ข่าว

'ใช้เสียงข้างมากอีก'ดันร่างรธน.ของรบ.

'ใช้เสียงข้างมากอีก'ดันร่างรธน.ของรบ.

29 มี.ค. 2555

รัฐบาลหักดิบใช้เสียงข้างมากล้างมติเก่า! หันกลับใช้ร่าง รธน. ฉบับรัฐบาล แม้ร่วงก่อนนี้ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญถกเครียดเช้ายันเย็น ฟัดประเด็นเดียวหวั่นที่มาสสร.ขัดหลักการ ปชป. โวยถูกปล้นชัยชนะวอล์คเอาท์

              เมื่อเวลา 9.00น.วันที่ 29 มี.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน  โดยยังเป็นการอภิปรายต่อเนื่องจากวันที่ 28 มี.ค. หลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา291/1 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอแพ้โหวตในชั้นกมธ.ด้วยคะแนน 10 ต่อ 12

              ทั้งนี้นายสามารถ กล่าวก่อนการประชุมว่า  คาดว่าจะได้ข้อสรุปในการพิจารณามาตรา 291/1 ที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยการลงมติของ กมธ.จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ที่เสนอโดยนายสุนัย จุลพงศธร และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เสนอโดยนายภราดร ปริศนานันทกุล เข้ามาลงมติร่วมกับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่เสนอแนวทางเลือกตั้งสสร.ด้วยการเลือกตั้งทางตรงทั้งหมด ใน 9 แนวทางด้วย โดยเหตุผลที่นำ 2 ร่างเข้ามาพิจารณาด้วยเพราะเป็นร่างที่รับหลักการมาแล้ว


กมธ.ถกเครียดปชป.ขอวอล์คเอาท์

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แต่การประชุมตลอดช่วงเช้าบรรยากาศก็ยังเป็นเช่นเดิมไม่ต่างจากที่ผ่านมา โดยกมธ.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเมื่อมีการโหวตให้ร่างรัฐบาลตกไปแล้ว ก็ควรจะพิจารณาใน 9 ร่างที่เหลือเท่านั้น ไม่ควรจะนำร่างอื่นมาลงมติรวมกันอีก เพราะก่อนหน้านี้กมธ.ฝ่ายพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสนอมาก่อนที่จะมีการโหวต ขณะที่กมธ.ฝั่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าไม่ได้ติดใจในร่างครม.ที่ตกไป แต่หากจะมีการพิจารณาร่างอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาล ก็ควรจะนำร่างของพรรคเพื่อไทยและร่างของพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมหารือด้วย เนื่องจาก 2 ร่างนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภามาแล้ว  อีกทั้งหากมีการเปลี่ยนรูปแบบที่ต่างไปจากร่าง ครม.ซึ่งระบุให้มี สสร.จาก 2 ประเภทคือ การเลือกตั้ง สสร.จังหวัด และประเภทผู้เชี่ยวชาญ เป็นการเลือกตั้งสสร.ทั้งหมด อาจผิดหลักการได้

              ทั้งนี้หลังจากถกเถียงกันร่วม 1 ชั่วโมง 30 นาที นายสามารถ พยายามจะหาข้อยุติด้วยการโหวต ทำให้กมธ.ฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยเดินวอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุมไป และไม่ขอลงมติดังกล่าว อย่างไรก็ตามนายสามารถก็ยังไม่ให้ที่ประชุมมีการโหวตในช่วงเช้าแต่อย่างใด และสั่งให้พักการประชุม


ย้อนพิจารณาหลักการรับจากสภา


              ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่ายในเวลา 13.00 น.ยังเป็นการพยายามหาข้อสรุปจากประเด็นในช่วงเช้า โดยฝ่ายรัฐบาลพยายามจะหยิบยกเอาหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาสสร.จาก 2 ประเภท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาวาระแรกแล้วเช่นเดิมเพราะการจะเปลี่ยนแปลงจากนี้คงทำไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์มองว่าหลักการนั้นเป็นเรื่องที่เคยหารือมาแล้วแต่ถูกแขวนไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ผ่านมา การประชุมดำเนินมาตามข้อบังคับมาตลอด แต่เป็นเพราะฝ่ายรัฐบาลรู้ดีว่าผิดพลาดตั้งแต่ตอนช่วงโหวต เพราะชะล่าใจที่ไม่เสนอร่างอื่นๆในตอนแรกเท่านั้น

              นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ในมาตรา291/1 นั้น เมื่อโหวตไปแล้วก็ควรจะยึดตามผลโหวต ซึ่งเป็นข้อบังคับ และจารีตประเพณีที่ทำกันมา แต่การที่โหวตแพ้แล้วและจะกลับมาติ โดยอ้างว่ากลัวจะขัดกับหลักการนั้น ไม่ต่างอะไรจากการปล้นชัยชนะที่กมธ.พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. นอกจากนี้จากการรับฟังความเห็นภาคประชาชนเมื่อการประชุมครั้งก่อน ภาคประชาชน กรณีของนายโคทม อารียา สถาบันสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ยังเสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร.โดยตรงทั้งหมด ซึ่งก็เหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์จะยืนตามการแปรญัตติของนายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา คือเลือกตั้งโดยตรง200คนดังนั้นหากฝ่ายรัฐบาลละเลย โดยอ้างว่าต้องทำไปเพื่อยึดตามหลักการ เช่นนี้จะเรียกภาคประชาชนเข้ามาเสนอความเห็นทำไม


คุยนอกรอบไม่ลงตัว


              เมื่อถึงช่วงนี้การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดเพราะต่างฝ่ายต่างยึดแนวทางของตน ทำให้นายสามารถ สั่งพักการประชุม และในช่วงนี้เองกมธ.ทั้ง 2 ฝ่าย ได้พยายามมาพูดคุยกันนอกรอบ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการตกลงกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับการมี สสร.จาก 2 ส่วน แต่ทางพรรคเพื่อไทยต้องยอมเพิ่มจำนวน สสร.ในส่วนสสร.จังหวัดให้มากขึ้นกว่าจังหวัดละ 1 คน

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามเมื่อกลับมาสู่การประชุมสถานการณ์ก็ยังไม่ได้คลี่คลายแต่อย่างใด และกมธ.ฝ่ายรัฐบาลพยายามจะเสนอญัตติให้ใช้การโหวตเพื่อข้อยุติ โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้มีการทบทวนมติ ทำให้บรรยากาศกลับไปสู่การโต้เถียงอีกครั้ง จนทำให้กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายธนา ชีรวินิจ ได้พากันวอล์คเอ้าท์จากห้องประชุมเป็นครั้งที่สอง โดยให้เหตุผลว่า การด่วนสรุปและการปฏิบัติหน้าที่ถือว่าไม่ชอบขัดต่อรัฐธรรมนูญ พวกตนจึงไม่สามารถอยู่ร่วมประชุมได้ แต่คงเหลือนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง นายนิพนธ์ ส.ส.สงขลาที่อยู่ในห้องประชุมและแสดงความเห็นคัดค้าน จนที่ประชุมโต้ตอบกันไปมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

              อย่างไรก็ตามนายพิชิฏ ชื่นบาน กรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทย เสนอญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาทบทวนการลงมติมาตรา 291/1 อีกครั้ง และที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นให้มีการทบทวน โดยที่ไม่มีผู้คัดค้านเนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงมติในประเด็นนี้


หักดิบใช้21เสียงล้างมติเก่า


              ต่อจากนั้นจึงเป็นการลงมติว่าในมาตรา291/1ซึ่งเป็นการให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญยึดตามแนวทางของร่างครม.คือให้มีการสรรหาจาก สสร.ใน2รูปแบบ คือการเลือกตั้งจากประชาชนจังหวัดละ 1 คน และคัดเลือกจากที่ประชุมรัฐสภาจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสาขากฎหมายมหาชน 6 คน รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์จำนวน6คน และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ ตามที่ร่างระบุอีก 10 คน ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติ 21ต่อ3 เห็นชอบให้ยืนตามร่างของครม. ส่วนมาตรา291/2 นั้นที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นชอบให้ยื่นตามร่างครม.ขณะที่กมธ.พรรคประชาธิปัตย์สงวนความเห็นไว้อภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา


               จากนั้นเป็นการพิจารณาในส่วนของมาตรา291/3 ซึ่งเป็นเรื่องคุณสมบัติบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง มาตรา291/4 ซึ่งเป็นเรื่องคุณสมบัติสสร.ซึ่งที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นยืนตามร่างครม.ทุกประการ ขณะที่กมธ.พรรคประชาธิปัตย์สงวนความเห็นในการอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้หลังจากใช้เวลาประชุมมากกว่า 7 ชั่วโมง ประธานจึงปิดการประชุมในเวลา 17.45 น. ซึ่งในการประชุมสัปดาห์หน้า จะเป็นการประชุมแบบเต็มวันทั้งวันที่  4 -5 เม.ย.