ข่าว

'ชาติพันธุ์-ชนเผ่า'บุกทำเนียบฯร้องนายทุนรุกที่

'ชาติพันธุ์-ชนเผ่า'บุกทำเนียบฯร้องนายทุนรุกที่

29 มี.ค. 2555

"กลุ่มชาติพันธุ์-ชนเผ่าพื้นเมือง" บุกทำเนียบฯเรียกร้องผลักดันนโยบาย "สังคมวัฒนธรรมพิเศษฯ" รับรับประชาคมอาเซียน โวยโดนนายทุนรุกที่เกิด-ทำกินดั้งเดิม วอนอยากเห็น นายกฯรับเรื่องเอง

              เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มี.ค.  ที่บริเวณสะพานอรทัยทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นที่ หลายภาค อาทิ กะเหรี่ยง อาข่า ม้ง จากภาคเหนือ ชาวกูย ภูไท โส้ จากภาคอีสาน มอญ ไททรงดำ จากภาคตะวันออก และมอแกน มานิ และมลายู จากภาคใต้ กว่า 500 คน รวมตัวกันยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายเขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อรองรับความพร้อมด้านคนพื้นเมืองก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยมวลชนฝ่าการรักษาความปลอดภัยของตำรวจที่ดูแลทำเนียบรัฐบาล ด้านถนนพระราม 5 เข้ามาตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวบริเวณพื้นที่ชั้นใน ด้านข้างมหาวิทยาลัยราชมงคลพานิชพระนคร

              ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อปี2553 เกี่ยวกับนโยบายในการฟื้นฟูชีวิตชาวเล และชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษที่เอื้อต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีลักษณะสังคมเฉพาะ โดยให้ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน การฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกด้าน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหา เครือข่ายฯจึงเสนอแนวทางเพื่อให้เกิดรูปธรรมในการแก้ปัญหา ประการแรกให้มีมติครม.คุ้มครองพื้นที่พิพาทระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานรัฐอื่นๆกับกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ และให้กระทรวงยุติธรรมเป็นตัวกลางคลี่คลายปัญหากรณีพื้นที่พิพาทเอกชน

              ประการที่สอง ให้มีมติครม.แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ โดยมีคณะกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วน และให้เร่งดำเนินการ 4 แนวทางคือ 1.แก้ปัญหาชาวเล และกะเหรี่ยง โดยเร่งประกาศพื้นที่นำร่อง “เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษ” ชุมชนชาวเล 8 พื้นที่ และชุมชนกระเหรี่ยง4พื้นที่ 2.ศึกษาวิจัยสำรวจรวบรวมข้อมูลของพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองทุกกลุ่มภายใน 6 เดือน และ 4.หาแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน ในกรณีความขัดแย้งในปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย เรื่องสัญชาติ และการเข้าถึงสิทธิ์ขึ้นพื้นฐานอื่นๆ

              ปราการสุดท้าย ให้มีมติครม. กองทุนแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง โดยสนับสนุนงบประมาณอย่างน้อยปีละ 500 บาท และให้กองทุนอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการที่ตั้งร่วมกัน

              จากนั้น นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นตัวแทนรัฐบาล เชิญตัวแทนเครือข่ายฯ 15 คน เข้าหารือภายในทำเนียบรัฐบาล โดยในที่ประชุมมีการหารือถึงปัญหาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ และชนเผ่าอย่างกว้างขวาง ตัวแทนชนเผ่าพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลที่อยู่ดั้งเดิมของแต่ละชนเผ่าในพื้นที่ ซึ่งพวกตนอยู่มาก่อนนับร้อยปี แต่ถูกกลุ่มนายทุนรุกล้ำ ทำลายทรัพยากร และไม่สามารถต่อกรอะไรได้ อีกทั้งยังถูกภาครัฐใช้กฎหมายบีบคั้นในหลายด้านเนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลที่ขาดสัญชาติ และสิทธิพื้นฐาน และการเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้ เนื่องจากปัญหาที่เรียกร้องเป็นปัญหาเก่าค้างมาหลายรัฐบาล แต่ขาดการเหลียวแล จึงต้องการให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มารับเรื่องด้วยตนเอง เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าต่างๆ

              ด้าน นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าไม่ทราบปัญหาในเชิงลึก ซึ่งต้องขอศึกษาดูก่อน และจากนั้นจะนำเรียนนายกฯให้ แต่หากจะให้นายกฯออกมาพบในวันนี้เลยคงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากนายกฯเพิ่งกลับจากต่างประเทศและมีภารกิจต้องประชุมครม. อีกทั้งกำหนดงานของนายกฯยังแน่นยาวเหยียดตลอดทั้งวัน คงไม่สามารถมารับเรื่องด้วยตัวเองได้จึงมอบหมายให้ตนมาเป็นตัวแทน และยืนยันว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ให้เป็นรูปธรรม เพราะอะไรที่เกี่ยวกับคนจนเราจะต้องดำเนินการให้เต็มที่