ข่าว

กรุงเทพฯในยามค่ำคืนและส่วนที่มองไม่เห็น

กรุงเทพฯในยามค่ำคืนและส่วนที่มองไม่เห็น

29 มี.ค. 2555

กรุงเทพฯในยามค่ำคืนและส่วนที่มองไม่เห็นของกรุงเทพฯ: ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

                  ช่วงที่ผ่านมามีโอกาสได้นั่งคิดเรื่องกรุงเทพฯ อยู่เนืองๆ ก็เลยอยากจะขอแลกเปลี่ยนเรื่องนี้สักหน่อย
 
                  ประการที่หนึ่ง ไม่ว่าจะมีความพยายามในเรื่องของการวางแผน กทม.เมื่อไหร่ และไม่ว่าจะมีการพูดถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ สิ่งที่น่าจะคิดก็คือ เรามีการกำหนดสิ่งที่เราเรียกว่า "กรุงเทพฯ" หรือ "กทม." เอาไว้แค่ไหน
 
                  เราจะหมายถึงเพียงแค่พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การบริหารของหน่วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ชื่อว่า กรุงเทพมหานคร หรือเราจะรวมพื้นที่โดยรอบไปด้วย
 
                  ไม่ใช่หมายถึงว่าเราจะขยายพื้นที่ไปกินแดนในเชิงการบริหารของหน่วยการปกครองอื่นๆ แต่เราหมายถึงการคิดเผื่อเอาไว้ด้วยว่าเมื่อเราทำอะไรในพื้นที่ของเรา ก็ย่อมจะส่งผลกระทบไปยังพื้นที่อื่นๆ ด้วย
 
                  ประการที่สอง ผมคิดว่าพื้นที่ที่เรียกว่าฝั่งธนบุรีนั้นน่าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นพิเศษจนอาจจะต้องถึงขนาดที่นำไปสู่การสร้างหน่วยการปกครองท้องถิ่นใหม่อีกสักหนึ่งแห่งที่แยกออกจากกรุงเทพมหานครไปเสียเลย
 
                  บอกตรงๆ ว่าตอนนี้ความคิดดังกล่าวตามมาหลอกหลอนผมทุกวัน และหนักขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา
 
                  ขนาดที่แอบคิดเพี้ยนๆ ไปเลยในบางครั้งว่า ฝั่งธนฯ เนี่ยจะได้ประโยชน์มากกว่านี้หรือไม่ แม้ว่าจะกลายเป็นเพียงแค่จังหวัดในรูปแบบเก่า แทนที่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ กทม. ตามที่เป็นอยู่
 
                  นี่ขนาดไม่ต้องพูดถึงการทำให้ฝั่งธนฯ เป็นเหมือนการปกครองแบบกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ
 
                  สิ่งที่จะต้องคิดในเรื่องของฝั่งธนฯ นั้นมีหลายเรื่อง เช่นอาจจะลองเปรียบเทียบว่าในช่วงน้ำท่วมนั้น การแก้ปัญหาน้ำท่วมของฝั่งธนฯ เอง แตกต่าง และมีประสิทธิภาพอย่างไร เมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาของจังหวัดในรูปแบบเดิม อาทิ นนทบุรี ปทุมธานี โดยเฉพาะกรณีความสามารถขององค์กรปกครองท้องถิ่นในระดับเทศบาล อบต. อบจ. และผู้ว่าฯ
 
                  พูดง่ายๆ ว่าถ้าอยู่เป็นส่วนหนึ่งของ กทม. แบบนี้ แล้วฝั่งธนฯ เป็นตัวของตัวเองแค่ไหน? หรือว่าทั้งหมดในการพัฒนาฝั่งธนฯ ในวันนี้กลายเป็นเรื่องสองเรื่อง คือ เรื่องของการพัฒนาหรือปล่อยให้มีการพัฒนาที่พึ่งพาและขึ้นต่อฝั่งกรุงเทพฯ มากขึ้น และในอีกด้านหนึ่งนั้นก็คือการยิงการพัฒนาข้ามหัวฝั่งธนฯ เพียงแค่ทำให้ฝั่งธนฯ เป็นทางผ่าน จากกรุงเทพฯไปสู่จังหวัดใกล้เคียง อาทิ กรณีการมุ่งลงไปยังนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี และพื้นที่ภาคใต้ด้วยระบบการขนส่งขนาดใหญ่ จนทำให้ฝั่งธนฯ กลายเป็นเพียงพื้นที่ทางผ่าน เป็นต้น
 
                  เรื่องฝั่งธนฯ จะมีมาเล่าให้ฟังอีกเป็นระยะครับ เพราะผมกับเด็กๆ ในวิชาเรียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของเมืองกำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ครับผม
 
                  ส่วนเรื่องประการสุดท้าย ผมคิดว่าเวลาที่เรามองเรื่องผังเมืองนั้น เราไม่ค่อยมองเรื่องเมืองกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักเท่าไหร่ ในความหมายที่ว่า เมืองกทม.นั้นมักจะถูกมอง ถูกวางแผน และถูกจินตนาการในแง่ของกลางวัน และไม่เคยมีการจินตนาการ รวมทั้งการกำหนดแผนที่กิจกรรมหลายๆ อย่างของเมืองในยามกลางคืน
 
                  ในความหมายที่ว่า เรามักจะมองว่ากลางคืนนั้นเป็นเพียงแหล่งเที่ยว แต่เรามองไม่ครบว่ามีกิจกรรมและผู้คนที่เขาทำงานยามค่ำคืน และมีชีวิตยามค่ำคืนอย่างไร
 
                  ผมแอบคิดว่าถ้าจะเริ่มมองกันเรื่อง กทม. นั้น สิ่งแรกที่จะต้องคิดก็คือการพูดถึง กทม. ในฐานะที่เป็นเมือง 24 ชั่วโมง เสียก่อน แล้วจากนั้นก็ค่อยพิจารณาว่าพื้นที่ของกทม. และผู้คนในกทม.ในแต่ละช่วงเวลานั้นเป็นใครและมีชีวิตอย่างไร เราจึงจะสามารถมองภาพกทม.ในฐานะเป็นพื้นที่อย่างรอบด้านครับ