
'คุณภาพ'กุ้งไทย-ใบเบิกทางครองเบอร์1ตลาดโลก
เศรษฐกิจ : 'คุณภาพ' กุ้งไทย ... ใบเบิกทางครองเบอร์1ตลาดโลก : โดย ... สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ / สันติภาพ รามสูต
"ตลาดกุ้งไทยในปี 2555 มีแนวโน้มสดใส เชื่อว่าคุณภาพของกุ้งไทยยังเป็นอันดับ 1 ในความต้องการของตลาดโลก ส่วนความสามารถในการผลิตกุ้งของไทย ควรจะอยู่ที่ 6 แสนตันต่อปี บวกลบไม่เกิน 10% ซึ่งเป็นปริมาณผลผลิตที่ทำให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา ถ้ามากกว่านี้ อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากความเสี่ยงจากโรคระบาด และสภาพภูมิอากาศแล้ว ความเสี่ยงด้านราคาจะเป็นปัจจัยที่สำคัญ การคงอัตราการผลิตที่ที่ 6 แสนตัน ผมมองว่าเป็นตัวเลขผลผลิตที่ได้ประโยชน์สูงสุด และใกล้เคียงกับปี 2554” เอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งกุลำดำ ให้ภาพถึงทิศทางตลาดของสินค้าในอุตสาหกรรมกุ้งไทย
ที่ผ่านมาตลาดหลักของการส่งออกกุ้งไทยที่มีบทบาทสำคัญคือ สหรัฐอเมิกา โดยในปี 2554 ไทยส่งออกกุ้งไปยังตลาดดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่ 46% รองลงมาคือ ตลาดญี่ปุ่น 20% ตลาดยุโรป 20% และตลาดอื่นๆ อีก 20% ซึ่งเป็นโครงสร้างตลาด 3 ขา ที่ค่อนข้างแข็งแรง โอกาสที่จะล้มพร้อมๆ กันมีน้อยมาก แต่ถ้าจะให้ตลาดการส่งออกจากไทย มีศักยภาพมากกว่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะลดบทบาทของการส่งออกไปที่ตลาดสหรัฐอเมริกาให้ลดลง
เนื่องจากผู้นำเข้ารายนี้มีปัญหาที่เผชิญอยู่ในเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งอนาคตอันใกล้อาจจะไม่เป็นอุปสรรค แต่เพื่อความมั่นคงการถ่ายเทของตลาดควรที่จะหันมาให้น้ำหนักกับตลาดญี่ปุ่น เพราะมีการขยายตัวด้านบริโภคกุ้งสูง ส่วนตลาดยุโรป อาจจะเพิ่มได้อีกเล็กน้อย สำหรับตลาดยุโรปแล้ว มีข้อจำกัดพอสมควร แต่หลังจากผู้ผลิตของไทยเริ่มมีการพัฒนาระบบการเลี้ยง มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้และเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันตลาดยุโรปเปิดกว้างต่อการที่จะสั่งนำเข้าสินค้าจากไทย
ส่วนตลาดจีนนั้น ไทยอาจจะลดน้อยลงบ้างเนื่องจากมีคู่แข่งอย่างเวียดนาม โดยจีนนำเข้ากุ้งจากเวียดนามและมีตัวเลขการส่งออกกุ้งไปยังตลาดจีนสูงขึ้น ซึ่งอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นผลดีกับตลาดกุ้งไทย เพราะสินค้าจากเวียดนามจะไม่รุกเข้าไปแข่งกับไทยในตลาดญี่ปุ่น ทำให้กุ้งไทยจะครองตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีขาที่ 4 ที่ขยับขึ้นมาอย่างเงียบๆ คือตลาดภายในประเทศ เนื่องจากราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ ขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับราคากุ้ง ส่งผลให้ตลาดในประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริโภคของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยซื้อกุ้งจากตลาดสดมาแกะเปลือก ก็เปลี่ยนมาซื้อกุ้งแช่แข็ง พร้อมปรุง ซึ่งไม่ต่างจาก อเมริกา หรือญี่ปุ่น
จากภาวะตลาดทั้งในและนอกประเทศ ทำให้ประเมินได้ว่าตลาดกุ้งไทยยังคงมีโอกาสสดใส ในระยะ 2 ปี ข้างหน้า แต่จากนี้ไปอาจจะต้องเผชิญกับการแข่งขัน เพราะคู่แข่งต่างปรับตัว และมีโอกาสเข้ามาแข่งขันในตลาดโลกเช่นกัน เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากไทย ส่วนผลผลิตกุ้ง และมูลค่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีตัวเลขที่น่าสนใจ คือ ปี 2553 ไทยผลิตกุ้งรวม 6.5 แสนตันมูลค่าประมาณ 104,000 ล้านบาท แต่ปี 2554 ที่ผ่านมาผลผลิตกุ้งลดลง เหลือเพียง 6 แสนตัน เท่านั้น หรือ ลดลง 8% แต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้น ถึง 10% คือ ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่า ไทยผลิตกุ้งน้อยลง แต่ขายสินค้าได้ในมูลค่าที่สูงขึ้น
สำหรับความเสี่ยงในอุตสาหกรรมกุ้งไทย ที่ผ่านมาโรคระบาดเป็นความเสี่ยงสูงสุด แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีความเสี่ยงใหม่ที่คืบคลานเข้ามา คือ ภัยธรรมชาติ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ในปี 2554 ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม มีประมาณ 20% ของความเสียหายทั้งหมด ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งต้องหันมาให้ความสนใจกับปัญหานี้มากขึ้น โดยประเทศคู่แข่งของไทย ทั้ง มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม มีศักยภาพเชิงพื้นที่สูงกว่าไทย จึงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
ทั้งนี้ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดคู่แข่ง คือปัจจัยด้านราคา ถ้าราคากุ้งสูงขึ้นมากกว่านี้ ตลาดกุ้งของไทยจะได้รับอันตราย คู่แข่งจะเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกัน เนื่องจากราคาจูงใจ แต่ถ้าราคาไม่สูงมากนัก นักลงทุนใหม่อาจเกิดความลังเล ในเรื่องการลงทุน การคุ้มทุน และความเสี่ยง เช่นเดียวกับสินค้าเกษตรตัวอื่นๆ เมื่อราคาสูงขึ้น จะตามมาด้วยคู่แข่งและการแข่งขันที่หนักหน่วงขึ้น ส่วนจุดอ่อนของอุตสาหกรรมกุ้งไทย คือต้นทุนการผลิต ทั้งค่าแรง และระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโรงงานแปรรูป ซึ่งมีค่าแรงเป็นต้นทุนหลัก นโยบายของรัฐบาล เรื่องค่าแรง 300 บาทต่อวัน จึงเป็นต้นทุนใหญ่ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ
"ตอนนี้ผู้เลี้ยงกุ้งใน จ.สุราษฎร์ธานี รายย่อยอาจจะลดน้อยลงไปบ้าง หลังจากที่ประสบภัยธรรมชาติแต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค ยังมีการรวมกลุ่มผู้เลี้ยงชัดเจนแลกเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เช่นเดียวกัน ทำให้คุณภาพกุ้งไทยสามารถส่งออกได้ไม่ยาก นอกจากนั้นนักวิชาการเองยังให้ความดูแลโดยการแนะนำวิธีการเลี้ยงให้คงความเป็นคุณภาพ สามารถที่จะยืนหยัดอยู่ในตลาดได้ยาวนาน" ชาติชาย ไชยนาเคนทร์ ผู้เลี้ยงรายย่อย สะท้อนความเห็น
กล่าวได้ว่านี่คือภาพของทิศทางการส่งออกกุ้ง ที่ยังคงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกในอนาคตใกล้
----------
จี้พาณิชย์เร่งแก้ไขราคากุ้งตกต่ำ
ผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ ได้ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเมื่อ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายคือ ขอให้รัฐบาลเร่งหาทางป้องกันและรับมือกับราคากุ้งที่จะปรับตัวลดลง โดยที่พบว่าราคากุ้งขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัมอยู่ที่กิโลกรัมละ 140 บาท แต่หลังจากยื่นหนังสือ น่าสนใจราคาก็ได้ดิ่งตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 125 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรขาดทุน
ครรชิต เหมะรักษ์ ประธานเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ภาคใต้ กล่าวว่า จะเข้าพบนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหา ด้วยวิธีการจำนำหรือประกันราคากุ้ง โดยกุ้งขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาไม่ควรต่ำกว่ากิโลกรัมละ 145 บาท และจะขอความชัดเจนภายใน 15 วัน หากไม่มีความชัดเจน เกษตรกรก็จะหาแนวทางในการเคลื่อนไหวต่อไป สถานการณ์ราคากุ้งที่ตกต่ำนั้นเกษตรกรมองว่ามาจากปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เอง ควรจะหาแนวทางในการแก้ปัญหาในระยะยาว
----------
(หมายเหตุ : เศรษฐกิจ : 'คุณภาพ' กุ้งไทย ... ใบเบิกทางครองเบอร์1ตลาดโลก : โดย ... สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ / สันติภาพ รามสูต)
----------



