
"นพดล"รับทักษิณประมูลเกาะมอนเตเนโกรจริง
"นพดล"รับทักษิณประมูลเกาะมอนเตเนโกรพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อไทยชี้ไม่ควรแก้รธน.ทั้งฉบับในรัฐบาลชุดนี้ "พายัพ"นั่งหัวโต๊ะคุมอีสาน พท.ปรับทัพรับเลือกตั้ง วางคิวเดินสายปราศรัยทั่วอีสานหลังปิดสมัยประชุม ชู"ทักษิณ"จุดขายพร้อมออก"วิดีโอลิงค์ทุกเวทีปลุก
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพ.ต.ท. ทักษิณ ที่มีชื่อในการประมูลซื้ออสังหาริมทรัพย์ ส่วนหนึ่งในเกาะสเวติ นิโคลา ประเทศมอนเตเนโกร ว่า อดีตนายกฯสนใจจะไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเกาะดังกล่าวจริง ขณะนี้กำลังพูดคุยเจรจากับนักธุรกิจ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยวัตถุประสงค์ในการซื้อนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการจะลงทุนเพื่อพัฒนาให้เกาะดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของโลก เพราะก่อนหน้านี้ได้ประเมินข้อมูล ทั้งศักยภาพและทรัพยากรภายในเกาะมาแล้ว
อย่างไรก็ดีไม่สามารถบอกรายละเอียดว่าการเจรจาคืบหน้าไปถึงขนาดไหน เพราะไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นการสร้างกระแสเหมือนกับการซื้อสโมสรแมนฯซิตี้ รวมทั้ง อดีตนายกฯก็ระมัดระมัง แต่เรื่องนี้มีการพูดคุยมาระยะหนึ่งแล้วในการที่จะลงทุน ส่วนจำนวนเงินในการลงทุนไม่ขอเปิดเผย
ส่วนที่มีการมองว่าการซื้อเกาะดังกล่าวเพื่อต้องการนำไปสู่การขอพาสปอร์ตเสรีว่า ตามหลักการทูต พาสปอร์ตเสรีไม่มี การเข้าออกประเทศใด ต้องขอวีซ่าและพาสปอร์ตเป็นรายประเทศ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเพื่อนต่างชาติหลายประเทศเห็นใจที่ถูกกลั่นแกล้งการเมือง ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีพาสปอร์ต 2 ประเภท คือ ทางการทูตและบุคคลธรรมดา
เพื่อไทยชี้ไม่ควรแก้รธน.ทั้งฉบับในรัฐบาลชุดนี้
นายประเกียรติ นาสิมมา สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป การเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยเน้นการสมานฉันท์ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และส่วนตัวเห็นว่าอาจมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ยก ยกแรกเฉพาะมาตราสำคัญก่อน ส่วนยกที่สองแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
อย่างไรก็ตามการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ไม่ควรแก้ในรัฐบาลนี้ ควรจะมีรัฐบาลเพื่อชาติขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญโดยตรง โดยอาจให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกฯและให้ทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นรัฐบาล มีอายุทำงาน 1 ปี ภารกิจสำคัญคือแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นต้นตอของความขัดแย้ง และมีกติกาที่ไม่เป็นธรรมหลายเรื่อง เช่น ระบบเลือกตั้ง ที่สำคัญคือ โครงสร้างองค์กรอิสระ โดยต้องแก้ไม่ให้มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพราะเป็นการพิจารณาศาลเดียวไม่เป็นธรรม และสากลไม่ยอมรับ แต่ต้องเป็นให้ฟ้องอาญา 3 ศาลทั่วไปซึ่งตรงนี้จะเปิดโอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถกลับมาต่อสู้คดีได้อย่างเป็นธรรม 3 ศาล ส่วนคดีหวยบนดิน หรือ คดีกล้ายางหรือคดีอื่น ก็ต้องพิจารณา 3 ศาล เช่นกัน
ส่วนศาลรัฐธรรมนูญก็ควรแก้ให้เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญเท่านั้นไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดี รวมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องไม่มีอำนาจประกาศผลเลือกตั้ง หรือ ใจใบเหลือง ใบแดง ใครชนะก็ประกาศผลเป็น ส.ส.ทันที
พท.อีสานตีฆ้องรอเลือกตั้ง-โวชู"ทักษิณ"วิดีโอลิ้งค์เรียกแขก
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า วันนี้ ได้มีการประชุม ส.ส.ภาคอีสานทั้งหมด ที่รัฐสภา มีนายพายัพ ชินวัตร ประธาน ส.ส.ภาคอีสาน เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้หารือถึงยุทธศาสตร์ทางการเมืองโดย ส.ส.อีสานเห็นว่าควรมีการเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้ง โดยจะต้องมีการจัดทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเพื่อสื่อสารเชื่อมกับประชาชน เพราะมีการประเมินว่าจะมีการยุบสภาก่อนสิ้นปีนี้ หรือในปีหน้า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และรัฐบาล ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะต้องมีการเตรียมความพร้อมตลอดเวลา
นายศักดา กล่าวว่า ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนฯแล้ว พรรคเพื่อไทย จะจัดสัมมนาของ ส.ส.อีสานในต่างจังหวัดทันที จากนั้นจะจัดกิจกรรมทางการเมืองต่อเนื่องโดยเดินสายจัดเวทีปราศรัยทุกจังหวัดในภาคอีสาน จะมี ส.ส.อีสาน พร้อมแกนนำของพรรคร่วมเดินสายปราศรัย เบื้องต้น ทีมปราศรัยชุดหลักจะนำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.ของพรรค และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน เป็นต้น
ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมการเมืองเชิงรุกทั้งการจัดสัมมนาและจัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยจะเดินทางไปให้ครบทุกจังหวัดในภาคอีสาน จะไปทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวอีสานโดยเฉพาะประเด็นเรื่องสองมาตรฐาน ขณะเดียวกันถือเป็นการเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งที่ยังไม่ทราบว่าจะยุบสภาเมื่อไร
“ผมและส.ส.อีสานส่วนใหญ่ จะเสนอให้คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรคให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงค์เข้ามาพูดคุยกับประชาชนทุกเวทีปราศรัย เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้คนอีสานเลือกพรรคเพราะท่านทักษิณ เราจึงควรชู พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดขายอีกครั้งไปเลย ซึ่งจริงๆแล้ว เราก็อยากให้ท่านทักษิณ ได้ขึ้นมาร่วมบนเวทีแบบตัวเป็นๆแต่เข้าใจดีว่ายังทำไม่ได้ อย่างน้อยๆเชื่อว่าจะเป็นไฮไลท์ของงานอย่างแน่นอน” นายศักดา ย้ำ
"จตุพร"พร้อมรับฟังข้อเสนอจาตุรนต์ ยันไม่มีขัดแย้ง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและผู้เขียนหนังสือ " ความจริงวิกฤตประชาธิปไตย 27 ประเด็นที่สังคมไทยต้องการคำตอบ " ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการนำขบวนการเสื้อแดง พร้อมกับเรียกร้องว่าการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ควรผูกติดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนเกินไปว่า ข้อเสนอของนายจาตุรนต์คงต้องรับฟังเพราะอยู่ในกระบวนการประชาธิปไตยเหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงได้ประกาศชัดเจนแล้วถึงความสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้คนเสื้อแดงไม่มีแกนนำ อดีตนายกฯไม่ได้เป็นแกนนำ เป็นเพียงคนหนึ่งในขบวนการที่รักประชาธิปไตยเหมือนกับคนเสื้อแดง ที่ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย มีกระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐาน
ส่วนที่นายจาตุรนต์ยืนยันว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่กระทรวงมหาดไทย คนเสื้อแดงเข้าไปทุบรถนายกรัฐมนตรี นายจตุพรกล่าวว่า ตนยังไม่ได้อ่านหนังสือดังกล่าวเลยไม่ทราบ แต่นายจาตุรนต์คงประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นแล้วมาเขียนหนังสือ แต่ตามข้อเท็จจริงที่เราได้รับฟังและประมวลเหตุการณ์หลังเกิดเหตุจึงทราบว่า คนเสื้อแดงตกเป็นเหยื่อ การมีคนเสื้อแดงในกระทรวงมหาดไทยเราไม่ปฏิเสธ แต่ขณะเดียวกันก็มีทหารใส่เสื้อแดงเข้าไปทุบรถนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เรื่องนี้คงต้องพิสูจน์กันอีกว่าในรถคันดังกล่าวมีนายกฯอยู่ในรถจริงหรือไม่ แต่ข้อมูลเราที่ได้รับนั้นนายกฯไม่ได้อยู่ในรถ
สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์ของนายจาตุรนต์ที่ระบุถึงคนเสื้อแดงขณะชุมนุม บนเวทีมีการเปลี่ยนข้อเรียกร้องอย่างรวดเร็วจนทำให้ผู้ชุมนุมตามไม่ทัน นายจตุพร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ อยากอ่านให้ครบถ้วนก่อน หากยังไม่ได้อ่านแล้วไปวิพากษ์วิจารณ์อาจขัดกัน แต่นายจาตุรนต์ไม่ได้อยู่ที่เวทีตลอด จะมาวันท้าย ๆ ของการชุมนุม
อย่างไรก็ดีความเห็นของนายจาตุรนต์ก็คงต้องรับฟัง หากเจอกันก็คงจะพูดคุยถึงเรื่องนี้ สิ่งที่นายจาตุรนต์เสนอมาไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งกันแต่อย่างใด เป็นมุมมองเป็นความคิดเห็นที่ต้องรับฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สวยงามทางประชาธิปไตย



