
หลายชาติหวั่นโสมแดงทดสอบขีปนาวุธ
เกาหลีเหนือเติมเชื้อเพลิงจรวด ที่ถูกตะวันตกมองว่า เป็นการเตรียมทดสอบขีปนาวุธในเดือนหน้า
29 มี.ค. 55 หนังสือพิมพ์โตเกียว ชิมบุน ของญี่ปุ่น รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มเติมเชื้อเพลิงจรวดพิสัยไกล ที่ชาติตะวันตกพิจารณาว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธ และกำหนดเวลาปล่อยจรวดในราววันที่ 12 หรือ 13 เมษายน กำลังใกล้เข้ามา
แหล่งข่าวระบุว่า เกาหลีเหนือได้เริ่มเติมเชื้อเพลิงเหลวให้จรวด และยังอ้างแหล่งข่าวทางการทูตที่ยืนยันด้วยว่า เกาหลีเหนือได้ขนย้ายจรวดไปยังฐานปล่อยจรวดในเมืองทงชาง-รี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
รายงานเรื่องนี้ มีขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือ ยืนยันเมื่อวันอังคารว่า จะเดินหน้าในสิ่งที่พวกเขาอ้างว่า เป็นการปล่อยดาวเทียม อันเป็นการปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า
ของสหรัฐที่ให้ละทิ้งโครงการนี้ และยังกล่าวหาผู้นำสหรัฐด้วยว่า มีแต่ความคิดที่จะเผชิญหน้า
สหรัฐได้ระงับแผนการส่งความช่วยเหลือด้านอาหารไปยังเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐระบุว่า เกาหลีเหนือไม่รักษาสัญญาที่จะยุติการยิงขีปนาวุธ และทำให้หมดความไว้วางใจที่จะให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือได้อีกต่อไป นอกจากประเทศตะวันตกแล้ว บรรดาประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียของเกาหลีเหนือ ต่างก็เรียกร้องให้เกาหลีเหนือ ละทิ้งโครงการปล่อยจรวด ที่ถูกมองว่า เป็นขั้นตอนเบื้องต้นของการทดสอบเทคโนโลยีขีปนาวุธเช่นกัน
ด้านสำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ หรือ KCNA ได้รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทางการคนหนึ่งเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับรายละเอียดของการปล่อยดาวเทียมขนาด 100 กิโลกรัม และโคจรอยู่ในอวกาศเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งดาวเทียมดวงนี้ ติดตั้งกล้องที่สามารถส่งภาพถ่าย และข้อมูลกลับมายังโลก
ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ระบยุว่า ดาวเทียมที่เหมาะสำหรับการส่งไปสำรวจในอวกาศ ควรจะมีน้ำหนัก 500 กิโลกรัม และมีระยะการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี ส่วนดาวเทียมของเกาหลีเหนือที่มีน้ำหนักเพียง 100 กิโลกรัม เป็นแค่ดาวเทียมทดลอง และเป็นขั้นตอนเริ่มแรกสุดของการพัฒนาดาวเทียม พอ ๆ กับการพัฒนาดาวเทียมรุ่นแรก ๆ ขอเกาหลีใต้ เช่น ยูรีเบียง 2 และ 3 ที่ถูกปล่อยออกไปเมื่อทศวรรษที่ 1990
เกาหลีเหนือถูกมองว่า ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะใช้จรวดในการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรอย่างจริงจัง เพราะดาวเทียมขนาดเล็กเพียงเท่านีร้ อาจบรรทุกไปกับจรวดในเชิงพาณิชย์ของประเทศอื่นก็ได้ ไม่มีเหตุผลให้เกาหลีเหนือต้องลงทุนสร้างจรวดที่ใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อขนส่งดาวเทียมขนาดเล็กและมีอายุการใช้งานช่วงสั้น ๆ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือมุ่งให้ความสนใจต่อการทดสอบขีปนาวุธมากกว่าการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ด้วยข้ออ้างเรื่องการวิจัยทางวิทยาศาสตร์



