
11-13เม.ย.พิธีบายศรีสู่ขวัญ'แม้ว'ที่ลาว
"ทักษิณ" เลี้ยงพระเพล-ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญที่ลาว 11-13 เม.ย. 14-15 เม.ย.ค้างคืนกัมพูชา แจงไม่มีนัยยะทางการเมือง 'ตู่'ย้อน'เสธ.หนั่น'รุนแรงกว่าปี53คือสงครามกลางเมืองใช่หรือไม่
29มี.ค. 2555นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกำหนดการเดินทางไปประเทศลาวและประเทศกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางถึงประเทศลาวตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 11 เม.ย. โดยจะพักค้างคืนอยู่ที่เวียงจันทน์ ประเทศลาวจนถึงวันที่ 12 เม.ย. จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 13 เม.ย.พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปเมืองจำปาศักดิ์ ประเทศลาว และค้างคืนที่เมืองจำปาสักด้วย
"ทั้งนี้เมืองจำปาสักนั้นใกล้กับ จ.อุบลราชธานี ดังนั้น หากพี่น้องคนไหนอยากพบกับพ.ต.ท.ทักษิณก็จะสามารถเดินทางไปพบได้สะดวก จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 14 เม.ย.พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยจะค้างคืนที่ประเทศกัมพูชาจนถึงวันที่ 15 เม.ย." นายนพดล กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 เม.ย.ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่ที่ประเทศลาวนั้น จะมีการเลี้ยงพระเพลและมีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว ก่อนที่ในช่วงเย็นจะมีการจัดงานม่วนซื่นตามประเพณีของลาวอีกด้วย
นายนพดล กล่าวด้วยว่า การเดินทางมาประเทศลาวและกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ไม่มีนัยยะทางการเมืองใดๆ ท่านอยากมาร่วมงานปีใหม่ไทย ฉลองวันสงกรานต์ที่เปรียบเสมือนวันครอบครัว และมาทำบุญ อยากให้มีการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ขจัดความขัดแย้งอึมครึมในประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดหมายว่าจะมีส.ส.และคนที่รักและคิดถึงท่านเดินทางไปพบเป็นจำนวนมากแน่นอน สำหรับครอบครัวของท่านจะเดินทางไปพบด้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้ตนยังไม่ทราบ
'ตู่'ย้อน'เสธ.หนั่น'รุนแรงกว่าปี53คือสงครามกลางเมืองใช่หรือไม่
ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. แถลงถึงกรณีที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เรียกร้องให้รัฐบาลถอนผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เพราะอาจเกิดความรุนแรงมากกว่าปี 2553 ว่า ตนอยากถามว่า ที่ระบุว่ารุนแรงกว่าปี 2553 นั้นคือสงครามกลางเมืองใช่หรือไม่ สอดคล้องกับแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการล้มรัฐบาล เพราะขั้นตอนของคดี 91 ศพกำลังใกล้จะตัดสิน รวมทั้งศาลโลกที่กำลังตัดสินคดีพิพาทพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน จึงใช้เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุล้มรัฐบาล โดยเฉพาะการแสดงตนและการขับเคลื่อนของส.ส.ภาคใต้ที่ต่อต้านรัฐบาลนั้น เป็นสถานการณ์เดียวกันกับก่อนการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งรัฐบาลไม่ห่วงเรื่องดังกล่าว เพราะลำพังน้ำยาของพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่สามารถจะล้มรัฐบาลได้หากกองทัพไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ตนจะเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำประเทศไทยเข้าเป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน โดยขณะนี้มีการดำเนินการฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฐานสั่งฆ่าประชาชน ที่ผ่านมาใช้ช่องทางเรื่องการถือครองสัญชาติอังกฤษของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งหากประเทศไทยเข้าร่วมแล้วผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็สามารถยื่นเรื่องไปสมทบในการพิจารณาของศาลโลกได้
อย่างไรก็ตาม ตนอยากเตือนพรรคประชาธิปัตย์ที่แสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมต่อพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกรรมาธิการฯ และสถาบันพระปกเกล้าด้วยว่า อย่าลืมว่าถ้าไม่มีพล.อ.สนธิ ชาตินี้นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ เมื่อพล.อ.สนธิหมดประโยชน์ก็แสดงอาการเป็นส.ส.แว๊นและผู้นำฝ่ายค้านแว๊น อะไรๆ ก็วอล์คเอาท์ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามอดทนในเรื่องดังกล่าว
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการเรียกร้องให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจรจากันเพื่อยุติปัญหาของประเทศนั้นตนสนับสนุน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพล.อ.เปรมที่มีความอาวุโสกว่าว่าจะเปิดโอกาสหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งอาวุโสน้อยกว่าก็พร้อมที่จะพูดคุยเพื่อหยุดการสูญเสียของประเทศ ทั้งนี้หากมีคนกลางมาเป็นตัวประสานก็เป็นเรื่องดี แต่ยอมรับว่ายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ทั้งนี้ ในวันที่ 30 มี.ค.นั้น ตนจะเดินทางไปประเทศลาวในช่วงเช้า จากนั้นในช่วงเย็นจะเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อเจรจากับทางการในการขอใช้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์รดน้ำดำหัวพ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมทั้งจะประสานงานเรื่องอาหาร ความปลอดภัย และการจราจรด้วย เพราะคาดว่าจะมีคนเสื้อแดงเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนทั้งในประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งผลการเจรจาจะออกมาอย่างไรนั้น ตนจะกลับมาแถลงข่าวในวันที่ 2 เม.ย.ให้ทราบต่อไป
"ประวัฒน์"แจง“พนิตา”ไม่ได้ฝากเอกสาร ขรก. พม. ขออภิปราย "สันติ"
นายประวัฒน์ อุตโมท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และน้องชายนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเอกสารที่อ้างเป็นความเห็นของข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จำนวน 99 คนที่ประสงค์ให้มีการอภิปรายจริยธรรมของนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มาแจกให้กับสื่อมวลชนที่รัฐสภาว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว แต่ในเบื้องต้นได้โทรศัพท์ไปสอบถามนางพนิตาแล้วว่าได้ให้ใครนำเอกสารอะไรมาที่รัฐสภาหรือไม่ ซึ่งนางพนิตายืนยันว่าไม่ได้ให้ใครนำเอกสารใดๆ ไปแจกให้กับสื่อมวลชนเลย ดังนั้นตนจึงไม่แน่ใจว่าชายคนที่นำเอกสารดังกล่าวมาแจกให้กับสื่อมวลชนนั้นเป็นตัวแทนของข้าราชการในกระทรวงฯ ที่นำเอกสารดังกล่าวมาแจกให้กับสื่อมวลชนเองหรือไม่



