
'ธาริต'ร่อนสารถึง7สภ.3วันส่งคดีซูโดฯ
"ธาริต" ร่อนหนังสือถึง 7 สภ. ขีดเส้นส่งสำนวนคดีซูโดอีเฟดีนให้ดีเอสไอภายใน 3 วัน นัดประชุมสนธิกำลัง สตช. อัยการร่วมสอบสวน 2 เม.ย.นี้ ดีเอสไอจัดทีมลงพื้นที่เหนือ-อีสาน-กลางลุยสอบซูโดอีเฟดรีน ระบุไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 27 มี.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการสอบสวนคดีลักลอบนำยาแก้หวัดที่มีสารซูโดอีเฟดรีนออกจากโรงพยาบาลว่า ได้มอบหมายให้พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทร์ขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ประสานให้ทุกสน.ส่งสำนวนการสอบสวนมาให้ดีเอสไอ เนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มีมติให้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว
ล่าสุดดีเอสไอได้ทำหนังสือถึงพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เพื่อส่งพนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบสวนและส่งหนังสือถึงสถานีตำรวจภูธร 7 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองอุดร , สภ.กมลาไสย , สภ.ภูสิงห์ , สภ.สันกำแพง , สภ.ฮอด , สภ.ดอยหล่อ และสภ.ทองแสนขัน ให้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีซูโดอีเฟดรีนให้ดีเอสไอภายใน 3 วัน โดยดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปรับสำนวนใน 7 ท้องที่ ในวันที่ 30 มี.ค.นี้
นายธาริตกล่าวถึงกรณีที่มีข้อกังวลเรื่องการวิ่งเต้นล้มคดีว่า ตนขอยืนยันความโปร่งใสในการสอบสวนของดีเอสไอซึ่งทุกคดีจะสอบสวนในรูปคณะกรรมการมีการสนธิกำลังให้ตำรวจ กระทรวงสาธารณสุข และพนักงานอัยการเข้าร่วมการสอบสวนคล้ายกับคดีก่อการร้าย ดังนั้นดีเอสไอจึงทำหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่มาสนธิกำลังสอบสวนคดี ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) อย. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยจะนัดการประชุมวางแผนงานร่วมกันอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย.เวลา 14.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ ตนจะเข้าพบกับ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายพสิษฐ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข เพื่อหารือถึงการสนธิกำลังตรวจสอบทั้งโรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิก และบริษัทยาที่มียอดการสั่งใช้มากผิดปกติ
นายธาริต กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ได้มอบหมายให้นายทวีวัฒน์ สุรสิทธิ์ รักษาการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ไปขอข้อมูลการสั่งซื้อยาแก้หวัดของ รพ.นวมินทร์ 9 เนื่องจากอย. พบข้อมูลความต่างในการรายงานยอดสั่งซื้อยาแก้หวัดประมาณ 300,000 เม็ด จึงขอให้เจ้าหน้าที่รพ.ชี้แจงส่วนต่างที่ไม่ตรงกัน นอกจากนี้ขอให้ผู้ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำยาออกจากระบบของรพ.เข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอเพื่อกันตัวไว้เป็นพยาน
ด้านนายทวีวัฒน์ กล่าวภายหลังรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่รพ.นวมินทร์ 9 ว่า จากการสอบถามข้อมูลการสั่งซื้อยาของรพ.นวมินทร์ 9 พบว่ามีความแตกต่างจากรพ.ทั่วไป เนื่องจากเป็นรพ.เอกชนจึงมีระบบบริหารและจัดซื้อของตัวเอง ซึ่งในส่วนของรพ.นวมินทร์ 9 มีการจัดซื้อยากับบริษัท โอสถอินเตอร์แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด ซึ่งรพ.นวมินทร์ 9 เป็นศูนย์กลางการสั่งซื้อยาให้กับรพ.เครือข่าย รวม 15 แห่ง คือ รพ.นวมินทร์ 1 รพ.นวมินทร์ 9 และคลินิกเวชกรรมอีก 13 แห่ง จากนั้นยาจะถูกส่งมารวมที่ศูนย์กลางโดยมีเจ้าหน้าที่ห้องยาเป็นผู้ดูแลก่อนมีการแยกสต็อกของ 2 รพ. ที่มีเภสัชกรเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม รพ.นวมินทร์ 9 ชี้แจงถึงยอดการสั่งยาที่ไม่ตรงกันว่าเกิดจากความผิดพลาดในการรายงานของบริษัทโอสถอินเตอร์ฯ ซึ่งรายงานว่าส่งยาแก้หวัดให้รพ.นวมินทร์ 2 แห่ง ทำให้อย.เข้าใจว่ายอดคำสั่งจำนวน 650,000 เม็ดเป็นของรพ.นวมินทร์ 9 ที่เดียว เบื้องต้นทราบว่าบริษัทโอสถฯได้ทำหนังสือรับรองและเข้าชี้แจงกับอย.ไปแล้ว
ขณะที่นายยุทธภูมิ มีประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารที่เป็นผู้รับผิดชอบคลังยาของรพ.นวมินทร์ 9 ยืนยันว่า ยอดจากสั่งซื้อยาที่มีความแตกต่างกันเกิดจากความผิดพลาดในการรายงานของบริษัทโอสถอินเตอร์ฯ เนื่องจากทางบริษัทรายงานยอดรวมการสั่งซื้อทั้งของรพ.นวมินทร์ 1 และนวมินทร์ 9 โดยยอดการสั่งซื้อของรพ.นวมินทร์ 9 มีจำนวน 350,000 เม็ด ขณะที่ยอดการสั่งซื้อของรพ.นวมินทร์ 1 มีจำนวน 300,000 เม็ด ซึ่งขณะนี้บริษัทโอสถได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับอย.แล้วแต่ยังไม่ทราบว่าผลการชี้แจงเป็นอย่างไร
นายยุทธภูมิ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรพ.นวมินทร์ 9 ซึ่งเปิดให้บริการมา 3 ปี มียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ทำให้ยอดการสั่งซื้อยาแก้หวัดเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ป่วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับการสั่งจ่ายยาดังกล่าวแต่ยอมรับว่ารพ.ไม่เคยเห็นยอดการสั่งยาที่บริษัทโอสถอินเตอร์ฯ แจ้งกับอย. สำหรับสต๊อกยาของรพ.นวมินทร์ 9 ขณะนี้เหลือยาอยู่ประมาณ 190,000 เม็ด โดยล่าสุดอย.ได้กันยาไว้ 100,000 เม็ด แต่หากรพ.ต้องการสั่งจ่ายยาให้ผู้ป่วยเพิ่มก็สามารถขออนุญาตจากทางอย.ได้ครั้งละ 50,000 เม็ด
"ดีเอสไอ"จัดทีมลงพื้นที่เหนือ-อีสาน-กลางลุยสอบ
พ.ต.ท.สะอาด สุนทร ผู้อำนวยการส่วนคดีความมั่นคง 3 สำนักงานคดีความมั่นคง (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า หลังจากที่ดีเอสไอรับมอบยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนเป็นคดีพิเศษ วันที่ 27 มี.ค. ก็ได้จัดชุดปฏิบัติการออกปฏิบัติหน้าที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมจะเข้าสืบสวนสอบสวนทุกในทุกพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ในส่วนของโรงพยาบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เกี่ยวกับซูโดอีเฟดรีน และสถานที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในส่วนของรายละเอียดจะลงพื้นที่ไหน อย่างไรบ้างนั้น คงไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้
กรณีของจังหวัดเชียงใหม่ถามว่าพบความผิดปกติของซูโดอีเฟดรีนนอกเหนือจากโรงพยาบาลฮอด อ.ฮอด และโรงพยาบาลดอยหล่อ อ.ดอยหล่อ หรือไม่นั้น ตนเองคงไม่สามารถเปิดเผย รายละเอียดได้ บอกได้เพียงว่าได้จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่แล้ว
ไทยชง"ผู้นำอาเซียน"รับรองปฏิญญาเขตปลอดยาเสพติดอาเซียน
ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเวลา 15.00 น. นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร อธิบดีกรมอาเซียน ได้บรรยายสรุปถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 20 ซึ่งมีกัมพูชาทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2555 ที่กรุงพนมเปญ ว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมภายในเฉพาะสมาชิก 10 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ และไทย จะเน้นเรื่องการติดตามผลการดำเนินการ และแผนกิจกรรมที่นำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ปี2558 ใน 3 เสาหลัก คือ เสาหลักการเมือง ความมั่นคง เสาหลักเศรษฐกิจ และเสาหลักสังคมและวัฒนธรรม โดยการประชุมครั้งนี้ยังจัดให้มีช่วงเวลาพบปะกับผู้แทนภาคประชาชน ซึ่งมาจากแนวคิดของฝ่ายไทยที่เปิดใหผู้นำประเทศในอาเซียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับภาคประชาชน ประกอบด้วย ผู้แทนจากรัฐสภา กลุ่มภาคประชาสังคม และกลุ่มเยาวชน ประเทศละ 2 คน
นายอรรถยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องการเชื่อมโยงประชาชนเข้าด้วยกัน (connectivity) ผู้นำจะได้รับฟังผลการติดตามดำเนินงานตามแผนแม่บท โดยจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมโยงเข้าหากัน ในส่วนของไทย ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ได้เตรียมเสนอให้ประเทศสมาชิกอาเซียนคำนึงถึงผลในทางลบที่จะเกิดขึ้น เช่น ปัญหาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปัญหาหมอกควัน ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยครั้งนี้ ผู้นำจะมีการรับรองปฏิญญาอาเซียน ว่าด้วยเขตปลอดยาเสพติดในอาเซียนภายในปี 2015 ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไทยผลักดันในกรอบความร่วมมืออาเซียน เพื่อให้มีความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในภูมิภาคกันมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้นำยังจะให้การรับรองปฏิญญาพนมเปญ ว่าด้วยเป้าหมาย 1 ชุมชน 1 จุดหมาย และเอกสารแนวคิด (concept paper) เรื่องการสนับสนุนกสนดำเนินนโยบายสายกลาง ที่ประเทศมาเลเซียเป็นผู้เสนอ เพื่อเสริมสร้างบทบาทอาเซียนถึงการเป็นเสียงเดียวกัน ต่อการดำเนินนโยบายสายกลางในเวทีต่างๆ



