
'ประชา'ยันช่วยประกันตัวเสื้อแดงเต็มที่
ประชา แจงยันช่วยประกันตัวเสื้อแดงเต็มที่ พท.มั่นใจวาระกมธ.ปรองดองฯเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา27มี.ค.แน่ หวังเสร็จทันสมัยประชุมนี้ รอ ธงทอง สอบสวน ก่อนตัดสินประวัฒน์-สันติ ถกพรบ.ปกครองท้องถิ่นอาจกำหนดวาระกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
26มี.ค.2555 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.ในที่ประชุมพรรคได้ถามถึงเรื่องแนวทางการปรองดองและการประกันตัวผู้ที่ถูกคุมขัง เหลือประมาณ 61 คน ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งสมาชิกก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ โดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า กระทรวงยุติธรรมและรัฐบาลพยายามดำเนินการผ่านการทางกรมคุ้มครองสวัสดิภาพของกระทรวงยุติธรรมเตรียมการประกันตัว ซึ่งได้มีขอประกันตัวในหลายจังหวัดแต่ศาลก็พิจารณาให้ประกันตัวบ้างไม่ให้ประกันตัวบ้างตามแต่ละคดี โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแทรกแซงของรัฐบาล แต่เป็นการทำหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ในกรณีต้องคดีอาญาแต่ไม่มีเงินไปประกันตัว
พท.มั่นใจรัฐสภาถกวาระ“กมธ.ปรองดองฯ”27มี.ค.แน่
นายจิรายุ กล่าวถึงนการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 27 มี.ค. ที่จะมีการพิจารณาตามมาตรา 190 ว่าที่ประชุมพรรคได้กำชับให้ส.ส.ทุกคนและพรรคร่วมเข้าประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งเรื่องแรกที่จะพิจารณา คือเรื่องสัตว์ปีก คาดว่าใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นจะเป็นการขอเลื่อนวาระสำคัญ โดยจะให้ที่ประชุม 2 สภามีมติ พิจารณาเลือกเรื่องอื่นๆ ในสมัยประชุมสามัญสภานิติบัญญัติ ตามาตรา 136 (5) โดยจะขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา มีมติให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสร้างการแนวทางความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานและคณะ เป็นผู้เสนอ โดยพรรคเพื่อไทยมีมติยกมือเห็นชอบ เมื่อบรรจุมติในการพิจารณาวันแล้ว คาดว่าในสัปดาห์ วันที่ 4 เม.ย. จะเปิดให้สมาชิกได้มีการอภิปราย แนวทางการปรองดอง โดยกมธ.และส.ส ให้รายละเอียดลงไป แต่วันนี้พรุ่งนี้ยังจะไม่มีการลงในรายละเอียด
นายจิรายุกล่าวต่องว่า ทั้งนี้จะพูดคุยกันว่า ในฐานะรัฐบาล วุฒิสภาและฝ่ายค้าน ที่อาจจะตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาในสมัยนิติบัญญัติ ซึ่งที่ประชุมพรรคได้ให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายในประเด็นแค่การเลือกวาระก่อน ซึ่งสัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทยจะให้โอกาสกมธ.ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนสมาชิกท่านอื่นๆจะเรื่องลำดับตามความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ และการชุมนุมในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นว่าแนวทางการปรองดองแห่งชาติจะมาออกมาในทิศทางไป และเหตุผลในการเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาก็เพราะ ถ้าปล่อยให้รอเป็นถึงประชุมสามัญทั่วไป อาจช้าเกินไปเพราะต้องรอไปถึงปีหน้า ซึ่งเหลือการประชุมร่วมรัฐสภาอีก 1 ครั้งในวันที่ 10 เม.ย. และจะปิดในวันที่ 18 เม.ย. ไม่งั้นจะต้องขออนุญาติ สภาประชุมสมัยนิติบัญญัติต่อไปอีก อย่างน้อย 2 สัปดาห์ แต่หากเลื่อนสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าอภิปราย ก็จะเสร็จตามกำหนดเวลา
ส่วนกรณีที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ลาออกจากกมธ.ปรองดอง นายจิรายุกล่าวว่า ถ้าลาออกควรลาออกตั้งแต่ต้นแต่ถ้ามาลาออกตอนพิจารณาเสร็จแล้ว เห็นว่าช้าเกินไป แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคฝ่ายค้าน แต่มาลาออกตอนพิจารณาเสร็จก็ถือว่าพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งต้องว่าดูกันว่าหากมีการเลื่อนวาระ ต้องมาดูว่ากมธ.ที่ลาออก จะลุกขึ้นมาอภิปรายหรือไม่และในฐานะอะไร
รอ“ธงทอง”สอบสวนก่อนตัดสิน“ประวัฒน์-สันติ”
นายจิรายุ แถลงผลการประชุมพรรคเพื่อไทย ว่า ในการประชุมในวันนี้ ไม่มีการพิจารณาเรื่องความขัดแย้งระหว่างนายประวัฒน์ อุตตะโมต ส.ส.บัญชีรายชื่อกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กรณีย้ายนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตปลัดพม. โดยพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจ้งว่า ในช่วงเช้าได้มีการหารือและทำความเข้าใจ กับทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะรอให้ผลการสอบสวนข้อเท็จจจริงของคณะกรรมการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้น ที่มีนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า มีความคืบหน้าอย่างไร จึงจะได้นำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคอีกครั้ง
ถกพรบ.ปกครองท้องถิ่นอาจกำหนดวาระกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
นายจิรายุ กล่าวว่าที่ประชุมได้หารือเรื่องพรบ.ปกครองท้องถิ่น ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็มีความคิดเห็นที่หลากหลายว่า การเลือกตั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนั้น มีวาระถึงอายุ 60 ปี ทั้งที่ให้สมัครตั้งแต่อายุ 28 ปี ซึ่งต้องมาดูว่าแนวโน้มพรบ.ควรเป็นอย่างไร กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ควรมาจากเลือกตั้ง ควรมีวาระการทำงาน 4-6 ปี อย่างไร ซึ่งตอนนี้อยู่ในชั้นการศึกษาของพรรค เพื่อนำเสนอเป็นพรบ.ปกครองท้องถิ่นฉบับแก้ไข
"วุฒิสาร"แจงข้อเสนอปรองดองแค่จุดเริ่มต้น
นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะวิจัยโครงการศึกษาวิจัยการสร้างแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ กล่าวกับ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ จะนำข้อสรุปของกมธ.เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 27 มี.ค.ว่า ยังไม่ทราบ คงต้องไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามได้เรียนกับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานกมธ.และนายชวลิต วิชยสุทธิ์ เลขาฯกมธ.แล้วว่าคณะวิจัยไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงข้างมากในการกำหนดแนวทางการสร้างความปรองดอง เพราะต้องให้ความสำคัญในเรื่องกระบวนการ และการสร้างบรรยากาศการปรองดองเสียก่อน ซึ่งทั้งพล.อ.สนธิและนายชวลิตเองก็รับฟังการตั้งข้อสังเกตนี้ ทำให้ตนก็สบายใจในระดับหนึ่ง ตนให้เกียรติทุกฝ่าย คิดว่าทุกคนต้องรักษาคำพูด ทั้งนี้ยืนยันว่าแนวทางที่คณะวิจัยเสนอเป็นเพียงจุดเริ่มเท่านั้น แต่บทสรุปอย่างไรเป็นเรื่องที่สังคมต้องหาจุดตกลงร่วมกัน
ส่วนกรณีข้อเสนอให้ถอนผลวิจัยออกมานั้น นายวุฒิสาร กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจ เพราะตนไม่ได้เป็นสภาสถาบัน การจะถอนหรือไม่ต้องไปถามสภาสถาบัน เพราะก่อนไปทำเราก็ได้ขอมติเห็นชอบ หากจะถอนก็ต้องนำเข้าที่ประชุมเช่นกัน อย่างไรก็ตามคณะวิจัยพร้อมรับผิดชอบ แต่อย่าพาดพิงสถาบันเพราะสถาบันเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น ขอให้แยกให้ออก ทั้งนี้หากสังคมเป็นห่วงว่าอย่ามีการนำผลงานวิจัยไปใช้ในทางที่ไม่สมควร สังคมควรร่วมกันตรวจสอบ ไม่ใช่โยนให้คณะวิจัยอย่างเดียว
“ใครจะมองว่าเราเป็นเครื่องมือหรือเปลืองตัวหรือไม่นั้น ผมเฉยๆ เพราะคิดว่าเราทำดีที่สุดและอยู่บนพื้นฐาน ที่ แต่เราอยู่ได้เพราะความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง อยู่บนพื้นฐานอิสระทางความคิด อธิบายเหตุผลตามขอบเขตงาน ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นสิทธิเสรีภาพ”นายวุฒิสารกล่าว



