ข่าว

การแก้ไขปัญหาหนี้สิน:เอาใจเขามาใส่ใจเรา

การแก้ไขปัญหาหนี้สิน:เอาใจเขามาใส่ใจเรา

29 มี.ค. 2555

เศรษฐกิจ : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ - การแก้ไขปัญหาหนี้สิน : เอาใจเขามาใส่ใจเรา - โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร

          ในวันนี้ผมอยากจะนำสิ่งที่ได้จากการสัมมนาเรื่อง ปัญหาหนี้สินกับทางออกของประชาชน ที่คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 มาเล่าสู่กันฟัง อย่างน้อยท่านผู้อ่านจะได้ลองพิจารณาว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในประเทศของเรากัน เรื่องหนี้สินนั้นเป็นปัญหาที่มีมาทุกยุคทุกสมัยและยังไม่มีใครแก้ได้ คำถามคือทำไมการแก้ไขจึงยังไม่สามารถลดปัญหาลงไปได้ ผมได้รับฟังและพิจารณาเรื่องในหลายทางแล้วมีความเห็นอย่างนี้นะครับ

 

          เรื่อง ประเภทของลูกหนี้ที่อยู่ในวังวนของปัญหา จะสามารถแยกแยะดังนี้ครับ

          1. ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่ไม่สามารถกู้กับสถาบันการเงินในระบบได้โดยสิ้นเชิง เช่น เกษตรกรที่ทำอาชีพในพื้นที่ป่าสงวนสร้างหนี้มาทำเป็นทุนแล้วถูกกดราคา หรือประสบปัญหาทางธรรมชาติจนไม่สามารถชำระหนี้โดยสิ้นเชิง

          2. ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่เอาเงินมาทำทุน มาซื้อทรัพย์สินเพื่อทำการค้าแต่ไม่สำเร็จ กู้เพิ่มไม่ได้และกำลังถูกรุกไล่โดยเจ้าหนี้

          3. ลูกหนี้เงินกู้ในระบบสถาบันการเงิน เงินที่กู้มาหมุนประสบปัญหาทางใดทางหนึ่งจนไม่สามารถชำระหนี้ได้และก็พยายามจะกู้จากในระบบมาใช้หนี้เดิม หรือเอามาหมุนต่อ และอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะกู้นอกระบบมาแก้ไขแบบ "ไปตายเอาดาบหน้า"

          4. ลูกหนี้เงินกู้ในระบบสถาบันการเงิน เงินที่กู้มาแล้วประสบปัญหาทางใดทางหนึ่งจนไม่สามารถชำระหนี้ได้และก็ไม่สามารถกู้จากในระบบเพิ่มได้อีกแล้ว จึงไปกู้นอกระบบมาหมุนต่อ และตอนนี้ก็ไม่สามารถจ่ายหนี้อะไรได้ทั้งสิ้น 

          5. ลูกหนี้ในระบบที่มีการใช้จ่ายเกินตัว ตอนนี้ทุกวงเงินเต็ม และเริ่มหาหนี้นอกระบบมาชำระหนี้ขั้นต่ำของบัตรเครดิตต่างๆ และไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ 

          6. ลูกหนี้ธุรกิจที่ไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ไม่ยอมรับความจริง โทษทุกอย่าง แต่ยังไงก็ไม่ใช่เกิดจากตนเอง ท้ายสุดโทษเครดิตบูโรว่าทำให้ตนเองกู้ไม่ได้ เพราะไปเก็บประวัติที่ตนเองค้างชำระและที่จ่ายตรง ในอดีตตามข้อเท็จจริง โดยที่ตนเองเป็นคนยินยอมให้สถาบันการเงินที่ตนเองไปยื่นขอกู้นั้นเข้ามาดูได้ 

 

          สิ่งที่เป็นข้อเสนอของการประชุมกลุ่มย่อยในการสัมมนา ออกมาแทบจะเหมือนกันคือ

          1. ให้รวมหนี้ทุกประเภทที่ค้างเป็นก้อนเดียว แล้วให้รัฐบาลเข้ามาเคลียร์ให้ เข้ามาเจรจากับเจ้าหนี้ให้เข้ามารับเอาไว้ก่อนเพราะเป็นรัฐบาล โดยการให้สถาบันการเงินของรัฐรับไปเป็นเจ้าหนี้รายเดียวรวมศูนย์หรือตั้งเป็นกองทุนมารับเอาหนี้ค้างชำระนี้ไปก็ได้ ไม่ได้บอกว่าจะไม่ชำระแต่ต้องการผ่อนระยะยาว หรือยาวมาก บางกรณีสัญญาว่าจะไม่ก่อหนี้อีกแล้ว

          2. ขอให้รัฐบาลจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำถึงต่ำมากมาให้กู้เพื่อทำทุนใหม่ เริ่มต้นกันใหม่ จะได้ตั้งหลักได้ บางกรณีต้องการให้จัดตั้งเป็นธนาคารเฉพาะกลุ่มอาชีพโดยระดมเงินจากคนในอาชีพนั้นแล้วให้หาคนดีคนเก่งมาบริหารแต่ไม่ให้ภาคการเมืองเข้ามายุ่ง...ก็คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้คือคนในภาคการเมืองแล้ว...จะไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องจะทำได้อย่างไร ??

          3. ขอให้ลดกฎ ระเบียบอะไรทั้งหลายทั้งปวงที่ทำให้การกู้ยืมจากสถาบันการเงินในปัจจุบันที่ว่ายากนั้น ให้ง่ายขึ้น ง่ายมากขึ้นเพราะรัฐบาลสั่งได้ เหตุผลคือหากเข้าถึงแหล่งเงินง่ายๆ ก็จะมีเงินทุน ก็จะตั้งตัวได้ เศรษฐกิจจะได้เฟื่องฟู เจริญเติบโต

          เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หากท่านผู้อ่านเป็นคนฝากเงิน เป็นคนที่บริหารเงินของสถาบันการเงิน เป็นคนที่จะพิจารณาสินเชื่อ เป็นคนที่จะตัดสินใจในมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เป็นคนที่มีอำนาจจัดสรรทรัพยากรที่มาจากภาษีอากรของคนทั้งประเทศ เป็นคนที่ต้องตอบคำถามผู้ถือหุ้นสถาบันการเงิน เป็นคนที่ต้องตอบคำถามกับลูกหนี้ที่เดือดร้อน เป็นนักวิชาการ เป็นสื่อมวลชน เป็นครูบาอาจารย์ เป็นพ่อค้าแม่ขาย เป็นเอสเอ็มอี ท่านจะทำอย่างไร และในกรณีที่ท่านมีหมวกหลายใบในบทบาทที่เขียนข้างต้น ท่านจะตัดสินอย่างไร...ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา...จะทำอย่างไร...อะไรคือคำตอบ...เอาให้ถูกต้องและถูกใจด้วยนะครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : เศรษฐกิจ : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ - การแก้ไขปัญหาหนี้สิน : เอาใจเขามาใส่ใจเรา - โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร)

----------