
กฎหมายน่ากังขา
กฎหมายน่ากังขา: เลียบค่าย โดย ชัยกร ใบเงิน
รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังทำให้กฎหมายของประเทศไทยถูกมองอย่างกังขา
โดยเฉพาะกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีและถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยเจ้าตัวยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ
อดีตนายกรัฐมนตรีจึงมีสถานะเป็นผู้หลบหนีคำพิพากษาของศาล เมื่อศาลออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ไปตามจับกุม
ถ้าเจอตัวที่ไหนไม่ว่าในประเทศก็สามารถจับได้ทันที หากไปพบในต่างประเทศ ก็ประสานตามช่องทางของกฎหมาย หากเจอแล้วไม่จับถือว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 มีโทษจำคุก
แต่มีตำรวจหลายคนที่เดินทางไปพบอดีตนายกฯ จงตระหนักให้ดี ประเภทไปแล้วเอามาคุยโม้ ระวังงานเข้าเมื่ออำนาจเปลี่ยนขั้ว
หรือแม้แต่นักการเมืองที่เดินไปพบแม้ไม่ผิดตามข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เหมาะสมในด้านจริยธรรม ตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐบาล
เมื่ออดีตนายกฯ มีหมายจับค้ำคออยู่ นานาประเทศต่างก็รอดูท่าทีรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรกับกรณีนี้ ในเมื่ออดีตนายกฯ เป็นผู้หนีอาญาเมืองร่อนเร่อยู่ต่างแดน ขณะที่น้องสาวอยู่ในฐานะผู้นำประเทศซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและจริยธรรมกลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อทำให้เห็นว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ บังคับใช้เท่าเทียมกัน
มีหลายกรณีที่ทำให้เห็นถึงความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่
รัฐมนตรีรวมถึงนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลหลายคนที่เดินทางไปพบผู้หลบหนีคุก แต่ผู้นำรัฐบาลกลับเพิกเฉย ไม่ดำเนินการทางใดทางหนึ่ง
ก็ขนาดนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังให้สัมภาษณ์เชิงสนับสนุนกรณีกระแสข่าวที่อดีตนายกฯ จะเดินมาพำนักที่ ส.ป.ป.ลาว และจะมีนักการเมืองเดินทางเข้าพบทำนองว่า เป็นสิทธิเสรีภาพที่ทำได้
ที่สำคัญคือ แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังคิดถึงอยากพบเพราะมีเรื่องที่จะปรึกษาแต่ยังไม่มีเวลา
ราวกับว่าพ.ต.ท.ทักษิณ มีสถานะเป็นที่ปรึกษาหรือหนึ่งในผู้บริหารประเทศ อะไรทำนองนั้น
เหล่านี้ย่อมสะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ความอ่อนแอของระบบยุติธรรม
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ต้องดำเนินการเพราะยิ่งนานวัน กฎหมายบ้านเราก็ยิ่งน่ากังขา อ่อนล้าลงเรื่อยๆ เพียงเพราะคนคนเดียว !!



