ข่าว

 ‘ซูโดอีเฟดรีน’ยิ่งสาวยิ่งลึก

‘ซูโดอีเฟดรีน’ยิ่งสาวยิ่งลึก

30 มี.ค. 2555

‘ซูโดอีเฟดรีน’ยิ่งสาวยิ่งลึก: เลียบค่าย โดย อนลัส [email protected]

             3 วันนับจากนี้สำนวนการสอบสวนคดียาซูโดอีเฟดรีนจาก 7 ท้องที่จะถูกส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับไปดำเนินการต่อ
 
             เรื่องการนำยาแก้หวัดชนิดนี้มาสกัดเอาสารตั้งต้นไปผลิตยาบ้ามีมานานหลายปีแล้ว จำได้ว่าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดช่วงนั้นตั้งคำถามว่า มันจะคุ้มกันเหรอ ต้องใช้ยาแก้หวัดกี่เม็ดเพื่อจะให้ได้ยาบ้า 1 เม็ด
 
             ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจะคุ้มทุนหรือไม่ ถึงวันนี้คงได้คำตอบกันแล้ว !?!
   
             ซูโดอีเฟดรีน 1 เม็ดสามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ 3 เม็ด ระหว่างปี 2553-2555 รพ.อุดรธานี หายไป 7.2 ล้านเม็ด ถ้าส่งไปถึงมือชนกลุ่มน้อยจะมียาบ้าออกมา 21.3 ล้านเม็ด
 
             ตัวเลขนี้เฉพาะโรงพยาบาลแห่งเดียว แต่ถ้ารวมทั้ง 7 คดี 7 ท้องที่เชื่อว่าจะมียาบ้าออกสู่ตลาดยาเสพติดเกือบ 100 ล้านเม็ด !?!
 
             ข้อมูลจาก ป.ป.ส.พบว่ายาซูโดอีเฟดรีนไม่ว่าจะมาจากแหล่งใด ทั้งที่ รพ.อุดรธานี รพ.กมลาไสย รพ.ภูสิงห์ รพ.สันกำแพง รพ.ฮอด รพ.ดอยหล่อ และ รพ.ทองแสนขัน จะถูกส่งไปยังชายแดนจังหวัดเชียงใหม่
 
             มากับเรือล่องตามลำน้ำโขงมาบ้าง ขนมากับรถยนต์บ้าง มาพักไว้ที่ชายแดนเชียงใหม่ เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ของว้า พักไว้ก่อนรอเวลาสบโอกาสก็ขนข้ามฝั่ง
 
             ตอนนี้ไทยต้องรับภาระหนัก ทั้งเป็นต้นทางส่งสารตั้งต้นออกไปให้ว้าผลิตยาเสพติด และทั้งเป็นปลายทางของยาเสพติดนานาชนิด โดยเฉพาะยาบ้าหมุนเวียนอยู่ในประเทศนี่เอง
 
             ไม่ว่าตัวเลขยาบ้าที่ผลิตออกมาแต่ละปีจะมีจำนวนเท่าไร ทั้งหมดจะถูกใช้ถูกเสพโดยคนไทยในประเทศ เพราะยาเสพติดชนิดนี้ไม่ปรากฏว่า คนประเทศอื่นๆ จะเสพจะใช้กัน
 
             น่าวิตกนะครับ 100 ล้านเม็ดเฉพาะที่ได้จากยาซูโดอีเฟดรีน แค่เล็ดรอดมาได้เพียง 1 ใน 3 ก็มากมายมหาศาล เพียงพอที่จะทำลายเด็กเยาวชนและสังคมไทยให้ย่อยยับได้
 
             อย่าลืมว่าเราต้องสูญเสียบุคลากร ทรัพยากร เงินงบประมาณ ที่อัดลงไปแก้ไขปัญหาแต่ละปีเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท
 
             เรื่องนี้น่าสนใจด้วยว่าผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเภสัชกรและอาจจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงขึ้นไปร่วมรู้เห็นด้วยหรือไม่ อีกไม่นานดีเอสไอคงหาคำตอบและให้ความกระจ่างได้
 
             ผมเห็นด้วยหากว่ารัฐจะออกกฎหมายกำหนดให้ซูโดอีเฟดรีนเป็นยาต้องห้ามเช่นเดียวกับมอร์ฟีน ซื้อขายได้ก็ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น
 
             สำคัญยิ่งกว่าคือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องร่วมกันเป็นหูเป็นตา คอยควบคุมตรวจสอบไม่ให้มาตรการที่ดีอยู่แล้วเกิดความหละหลวม
 
             เรื่องนี้น่าเห็นใจตำรวจ มีงานเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งแล้ว !?!