนตรี เพชรขุ้ม'...กับยุทธศาสตร์ พัฒนาพื้นที่ท่ามกลางวิกฤติการเมือง)