
สะใภ้ญี่ปุ่นชีวิตที่ต้องปรับตัวเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด
สะใภ้ญี่ปุ่น ชีวิตที่ต้องปรับตัวเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ
"นงนภัส ซาการา" หรือตั๊ก วัย 35 ปี อดีตผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจและนิตยสารท่องเที่ยว สาวขอนแก่น ดีกรีปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตัดสินใจลาออกจากการเป็นนกน้อยในไร่ส้ม หลังพบรักและตัดสินใจแต่งงานกับ "ซึกิโอ ซาการา" วัย 61 ปี อดีตผู้จัดการโรงงานผลิตยาง เมืองโอนาฮามา จ.ฟูคูชิมา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมาเป็นแม่บ้านดูแลลูกสาวและสามีให้ดีที่สุด
ตั้งแต่สมัยยังสาว นงนภัส มุ่งมั่นและทุ่มเทแต่กับการงาน ชีวิตวันๆ หมดไปกับการทำงานแข่งกับเวลา ไม่มีโอกาสได้คิดเรื่องของหัวใจ จนได้เจอกับ ซึกิโอ หนุ่มชาวญี่ปุ่นที่เดินทางตามเพื่อนมาท่องเที่ยวในไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งฝ่ายชายตกหลุมรักทันทีที่เห็นหน้า ชีวิตที่ครองตัวเป็นโสดมาจนล่วงถึงวัยเกษียณ เพิ่งมีโอกาสที่หัวใจพองโตก็คราวนี้เอง
"การพบกันครั้งแรก เพื่อนเป็นแม่สื่อแนะนำให้รู้จักกัน ตอนนั้นเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เขาก็อายุมากแล้ว แต่เขามาเล่าทีหลังว่าเห็นหน้าครั้งแรกก็ชอบทันที ลองคบกันได้ปีนึง ก็ขอแต่งงาน ที่สุดตัดสินใจรับรัก เพราะตอนนั้นอายุ 32 แล้วยังไม่มีแฟน คิดว่าถ้ารอต่อไปอาจต้องขึ้นคานแน่ๆ สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นคนดี รับปากว่าจะดูแลอย่างดี จนถึงทุกวันนี้เขายังทำตามคำสัญญา ชีวิตมีความสุขมาก " สะใภ้แดนอาทิตย์อุทัยกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ซึกิโอ" เรียกการพบกันครั้งนี้ว่าเป็นบุพเพสันนิวาส ช่วงวัยหนุ่มถึงจะมีแฟนคนญี่ปุ่นที่คบหากัน แต่ก็ไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงาน เขาครองตัวเป็นโสดจนมาพบกับ "นงนภัส"
"ช่วงเป็นหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาทำงานมากกว่า ทำให้ไม่มีเวลาดูแลใคร ซึ่งหนุ่มๆ ญี่ปุ่นหลายคนก็เป็นแบบนี้ ทำแต่งานอย่างเดียว เคยมาท่องเที่ยวเมืองไทย 2 ครั้ง จนครั้งที่ 3 มาเจอกับเขา รู้สึกถูกใจมาก บอกกับเพื่อนว่าชอบผู้หญิงคนนี้ จะขอแต่งงานได้ไหม หลังจากนั้นก็ลองคบหาดูใจกันประมาณ 1 ปี ถึงขอเขาแต่งงาน"
ตลอด 1 ปีที่ทั้งสองคนคบหาดูใจกัน ต่างต้องปรับตัวเรียนรู้กันมากขึ้น โดยเฉพาะซึกิโอที่ตัดสินใจว่า หลังแต่งงานแล้วจะมาอยู่เมืองไทยถาวร ทำให้เขาต้องเรียนภาษาไทยเพิ่มเติม เพราะต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยเป็นหลัก ส่วนนงนภัสต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับทั้งคู่
"คนอายุมากแล้ว ความจำไม่ค่อยดี แต่ก็ต้องให้สามีเรียนไว้ เผื่อสำหรับเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวจะได้พูดสื่อสารได้ ส่วนที่เราจะช่วยเขาได้คือ การช่วยทบทวนคำ คอยพูดภาษาไทยให้เขาเข้าใจ สามีก็คาดหวังว่าเราจะเก่งภาษาญี่ปุ่นเพื่อจะได้พูดคุยกับเขาได้รู้เรื่อง แต่มันก็ไม่ง่ายนัก"
เดือนกุมภาพันธ์ 2552 ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันที่เมืองไทย ท่ามกลางความยินดีของพ่อแม่พี่น้องและเพื่อนๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานความรักของทั้งสองคน พร้อมกับคำมั่นสัญญาของ "ซึกิโอ" ว่าจะดูแล "นงนภัส" อย่างดี
"แม่ไม่ได้ขัดข้องเพราะสามีทำถูกต้องตามประเพณีทุกอย่าง ยังรับปากแม่ว่าจะดูแลเราอย่างดี จนถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างที่พูดไว้ ผู้ชายญี่ปุ่นเขาถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลครอบครัว ในส่วนของผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้าน ดูแลบ้านและครอบครัวอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"
อายุที่ห่างกันถึง 2 รอบ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่มีความคิดต่างทำต่างกัน นอกจากนี้เรื่องวัฒนธรรมที่มองแล้วอาจจะเหมือนหรือคล้ายคลึงในหลายแง่มุม หากได้สัมผัสและรู้รายละเอียดแล้ว วิถีของคนญี่ปุ่นกับคนไทยต่างกันทั้งวิธีคิด การทำงาน และการบริหารจัดการชีวิตประจำวัน
"หลังจากแต่งงานแล้ว สามีย้ายมาอยู่เมืองไทย ช่วงแรกเขาต้องปรับตัวเยอะ บางเรื่องเขารับไม่ได้ เช่น การทิ้งขยะตามถนน ขับรถไม่มีวินัย โทรศัพท์ขณะขับรถ เมาแล้วขับ ซึ่งเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันที่บ้านเขาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เขาต้องปรับตัวเยอะมาก แต่สิ่งที่ชอบมากคือเมืองไทยอากาศไม่หนาว วิถีชีวิตในต่างจังหวัด ไม่เร่งรีบ อยู่สบาย ค่าครองชีพไม่สูง ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส"
กว่า 3 ปีที่ นงนภัส ซางาระ ใช้ชีวิตแม่บ้านรับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่ของลูกสาว ด.ญ.ฮารุนะ ซางาระ วัย 2 ขวบและสามี ส่วนซึกิโอ หลังจากเกษียณแล้วที่บ้านญี่ปุ่นไม่มีใครอยู่ และเมื่อมาเที่ยวเมืองไทยรู้สึกชอบและต้องการปักหลักกับครอบครัว จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่เมืองไทย เดินทางไปกลับระหว่างไทยและญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องเป็นครั้งคราวเท่านั้น
"หลังแต่งงานอยู่ด้วยกันมากขึ้น ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะทั้งเรื่องแนวคิด รสนิยม สังคมและการศึกษา เพราะการแต่งงานกับคนต่างชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะเป็นศูนย์ ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและวัฒนธรรมเกี่ยวกับประเทศของเขา แต่ก็ไม่สามารถจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมด เพราะเราไม่ได้ซึมซับวิถีชีวิตในแบบของเขา เขาก็ไม่รู้วิถีชีวิตในแบบของเรา กลายเป็นการแต่งงานกับความใหม่ ความแปลก หลังจากต้องมาใช้ชีวิตด้วยกันทำให้ต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง เพียงความรัก ความชอบอาจไม่ทำให้ชีวิตคู่หนักแน่นพอ"
นงนภัส บอกว่า ชีวิตแต่งงานกับชาวญี่ปุ่นอาจจะด้อยบ้างในเรื่องภาษาการสื่อสาร ขัดกันบ้างในเรื่องแนวคิด แต่ทั้งคู่ต่างก็ช่วยกันประคับประคองชีวิตครอบครัวไปด้วยกัน ส่วน ด.ญ.ฮารุนะ ถึงจะเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น นงนภัสเน้นสอนทั้งวัฒนธรรมไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กัน ส่วนการแต่งงานกับชาวต่างชาติต่างภาษาจะดีหรือไม่ นงนภัส บอกว่า ชีวิตคนเรามีสองด้านเสมอ แต่เธอก็เลือกมองแต่ด้านดี ชีวิตคู่จะได้มีความสุข
ปัจจุบันทั้งคู่มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายในบ้านจัดสรรหรูแห่งหนึ่งของตัวเมืองขอนแก่น แต่ละวันได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ ไม่ต้องทำงานก็มีรายได้จากเงินบำนาญของซึกิโอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มีเวลาให้กับนางฟ้าตัวน้อยของเขา ได้เห็นทุกย่างก้าวที่เติบใหญ่ขึ้น ท่ามกลางความรักอันสวยงามของพ่อและแม่ "นงนภัส-ซึกิโอ"
............................
(หมายเหตุ : สะใภ้ญี่ปุ่น ชีวิตที่ต้องปรับตัวเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด : คอลัมน์ เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ)



