ข่าว

มติรัฐสภายกรายงานปรองดองถก

มติรัฐสภายกรายงานปรองดองถก

27 มี.ค. 2555

"สนธิ" ร่ายอยากเห็นปรองดองยกตัวเป็นกลาง "มาร์ค"อัดต้นเหตุขัดแย้งจี้ถอนรายงานกมธ.ปรองดอง มติรัฐสภาเห็นควรเลื่อนขึ้นมาพิจารณาแล้ว

              27มี.ค.2555  ในการประชุมรัฐสภา ในญัตติที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เสนอขอเลื่อนวาระการประชุมในเรื่องขอให้รัฐสภามีมติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ตามมาตรา 136 (5) ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับที่ 3 ของวาระการประชุม แต่ได้ถูกคัดค้านจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และขอให้พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคมาตุภูมิ ในฐานะประธานกรรมาธิการปรองดองได้ลุกขึ้นชี้แจง

              พล.อ.สนธิได้ชี้แจงว่า ตนไม่อยากจะเถียงหรือขานรับ เพราะถือว่าความจริงคือความจริง เพียงแต่อาจจะไม่ปรากฏวันนี้แต่จะปรากฏเมื่อใดก็ได้ ตนอาสาเป็นประธานกมธ. เพื่อต้องการเห็นความปรองดองของคนในชาติ ที่ผ่านมาเคยมี ส.ส.มาชื่นชมตน แต่วันนี้มันหมดไปแล้วแต่ไม่เป็นไรเพราะนี่คือความจริง

              พล.อ.สนธิกล่าวต่อว่า ตนเห็นบ้านเมืองแตกแยกครั้งแล้วครั้งเล่า และสิ่งที่ทำมาก็เหมือนเอาคอวางบนเขียง ผู้ใหญ่ในฝ่ายค้านรู้ดีว่าตนอาสามาทำ ผู้นำประเทศแต่ละคนที่ผ่านมาตั้งใจจะสร้างสังคมที่มีแต่ความรักและความปรองดองบ้างหรือไม่ มาถึงวันนี้ มี 5 นายกฯ บ้านเมืองก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ ภาพเมื่อสักครู่ตนเมมโมรี่ไว้หมด หลายคนถ่ายรูปประชาชนกำลังมองอะไรเราอยู่ ตนยืนยันเสมอว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นจากในนี้และขยายไปข้างนอก แต่ญัตติจะเดินได้หรือไม่นั้น ตนทำคนเดียวไม่ได้ จึงได้ล็อบบี้ผ่านรัฐบาล และฝ่ายรัฐบาลได้ให้การสนับสนุน และจึงมีการตั้งกมธ.ปรองดองขึ้น

              พล.อ.สนธิกล่าวว่า เราได้พูดกันว่าให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นผู้ทำวิจัย และถ้าได้ข้อสรุปส่งอะไรมา เราจะไม่มีแก้ไข และส่งต่อเข้าสู่สภาให้พิจารณา แต่เมื่อมีข้อสรุปออกมา แต่ไม่ถูกใจหลายคน ตนไม่ใช่ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ทุกอย่างที่ตนทำมีขั้นมีตอน ตนไม่ใช่นักการเมืองอาชีพแต่อยากให้ประเทศไทยเดินหน้าด้วยความปรองดอง วันนี้มันจบความเห็นสถาบันพระปกเกล้าอยู่ที่เอาไม่เอา ส่วนผู้นำฝ่ายค้านตนรักท่านซึ่งส.ส.ฝ่ายค้านทุกท่านก็รู้ดีว่าตนรักท่านแค่ไหน วันนี้อยากขอให้มาช่วยกันสร้างความปรองดอง

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพล.อ.สนธิ อภิปรายคำพูดใดถูกใจฝ่ายรัฐบาล  ทำให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลก็ปรบมือแต่ด้านฝ่ายค้านกลับส่งเสียงโห่ ส่วนคำพูดใดที่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ฝ่ายประชาธิปัตย์ ต่างนั่งนิ่ง ไม่แสดงท่าทีใดๆ

"มาร์ค"อัด"สนธิ"ต้นเหตุขัดแย้งจี้ถอนรายงานกมธ.ปรองดอง

              หลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า จากเหตุการณ์วุ่นวายในที่ประชุมไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นพล.อ.สนธิระบุว่าไม่อยากเห็น ซึ่งตนก็ไม่อยากเห็น ไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นขอเรียกร้องให้พล.อ.สนธิ ถอนรายงานกมธ.ปรองดองออกไป และทำให้ถูกต้อง และให้กรรมาธิการหารือกันใหม่ หากจริงใจขอให้ลุกและยอมรับว่าเป็นสิ่งที่แก้ไขได้  ถ้าเปิดใจกว้างว่าจะทำตามเจตนารมย์ของสถาบันพระปกเกล้า ที่ระบุว่าจะทำเสวนาระดับชาติ  ตนเชื่อว่า กมธ.ปรองดองที่ลาออกจะกลับเข้าไปร่วมทำงานอีก

              “หากเจตนาของกมธ.ปรองดอง เปลี่ยนเจตนารมย์ของคณะผู้วิจัยสถาบันพระปกเกล้า โดยโยนให้เสียงข้างมากในสภาพิจารณา ท่านจะเป็นต้นเหตุของความขั้ดแย้งรอบใหม่ มันไม่มีประโยชน์ เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทั้งหมดอยู่ที่ท่าน ขอให้ยืนขึ้นและกลับไปทำให้ถูกต้อง แต่หากไม่สามารถตอบได้ ที่จะยืนยันความถูกต้อง กระบวนการที่จะทำ จะเต็มไปด้วยขัดแย้ง หวาดระแวงและคลางแคลงใจ ผมขอเรียกร้องให้เดินหน้าในเรื่องการปรองดอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า

              ขอถามย้ำว่ารายงานกมธ.ปรองดองที่อยู่ในห้องประชุมนั้น ได้รับความเห็นชอบเมื่อใด และมีกี่คนที่เห็นรายงานฉบับดังกล่าวก่อนสมาชิกรัฐสภา ขอให้พูดความจริง ทั้งนี้ตนขอชี้แจงในฐานะเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ พร้อมตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศ ส่วนที่พล.อ.สนธิระบุว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ เพราะไม่ใช่นักการเมืองอาชีพไม่ได้


"ภท."ตำหนิ"ปชป."ล้อม"บิ๊กบัง"ไม่เหมาะสม

              นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.ภูมิใจไทย เดินออกจากห้องประชุมก่อนเกิดเหตุวุ่นวาย ว่า ตนไม่อยากให้สังคมเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนร่วมแม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นการแสดงความคิดเห็น ดังนั้นตนและส.ส.พรรคภูมิใจไทยก็จะต้องมีการยืนยันให้สังคมเห็นว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว จึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมประชุมจนกว่าจะมีการลงมติ  อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดจากส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ไปล้อมพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกมธ.ปรองดอง ก็ไม่ควรเกิดขึ้น

 

รัฐสภาโหวตผ่านเลื่อนรายงานปรองดองขึ้นถก


             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดการถกเถียงและโต้แย้งระหว่างสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นกมธ.และอดีต กมธ.ปรองดอง ทำให้นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร เสนอญัตติให้ปิดอภิปรายและให้ลงมติโหวตในญัตติ

             ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่จำนวน 348 เสียงต่อ 163 เห็นด้วยกับญัตติของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทำให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้เลื่อนวาระการประชุมในเรื่องขอให้รัฐสภามีมติให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) สภาผู้แทนราษฎร ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ตามมาตรา 136 (5) ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับที่ 3 ของวาระการประชุม หลังจากที่ใช้เวลาอภิปรายกว่า 5 ชั่วโมง

 ส.ว.สมชายเหน็บขัดแย้ง6ปีแต่ผลวิจัยสร้างปรองดองไม่เกิน120วัน

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ได้อภิปรายไม่เห็นด้วยโดยระบุว่า ระยะเวลาความขัดแย้งนั้น 6 ปี แต่ให้เวลาในการวิจัยสร้างความปรองดองเพียงไม่เกิน 120 วัน โดยสัมภาษณ์จริงเพียง 90 วัน และสัมภาษณ์ได้เพียงแค่ 47 คนนั้นเป็นเวลาที่เร่งรัดเกินไป ดังนั้น ชัดเจนว่ายังมีปัญหาที่ต้องแก้ไข อยากให้กรรมาธิการฯ ถอนร่างกลับไปทำรายงานให้เรียบร้อยเสียก่อน และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรที่จะใช้เสียงข้างมากลากไป