
ป่า (ต้น) ไม้...
ป่า (ต้น) ไม้...: กระจกเงา โดย อัศศิริ ธรรมโชติ
“มีพระยาไม้ปาริชาต ประจำเชิงเมรุมาศมไหศวรรย์
สูงร้อยโยชน์ยิ่งไม้ในหิมวันต์ ทรงสุคันธ์ทิพรสขจายจร”
คำกลอนนี้แต่งโดยเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กล่าวถึงต้นไม้ในฝันในป่าหิมพานต์ และว่าสามารถส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งสวรรค์และจักรวาลฟ้ากว้าง
ตามตำราว่า ต้นไม้คือพืชที่เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งสร้างอาหารขึ้นได้เองโดยอาศัยพลังงานจากแสงแดด ในขณะที่ทั้งคนและสัตว์ต้องกินพืชและสัตว์ด้วยกันเองเป็นอาหาร ต้องใช้อาหารสร้างพลังงานขึ้นมาถึงจะมีชีวิตรอดอยู่ได้
ไม้ต้นหรือต้นไม้จึงมีประโยชน์มากมายต่อคนและสัตว์ นับตั้งแต่เมล็ด ดอก ผล ใบ ไปจนถึงก้าน กิ่ง รากเปลือก และลำต้น ช่วยให้มีอากาศดีหายใจ และให้ร่มเงากันแดดฝนอีกต่างหาก
ว่ากันว่าสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตสุดบนโลกนี้ก็คือต้นไม้นี่แหละ ต้นไม้บางชนิดมีอายุยืนยาวมาร่วม 3-4 พันปี ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ของไทยเราก็มีต้นสักเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดของโลกและมีอายุมากกว่า 1,500 ปี ตอนนั้นยังไม่มีประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ
ป่าคือที่รวมของต้นไม้นานาพันธุ์ และรวมถึงทั้งหญ้าและธัญพืชต่างๆ เป็นที่อยู่รวมกันของสิ่งมีชีวิตจึงเรียกว่า “ชีวาลัย” คือ พืช สัตว์ และคน ต่างเกื้อกูลอาศัยกันเป็นวัฏจักรของชีวิต
ธัญพืชคือข้าวและขนมปังที่คนเราต้องกินเพราะความจำเป็นของร่างกาย ในขณะที่พืชอย่างเห็ดและรา คนเราก็ยังเอามาทำเหล้า ไวน์ เบียร์ ดื่มกินกันจนติดงอมแงมอย่างที่เห็น
จากประวัติศาสตร์ที่เป็นมา คนมีแต่ทำลายป่าและต้นไม้ คนสร้างบ้านเรือน ทำประตูหน้าต่างจากต้นไม้ในป่า ใช้กระดาษดินสอเขียนหนังสือ อ่านหนังสือ ใช้ไม้หมอนรองรถไฟ ทำเสาโทรเลข โทรศัพท์ และสร้างเมืองขึ้นใหม่ ล้วนแต่ต้องทำลายต้นไม้และป่าไม้ลงทั้งสิ้น
ป่าและต้นไม้ของโลกปัจจุบันจึงมีเหลืออยู่น้อย และมีแต่จะหมดไป
ประเทศไทยเราเดิมเคยมีป่าไม้อยู่เกือบทุกพื้นที่ในทุกภาคของประเทศ คือประมาณถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยละ 30 เราได้ทำลายป่าไปมากกว่าร้อยละ 50 จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็มิได้ลดน้อยลงไป การบุกรุกป่า บุกรุกอุทยาน การลักลอบตัดไม้โค่นไม้ ก็ยังปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องอยู่ทุกวัน
จนกระทั่งถึงวันหนึ่งเมื่อ “ไม้ล้ม เงาหาย” ประเทศไทยและคนไทยจึงต้องพบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างไม่เคยมีมาก่อน
น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ และเมืองต่างๆ เกือบครึ่งค่อนประเทศเมื่อปีที่แล้วนี้ น้ำมาแรงและเร็ว และพาเอาดินโคลนมาด้วย ก็เพราะมีป่าและต้นไม้ไม่มากพอที่จะช่วยยับยั้งกระแสน้ำและรักษาดินมิให้ถล่มลงมาได้ จึงได้สูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิตคนไปมากมายอย่างที่รู้กันอยู่
ภัยจากดินโคลนถล่ม มีสาเหตุมาจากการบุกรุกทำลายป่า และทำให้ดินเสื่อมสภาพที่จะช่วยซับน้ำฝนให้ลงสู่ใต้ดิน ประเทศไทยปัจจุบันนี้จึงมีหมู่บ้านที่ตกอยู่ในสภาพนี้ คือเสี่ยงต่อการที่จะถูกดินโคลนถล่มลงมาทับอยู่มากนับเป็นพันๆ แห่งในกว่า 50 จังหวัด
เวลาฝนตกหนัก ดูข่าวดูทีวีแล้วต้องทำใจครับ
ไฟป่าก็นับว่าเป็นอีกภัยหนึ่งที่ประเทศนี้ควรระวังไว้ เพราะอากาศในเมืองไทยมีแต่ร้อนขึ้นทุกปี ทำให้เกิดไฟป่ามาก ว่าทั่วประเทศรวมกันในแต่ละปีจะมีไฟป่าเกิดขึ้นนับเป็นหมื่นครั้ง และในปีหนึ่งๆ ไฟก็ได้ผลาญต้นไม้และป่าไม้ไปนับเป็นแสนไร่
นอกจากนี้ก็ยังมีพวกเผาป่า อย่างที่เกิดขึ้นในภาคเหนือล่าสุดนี้
การเผาป่าเผาหญ้าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ในรอบหลายปีมานี้นับว่าเป็นสาเหตุใหญ่ในการทำให้เกิดฝุ่น หมอกและควันพิษขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศปิด อย่างในภาคเหนือ เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง เป็นต้น จนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ว่านับแต่โรคตาแดง โรคระบบทางเดินหายใจ ไปจนถึงโรคปอด โรคมะเร็ง คนภาคเหนือเป็นกันมากในระยะหลังนี้ ก็เพราะเหตุจากฝุ่นละออง หมอกควันที่มาจากการเผาป่าในหน้าร้อนนี้แหละ
ฝนแล้ง ไฟป่า น้ำท่วมใหญ่ ดินโคลนถล่ม น่าจะคือปัญหาประจำปีของประเทศที่จะต้องเผชิญต่อจากนี้ไป มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการทำลายต้นน้ำลำธาร ป่า ว่า “โคลนนิ่ง” ผู้นำของประเทศยังทำได้ ก็น่าจะช่วยกัน “โคลนนิ่ง” ต้นไม้ ป่า ขึ้นมาภายในประเทศบ้างก็จะเป็นการดีครับ



