
"ตั้งโจทย์ผิด อาจหาคำตอบไม่ได้"
ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลงานวิจัย เพราะเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้ถูกพาดพิง รวมทั้งในฐานะที่ผมเป็นกรรมการสภาสถาบันของสถาบันพระปกเกล้าโดยตำแหน่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลงานวิจัย เพราะเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้ถูกพาดพิง รวมทั้งในฐานะที่ผมเป็นกรรมการสภาสถาบันของสถาบันพระปกเกล้าโดยตำแหน่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงกรณีข้อเสนอแนวทางปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า โดยมีเนื้อหาว่า
"ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรัฐบาลทักษิณ รายงานฉบับนี้ไม่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญที่ คอป.ระบุว่า เป็นต้นตอของปัญหา วิกฤติที่เกิดขึ้นจากการแทรกแซงตุลาการ จนเกิดการละเมิดหลักนิติธรรมในคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2544
"ซึ่ง คอป.เห็นว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากตำแหน่งจากการพิจารณาคดีด้วยความเที่ยงธรรมแล้ว ประเทศไทยก็จะไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน ประเด็นข้างต้น ถือว่าสำคัญมาก เพราะเท่ากับเป็นการตั้งโจทย์ถึงปัญหาของบ้านเมือง แต่งานวิจัยนี้กลับไม่เอ่ยถึงเลย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการตั้งโจทย์ผิด จนนำไปสู่การหาคำตอบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาได้"
อภิสิทธิ์ ระบุว่า ปัญหาการทำลายระบบนิติรัฐ ความรุนแรงทางการเมืองในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นต้นตอของปัญหาทางการเมือง แต่ในรายงานนี้ แทบไม่มีการเอ่ยถึงเลย ทั้งที่ส่งผลโดยตรงต่อปัญหาการปรองดอง
"การเลือกที่จะเสนอเหตุผลการเคลื่อนไหวของมวลชนบางกลุ่ม แต่ละเลยที่จะกล่าวถึงเหตุผลในการเคลื่อนไหวของมวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งทางความคิด ย่อมทำให้ผู้วิจัยขาดข้อมูลที่จะนำไปประกอบการเสนอทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย"
โดยในช่วงรัฐบาลประชาธิปัตย์ และเหตุการณ์ปี 2552-2553 รายงานในช่วงนี้ไม่มีการกล่าวถึงการเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ขัดขวางการปฏิบัติ หน้าที่ของรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งบางครั้งก็มีการใช้ความรุนแรง ในขณะที่รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงเงื่อนไข ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า
"ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ย่อมนำมาซึ่งการโต้แย้งและการไม่ยอมรับต่อผลการศึกษาที่เกิดขึ้น จากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งไม่เพียงแต่จะเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงของสถาบันพระปกเกล้าที่จะถูกตั้งคำถาม ถึงความเป็นอิสระทางวิชาการเท่านั้น แต่จะส่งผลเสียต่อการแสวงหาทางออกให้สังคม ซึ่งผมเชื่อว่าคงไม่ใช่เจตนาของผู้วิจัย ขอให้คณะผู้วิจัยได้ทำการทบทวนรายงานดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง"



