
ผู้บริหารไทเกอร์กรุ๊ปส่อฟ้อง'ชูวิทย์'
ผู้บริหารไทเกอร์กรุ๊ปโวย ชูวิทย์ หลังปูดสถานบันเทิงในเครือเปิดบ่อน เตรียมศึกษาข้อมูลก่อนยื่นฟ้อง เผยปัจจุบันยังเป็นหนี้ธนาคาร 600-700 ล้าน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 มีนาคม พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.ท.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ สวป.-หน.ชุดปราบปรามยาเสพติดและอบายมุข สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายปฎิพันธ์ เหนือคลอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.กะทู้ นำกำลังชุดสืบสวนและสายตรวจ-อส.เข้าตรวจสอบธุรกิจในเครือไทเกอร์กรุ๊ป จำนวน 3 แห่ง หลังจากที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยออกมาแถลงระบุสถานบันเทิงทั้ง 3 แห่งลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันและมีเงินสะพัดนับร้อยล้านบาทต่อวัน โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เมื่อไปถึงพบนายปิยะ อิสระมาลัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ในเครือไทเกอร์กรุ๊ป และนายธำรงณ์ศักดิ์ บุญรักษ์ กรรมการบริหารและที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายในเครือไทเกอร์กรุ๊ป ซึ่งได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่ทั้ง 3 แห่ง
จุดแรกไทเกอร์ไลน์แบนด์ ซ.บางลา เป็นอาคารที่มีการตกแต่งด้วยรูปปั้นสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือ มี 3 ชั้น โดยชั้นล่างเปิดเป็นบาร์เบียร์ ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว ส่วนชั้นที่ 2 อยู่ระหว่างการตกแต่ง ซึ่งจะเปิดบริการบาร์และดิสโก้ ส่วนชั้นที่ 3 เป็นที่พักของพนักงาน ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงเช่นกัน จุดที่ 2 ไทเกอร์ผับแอนด์ดิสโก้เธค ซ.บางลา มี 2 ชั้น โดยชั้นล่างเปิดเป็นบาร์เบียร์ และชั้นที่ 2 เป็นดิสโก้เธค ไม่มีอาคารห้องพัก
และจุดที่ 3 โรงแรมบางกอกเรสซิเด้นท์ ป่าตอง ซึ่งมี 6 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นโต๊ะสนุ๊กให้บริการลูกค้าและช้างผับ ชั้นที่ 2 เป็นห้องอาคาร ส่วนที่เหลือเป็นห้องพักสำหรับลูกค้า รวมจำนวน 60 ห้อง ซึ่งจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด หรือส่วนใดที่เข้าข่ายว่าจะเป็นบ่อนการพนันหรือในลักษณะของการกระทำผิดกฎหมายที่มีการระบุ
ด้าน พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่รับทราบข่าวทางสื่อโทรทัศน์แห่งหนึ่งก็ได้มีการประสานกับทางฝ่ายปกครอง อ.กะทู้ และแจ้งสื่อมวลชนให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเข้าตรวจค้นทั้งสามจุดดังกล่าว ซึ่งจากการจู่โจมตรวจค้นก็ไม่พบสิ่งผิดปกติและเข้าข่ายลักษณะของการทำผิดกฎหมาย และจะเห็นได้ว่าสถานบันเทิงบางแห่งก็ยังไม่ได้เปิดให้บริการ
ขณะที่นายธำรงณ์ศักดิ์ กล่าวว่า ค่อนข้างตกใจกับการเข้าตรวจค้นของตำรวจในครั้งนี้ซึ่งมีการนำสื่อมวลชนมาด้วย และอยากชี้แจงด้วยว่าการออกมาแถลงผ่านสื่อของนายชูวิทย์นั้นถือว่าใช้ไม่ได้ เพราะเป็นการกล่าวหาให้ร้ายและสร้างความเสียหายกับธุรกิจของตน โดยธุรกิจทั้งหมดนั้นได้ใช้เงินกู้ในการดำเนินการซึ่งขณะนี้ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ประมาณ 600-700 ล้านบาท
"การพูดดังกล่าวถือว่าขาดวุฒิภาวะและพูดแบบห่วยๆ ซึ่งใช้ไม่ได้เพราะเป็นถึง ส.ส. และคงได้เห็นแล้วว่าธุรกิจเป็นเช่นไร โดยเฉพาะไทเกอร์ไลน์แบนด์ซึ่งพึ่งเปิดให้บริการไปเพียงชั้นเดียว ส่วนที่เหลือยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคณะนี้ทางผู้บริหารอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อมูลที่นายชูวิทย์นำเสนอออกมาว่าจะสามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้มากน้อยเพียงใด" นายธำรงณ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับการบุกจู่โจมตรวจค้นสถานบันเทิงของไทเกอร์กรุ๊ป สืบเนื่องจากช่วงบ่ายวัน 29 มี.ค. นายชูวิทย์ออกมาระบุพร้อมโชว์รูปไทเกอร์ผับแอนด์ดิสโก้เธอ ซ.บางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.กะทู้มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันและมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน โดยยังมีบ่อนทุ่งทอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ทุ่งทองอีกหนึ่งแห่งที่มีเงินหมุนเวียน 70-80 ล้านบาทต่อวัน
อีกทั้งในพื้นที่หาดป่าตอง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.ภูเก็ต และประเทศมีการลักลอบโชว์ลามกอนาจารอีกด้วย โดยยังมีขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ "แก๊งสปาชิบา" ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซียครอบครองกิจการต่างๆ และใช้ธุรกิจในประเทศไทยฟอกเงินที่ได้มาจากการทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.ภูเก็ต การเปิดบ่อนการพนันที่ในหาดป่าตอง อ.กะทู้ อย่างไรก็ตามนายชูวิทย์จะนำข้อมูลพร้อมหลักฐานที่มีตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายยื่นต่อ กมธ.สภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินการเอาผิดต่อไป



