ข่าว

นักการเมืองกับภาระหน้าที่

นักการเมืองกับภาระหน้าที่

29 มี.ค. 2555

นักการเมืองกับภาระหน้าที่: เสรีภาพและความรับผิดชอบ โดยนายประชา ช้ำชอก

                  ใครบางคนนิยามความหมายของนักการเมืองเอาไว้ได้เจ็บแสบทีเดียวว่า เป็นคนซึ่งถึงแม้จะไม่มีแม่น้ำสักสายแต่เขาก็จะเสนอสร้างสะพาน บ้างก็ว่าคือคนที่ให้คำมั่นสัญญาได้ทุกอย่างในสิ่งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่กับสิ่งที่เป็นไปได้เขาก็จะไม่ทำ
 
                  บางคนก็นิยามว่า นักการเมืองคือคนซึ่งรอบรู้ทุกเรื่อง ยกเว้นการทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข หรือคือผู้ซึ่งคนกำลังอดตายอยู่เบื้องหน้า แต่แทนที่จะป้อนข้าวป้อนน้ำ เขากลับสัญญาว่าจะปฏิรูปการเมือง ฯลฯ
 
                  นิยามความหมายต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนัยอันสื่อไปถึงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ การดูถูกดูแคลน เย้ยหยันเสียดสีนักการเมืองด้วยแล้ว ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ถูกอกถูกใจประชาชนคนแทบทุกประเทศ เพราะต่างล้วนส่วนใหญ่มักจะประสบพบพานกับนักการเมืองในนิยามความหมายดังกล่าวเหล่านั้น เสียมากกว่าที่จะเป็นบุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถในการแก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติ ประชาชนอย่างแท้จริง
 
                  นักการเมืองทั่วโลกต่างมีธาตุ อันเป็นมาตรฐานเบื้องต้น หรือขั้นต่ำที่สุด เหมือนกันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ภาษาใด จะหัวแดง ผิวขาวหรือหัวดำ ผิวเหลือง หรือดำทั้งผิวและผม นั่นก็คือ ความไม่น่าไว้วางใจ จากความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้นระบบตรวจสอบถ่วงดุล จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นเครื่องมือ หลักประกันผลประโยชน์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ
 
                  ย้อนกลับมาดูความเป็นจริงในบ้านเรา จะเห็นว่า ในขณะที่ประชาชนกำลังผจญกับปัญหาค่าครองชีพ สินค้ามีราคาแพง แต่แทนที่นักการเมือง โดยเฉพาะฟากของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ จะได้ทุ่มเทสติปัญญา ความรู้ความสามารถไปแก้ปัญหาปากท้องให้แก่ชาวบ้านราษฎรก็เปล่าเลย
 
                  พระเดชพระคุณท่านกลับไพล่ไปทุ่มเท ผลักดันรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ไม่สามารถจะพิจารณาเรื่องอื่นใดได้นอกจากตัวบทกฎหมาย
 
                  แต่กลับลุกลี้ลุกลนขอมติจากรัฐสภา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญปรองดองได้ โดยไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเข้าใจได้เลย ว่ามีเหตุผล ความจำเป็นเร่งด่วนประการใด ถึงขนาดจะต้องเร่งรัดผลักดัน ดำเนินการกันให้จงได้
 
                  มิหนำซ้ำ รู้อยู่เต็มอกว่า ไม่ได้มีบรรยากาศความปรองดองเลย แต่ก็ยังตะบี้ตะบันจะผลักดันรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กัน ราวกับโลกจะถล่มฟ้าจะทลายลงมาในวันนี้วันพรุ่งหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
 
                  เรื่องที่ควรทำไม่ทำ แต่เรื่องที่รู้อยู่ว่าเป็นไปไม่ได้กลับจะทำ
 
                  ไม่เฉพาะปัญหาสินค้าราคาแพงเท่านั้น ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีปรากฏการณ์หลายครั้งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียจากอุบัติเหตุการจราจรทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถแก๊สชนราวสะพานจนเพลิงลุกไหม้เกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรง หรืออุบัติเหตุรถตู้ รถโดยสาร อันมีพื้นฐานปัจจัยสำคัญมาจากเรื่องของความเร็ว
 
                  แต่ก็ไม่ได้มีนักการเมืองกระตือรือร้นที่จะผลักดัน หาทางแก้ไขในเชิงนโยบายเลย นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ทั้งๆ ที่เทศกาลแห่งความตายกำลังคืบคลานใกล้เข้ามาอีกหน
 
                  ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย น่าจะต้องช่วยกันส่งสัญญาณ เรียกร้องกดดันให้นักการเมืองตัวแทนของเราท่านทั้งหลาย ได้สำนึกสำเหนียกในภาระหน้าที่ที่แท้จริงของตัวเอง
 
                  เที่ยวหลงใหลได้ปลื้มไปกับรูปร่างหน้าตา คอยชื่นชมว่าวันนี้สวมชุดไหนสีอะไร หรือคิดแค่เพียงจะข้ามแดนไปร่วมงานรดน้ำดำหัว
 
                  สุขชั่วครู่ชั่วยามแต่ทุกข์จะตามไปชั่วลูกชั่วหลาน