ข่าว

สรุปอุบัติเหตุรถแก๊สระเบิดเหตุคนขับหลับใน

สรุปอุบัติเหตุรถแก๊สระเบิดเหตุคนขับหลับใน

27 มี.ค. 2555

จากการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานที่เกิดเหตุ ชี้ชัดสาเหตุ รถขนLPG ระเบิด เหตุคนขับหลับใน

          วันที่ 27 มี.ค.55  เวลา 10.00 น.  พล.ต.ท. พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการเข้าตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากซากรถบรรทุกแก๊สเเอลพีจี ของบริษัท พีลาทัส แลนด์แอนด์ ทรานสปอต จำกัด ที่พุ่งชนราวสะพานถนนพัฒนาการ ซอย 20-22 เมื่อเช้ามืดวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา จนเกิดเหตุระเบิดและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย ว่า จากการตรวจพิสูจน์หลักฐานและเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากชิ้นส่วนต่างๆ ของตัวถังและร่องรอยการชนและการถูกเผาไหม้ มีความเสียหายของรถทั้งหมด รวมไปถึงสภาพในที่เกิดเหตุ  ซึ่งขณะนี้ได้หลักฐานต่างๆ เพียงพอแล้ว และไม่จำเป็นต้องมีการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมอีก
 
          พล.ต.ท. พีระพงศ์ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานเบื้องต้นสามารถชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่าการชนเกิดจากการหลับในของพนักงานขับรถจนทำให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนเข้ากับราวสะพานอย่างรุนแรง โดยไม่ได้มีการเหยียบเบรค จึงทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น อีกทั้งเหตุดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก จึงไม่จำเป็นต้องมีการตรวจพิสูจน์หลักฐานอีก เนื่องจากเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บวัตถุพยานจากที่เกิดเหตุและซากรถบรรทุกเรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายใน 1-2 วัน จะทราบผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ และจะสามารถทำรายงานส่งพนักงานสอบสวน สน คลองตันได้ภายใน 15-30 วัน
 
          ด้าน พ.ต.ท.กฤษดา ขันโสดา พงส. (สบ 2) สน.คลองตัน เจ้าของคดี เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า  ในช่วงบ่ายของวันนี้เตรียมจะเดินทางเข้าสอบปากคำนายบัวพัน สุวรรณแสน ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถแก๊ส ส่วนด้านความคืบหน้าของสำนวนคดีที่ทางตัวแทนบริษัทดังกล่าวนำมาส่งให้พนักงานสอบสวนเหลือเพียงแค่เอกสารที่เกี่ยวกับนายอนันต์ แก้วมะ พนักงานขับรถดังกล่าว ที่ทางบริษัทจะต้องนำเอกสารมามอบให้เพิ่มเติมภายหลัง อีกทั้งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรอเอกสารสรุปผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน จากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยคาดว่าจะสรุปรายละเอียดส่งมาให้ได้ใน 15 วัน ส่วนการติดตามตัวนายอนันต์ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการติดต่อขอมอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งหากภายใน 1-2 วันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาทางเจ้าหน้าที่ก็จะยื่นสำนวนคดีเพื่อขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับทันที