
ตร.เมินคดีพิเศษ!ลอบจำหน่ายซูโดฯ
ตร.ไม่สน 'ดีเอสไอ' รับคดีลักลอบจำหน่าย 'ซูโดอีเฟดรีน' เป็นคดีพิเศษ ระบุสอบสวนเกือบสุดทางแล้ว ยันทำงานแบบบูรณาการ เร่งหาเครือข่าย อุดช่องว่างรั่วไหล พบพิรุธบาง รพ.ระบุในใบแจ้งความให้เป็นคดีพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มี.ค. 55 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมคณะทำงานสืบสวนสอบสวน และป้องกันปราบปรามการนำ 'ซูโดอีเฟดรีน' ไปใช้ในทางมิชอบ โดยมี พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน , พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร. , นายพสิษฐ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข เจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตัวแทนจาก บช.ภ. 1-9 ศชต. บช.ปส. ปปง. และปปส. โดยใช้เวลาการประชุมนานกว่า 2 ชม.
พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการประชุมให้แต่ละ บช.ของตำรวจรับทราบสถานการณ์ของการแพร่ระบาดยาแก้หวัดผสมซูโดอีเฟดรีน ก่อนสกัดไปใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด เพื่อหามาตรการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในทุกกระทงความผิด หากเป็นข้าราชการก็มีทั้งการทุจริตต่อหน้าที่ ม.157 รวมถึง พรบ.ยาเสพติด และการยึดทรัพย์ตาม พรบ.ฟอกเงิน นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการหารือถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกับ อย. กรมศุลกากร เพื่อร่วมตรวจสอบช่องทางการรั่วไหลของยาแก้หวัด ส่วนการลักลอบนำเข้ายาแก้หวัดนั้น ได้เน้นกำชับไปยัง ตม. ร่วมทำงานกับกรมศุลกากร ในการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเป็นคดีพิเศษเป็นคดี ๆ ไป และส่วนใหญ่คดีที่เกิดขึ้น ทั้งสภ.ทองแสนขัน , สภ.กำแพงแสน , สภ.เมืองอุดรธานี , สภ.กมาไสย จ.กาฬสินธุ์ ก็ทำสำนวนเกือบสุดทางแล้ว จากนี้ไปจะตรวจสอบในเรื่องเครือข่ายเพื่อดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและ พรบ.การฟอกเงินมาใช้
ด้านนายพสิษฐ กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา กำลังพิจารณาว่าจะยกระดับให้ผู้ครอบครองยาแก้หวัดสูตรซูโดอีเฟดรีนเกินกฎหมายกำหนด มีความผิดในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 โดยคาดว่าสิ้นเดือนนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาจะให้คำตอบได้ นอกจากนี้ นายวิทยา บูรณศิริ รมว.สธ.มีคำสั่งให้ยกเลิกการนำเข้ายาแก้หวัดไว้ก่อน และให้จำหน่ายได้เฉพาะที่ รพ.เท่านั้น ส่วนตามคลินิกต่าง ๆ ให้ส่งกลับไปยังอย. เพื่อ อย.จะส่งกลับให้บริษัทผู้ผลิตต่อไป อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการส่งกลับจะมีการควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการรั่วไหลไปได้อีก ส่วนกรณี มีผู้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวข้องในคดีการลักลอบจำหน่ายยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีนนั้น ฝ่ายเราและตำรวจเองก็ทำงานอย่างตรงไปตรงมา หลักฐานสาวไปถึงใครก็ต้องดำเนินคดีกับผู้นั้น ใช้กฎหมายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องทั้ง พรบ.ยาเสพติดและ พรบ. ฟอกเงิน ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของคณะทำงานแต่อย่างใด
รายงานข่าวแจ้งว่า การนำคดีเข้าสู่คดีพิเศษหรือดีเอสไอ เพื่อต้องการให้ผู้ที่เคยได้ผลประโยชน์ในการลักลอบนำยาแก้หวัดสูตรผสมซูโดอีเฟดรีน โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูง หลุดจากคดี โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า มีผอ.รพ.รายหนึ่งมาแจ้งความที่สถานีตำรวจว่า ซูโดอีเฟดรีนหายไปโดยระบุไว้ก่อนว่า ให้คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษด้วย



