
ปชป.ยันสัญญา'กสท.-ทรู'โปร่งใส
'จุติ' ยัน สัญญา กสท.-ทรู สมัย ปชป. โปร่งใส คุยผ่านคณะกฎหมาย 5 ชั้น จี้ 'อนุดิษฐ์' เรียกเงินรัฐคืนจาก ชินคอร์ปฯ ตามคำพิพากษายึดทรัพย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 55 นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวกรณีคณะกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด กับบริษัททรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า ยืนยันที่ผ่านมาสมัยตนเป็นรัฐมนตรีนั้น ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส ถูกกฎหมายและตรวจสอบได้ และตนเป็นนักการเมืองก็พร้อมจะได้รับการตรวจสอบคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ทั้งนี้ก่อนจะทำสัญญา ได้ผ่านขั้นตอนคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องทางกฎหมายถึง 5 ชั้น อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด ฝ่ายกฎหมายจากเจ้าหนี้ธนาคารที่ให้กู้เงิน ซึ่งตนได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยเปิดให้บริษัทเอไอเอส ดีแทค ทรู เข้ามาดำเนินการ 3จี ได้ และทั้งหมดนี้เกิดจากกรณีที่ศาลปกครอง ได้มีคำสั่งล้มการประมูลก่อนหน้านี้ โดยที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เร่งรัด ให้มีการดำเนินการ 3จี
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการได้พบข้อพิรุธสาเหตุนั้น ขอชี้แจงว่า 1. การที่กสท.ไม่สามารถซื้อกิจการฮัทซ์ชิสันได้นั้น เป็นเพราะรัฐมนตรีและทีมงานได้วางแผนกัน โดยสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรี ตั้งใจซื้อในราคาที่ถูกคือ 4 พันล้านบาท จากราคาขาย 7.5 พันล้านบาท แต่คณะกรรมการกลับไม่มีการพูดถึงว่าสาเหตุที่มีการซื้อถูกนั้น มาจากการทักท้วงของกระทรวงคลังที่เห็นว่าการซื้อในราคาที่ 7.5 พันล้านนั้นสูงเกินไป โดยกระทรวงการคลังระบุว่าควรจะซื้อในราคาเพียงครึ่งเดียวคือ 3.7 พันล้านเท่านั้น ซึ่งเมื่อตกลงราคากันไม่ได้ จึงไม่มีการซื้อเกิดขึ้น ทั้งนี้อยากถามว่า การพบข้อพิรุธดังกล่าว เป็นเพราะมีการจัดซื้อในราคาถูกใช่หรือไม่
2. กสท.ยกเลิกสัญญากับฮัทซ์ ในระบบ ซีดีเอ็มเอ มาเป็นระบบ เอชเอสพีเอ ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีใหม่ ที่จะรองรับระบบ 3จี และ 4จี ได้ กรณีนี้ประชาชนได้ประโยชน์ เพราะหากยังใช้เทคโนโลยีเก่าจะทำให้กสท.ขาดทุนปีละ 200 ล้านบาท แต่ขณะที่นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่สวนทางกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะต้องการทำให้เอกชนมีความแข็งแรง แต่องค์กรของภาครัฐอ่อนแอหรือไม่
นอกจากนี้ตนยังตั้งข้อสังเกตไปถึงการทำหน้าที่ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ว่า กำลังคิดจะทวงแค้นแทนบริษัทชินคอร์ปฯ ใช่หรือไม่ หลังจากที่ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เกิดกรณีศาลฎีกามีการพิพากษายึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตนก็รีบดำเนินการเรียกทรัพย์สินคืนจากบริษัทไทยคม และบริษัทชินคอร์ปฯ ทันที ตามคำพิพากษา รวมมูลค่านับแสนล้าน ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ขณะที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับไม่ดำเนินการเรื่องนี้ต่อ
อย่างไรก็ตามตนมองว่าการทำงานของรมว.ไอซีที เป็นไปเพื่อการสอดรับกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และบริษัทเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องการผลักดันโครงการ 3จี และ 4จี หรือไม่ นอกจากนี้ที่สำคัญคณะรัฐมนตรี ชุดนี้ยังมีอดีตผู้บริหารบริษัทไทยคม และบริษัทชินคอร์ปฯ อยู่ ดังนั้นขอถามว่า บุคคลดังกล่าวเข้ามาทำอะไร เพราะสืบทราบมาว่า มีการส่งคนของตนเข้าไปนั่งในตำแหน่งสำคัญในบริษัททีโอที และ กสท. โดยทั้งหมดเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัทในเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่



