ข่าว

ล่าข้ามโลก..'มะกัน'แหกคุก

ล่าข้ามโลก..'มะกัน'แหกคุก

27 มี.ค. 2555

ล่าข้ามโลก..'มะกัน'แหกคุก : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

             "เออเจ้น รัสเซล แอสโพสิโต้" ชายชาวอเมริกันวัย 62 ปี นักโทษคดียาเสพติด แอบสวมรอยชื่อคนตาย "เจมส์ ฮาร์โรลด์ ชาร์เจ้น" เพื่อมาใช้ชีวิตบั้นปลายในเมืองไทยอย่างถูกกฎหมาย..แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีความผิดได้พ้นเมื่อลายนิ้วมือของเขาไม่ตรงกับชื่อใหม่ที่เขาสวมรอยอยู่!!  
 
             ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ช่วยทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ประสานงานมายัง พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม.ให้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการติดตามจับกุม "เออเจ้น รัสเซล แอสโพสิโต้" ที่กำลังเดินทางเข้ามาที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
 
             พลเมืองชาวอเมริกันรายนี้ เดินทางมาที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า "เจมส์ ฮาร์โรลด์ ชาร์เจ้น" เพื่อขอเพิ่มหน้าหนังสือเดินทาง หลังจากที่รับเรื่องไว้เจ้าหน้าที่สถานทูตตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวเป็นของจริง แต่ชื่อของนายเจมส์ ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว
 
             แต่ทว่า "ลายนิ้วมือ" ตรงกับผู้ถูกกล่าวหาในคดีพัวพันการค้ายาเสพติด ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่หน่วยสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ "เอฟบีไอ" จับกุมพร้อมของกลางยาเสพติดประเภทโคเคนน้ำหนักรวม 100 กิโลกรัมพร้อมเงินสด 189,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27 ล้านบาท ถูกจับกุมในปี 2530 ศาลสูงมลรัฐแคลิฟอร์เนียตัดสินจำคุก 15 ปี จากนั้นเมื่อปี 2533 ได้หลบหนีออกจากห้องคุมขังในเมืองลอมพอก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำนักงานราชทัณฑ์สหรัฐอเมริกา หรือ หน่วยยูเอสมาร์แชล ตั้งข้อสงสัยว่า เขาหลบหนีออกจากสถานที่คุมขังที่มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดีได้อย่างไร ในห้วงเวลานั้นไม่มีใครพบตัวจนกระทั่งมาพบลายนิ้วมือที่ตรงกันในประเทศไทย
 
             หลังจากทราบข้อมูลทั้งหมด พล.ต.ท.วิบูลย์ สั่งการให้ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี ผบก.สส.สตม. จัดชุดสืบสวนประกอบด้วย พ.ต.อ.เฉลิมพล จินตรัตน์ ผกก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.ฑิฆัมพร ศรีสังข์ รองผกก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ รองผกก.2 บก.สส.สตม. ร.ต.อ.ระลึก อินทรรัศมี รองสว.กก.2 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
 
             ชุดสืบสวนทั้งหมดตรวจสอบพฤติการณ์ของนายเออเจ้น สวมชื่อผู้เสียชีวิตคือนายเจมส์ พบว่าเคยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2554 ถือหนังสือเดินทางประเภทท่องเที่ยวเข้ามาพำนักในประเทศไทย แล้วขอเปลี่ยนเป็นประเภทใช้ชีวิตบั้นปลายในราชอาณาจักร โดยอ้างเปิดธุรกิจเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยี เมื่อศึกษาพฤติกรรมของนายเออเจ้น ที่ได้จากเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พบว่าเป็นบุคคลที่ต้องระวังเพราะมีพฤติกรรมหลบหนีการควบคุมตัวแล้วมีพฤติกรรมก้าวร้าว
 
             ชุดสืบสวนตัดสินใจรอนายเออเจ้น เพื่อเดินทางมาที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเย็นของวันที่ 23 มีนาคม ปรากฏว่านายเออเจ้น ไม่ปรากฏตัวทำให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบข้อมูล รวมถึงเอกสารที่นายเออเจ้น ยื่นโดยคาดว่าน่าจะหลบซ่อนตัวอยู่ จ.เชียงใหม่
 
             ผู้ช่วยทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พร้อมชุดสืบสวน เร่งเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามตัวนายเออเจ้น คาดว่าน่าจะหลบซ่อนในละแวกหมู่บ้านแห่งหนึ่งตรงกันข้ามกับโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งใน อ.แม่ริม การค้นหานายเออเจ้น เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะจุดที่คาดว่าเป็นที่หลบซ่อนมีชาวต่างชาติพลุกพล่าน
 
             ขณะเดียวกันชุดสืบสวนเหลือบเห็นการแสดงดนตรีของเด็กนักเรียนนานาชาติ และพบเห็นบุคคลตำหนิรูปพรรณตรงกับข้อมูล จึงตัดสินใจประสานงานผู้มีอำนาจในงานแสดงดนตรี เชิญตัวนายเออเจ้น ออกมาจากที่นั่ง แล้วชุดสืบสวนแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานเพื่อขอควบคุมตัวแล้วทำการเพิกถอนใบอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร พร้อมนำส่งสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
 
             "นายเออเจ้น ยอมรับต่อหน้าผู้ช่วยทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่หน่วยยูเอสมาร์แชล ต้องการตัว โดยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลว่าเพราะเหตุใดถึงหลบหนีออกจากสถานที่คุมขัง แต่ใช้เวลาในการหลบซ่อนอยู่ตามเมืองต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ เกือบ 20 ปีหลังจากหลบหนีออกจากสถานที่คุมขัง ก็ใช้วิธีสวมชื่อผู้เสียชีวิตที่มีใบหน้า ตำหนิรูปพรรณตรงกัน โดยอ้างว่าค้นหารายชื่อจากห้องสมุด แต่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่สถานทูตไม่เชื่อคำกล่าวอ้างโดยการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยครั้งนี้ นายเออเจ้นเดินทางมาพร้อมกับภรรยาและบุตรชายอายุประมาณ 8 ขวบ และ 6 ขวบ ก่อนที่จะมาพักแล้วให้บุตรชายเรียนหนังสืออยู่ที่ จ.เชียงใหม่" แหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าว

...........

(หมายเหตุ : ล่าข้ามโลก..'มะกัน'แหกคุก  : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ)