
'นายกฯ'เชิญเกาหลีลงทุนในไทย
'ยิ่งลักษณ์' เชิญชวนเกาหลีลงทุนในประเทศ ยันไทยมีความพร้อมและศักยภาพในทุกด้าน และรัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่
26 มี.ค.55 ภายหลังเสร็จสิ้นการกล่าวสุนทรพจน์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันกับภาคธุรกิจเอกชนไทย-เกาหลีใต้ ณ ห้อง Crystal Ballroom โรงแรมล้อตเต้ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีผู้ร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 450 คน ซึ่งผู้ร่วมงานจากภาคเอกชนเกาหลี ประกอบไปด้วยบริษัทเอกชนชั้นนำและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ บริษัท Samsung LG Hyundai K-Water SM Entertainment และบริษัท KORAIL เป็นต้น
ทั้งนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ นายนิชคุณ หรเวชกุล ศิลปินนักร้องชาวไทยที่ไปโด่งดังมีชื่อเสียงในเกาหลี และเป็นที่ยอมรับชื่นชอบของชาวเกาหลี ได้เดินทางมามอบช่อดอกไม้เพื่อต้อนรับนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี และได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อรับฟังนายกรัฐมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ด้วย
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารกลางวันภาคธุรกิจเอกชนไทย-เกาหลีใต้ สรุปดังนี้
นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นด้วยการชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-สาธารณรัฐเกาหลี ว่าเป็นมิตรและหุ้นส่วนที่ใกล้ชิด และมิตรภาพนี้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงสงครามเกาหลี ที่ร่วมกับสหประชาชาติเพื่อรักษาเสรีภาพ และวันนี้ สาธารณรัฐเกาหลีมีเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าและประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งภาคเอกชนเองมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จนี้ และทำให้สาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้นำในภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไทยและสาธารณรัฐเกาหลีได้ร่วมสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและธุรกิจที่เข้มแข็ง รวมทั้งความผูกพันระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ ในด้านการค้าและการลงทุน กว่า 500 บริษัทของเกาหลีดำเนินธุรกิจในไทย ปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 15.1 พันล้านวอน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีที่แล้ว ขณะที่การลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 ส่วนการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางไปไทยกว่า 1 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวไทยมาเกาหลี 310,000 คน ซึ่งจะต้องผลักดันการขยายตัวทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้ความเชื่อมั่นถึงความเป็นหุ้นส่วนของไทยว่า จากวิกฤติอุทกภัยในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการลงทุนด้านการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 350,000 ล้านบาท เพื่อป้องกันอุทกภัยในหน้าฝนที่จะมาถึง ในการนี้ ได้จัดการปรับอัตราการกักเก็บน้ำเพื่อให้เขื่อนเก็บน้ำมากขึ้นในช่วงหน้าฝน การป้องกันเขตอุตสาหกรรม โดยมีแนวกันน้ำรอบๆนิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ที่สำคัญ ศูนย์สั่งการเดียว หรือ The Single Command ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแบบ One Stop Service ที่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมา มีแหล่งข้อมูลข่าวสารที่มากมายเกี่ยวกับการพยากรณ์ ทำให้ต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานเดียวที่ทำหน้าที่เตือนภัย พยากรณ์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะประสบวิกฤติอุทกภัย แต่พื้นฐานทางเศรษฐกิจยังคงเข้มแข็ง การเติบโตที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจาก การส่งออกที่เข้มแข็ง การใช้จ่ายโครงการบริหารจัดการน้ำ และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนั้น จึงคาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 5.5 - 6.5 และสถานะทางการเงินการคลังที่เข้มแข็ง เหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้รัฐบาลสมารถขับเคลื่อนการขยายการลงทุนต่อไปได้
รัฐบาลมีนโยบายที่เป็นมิตรต่อการลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกการลงทุน โดยจะลดภาษีรายได้ของบริษัทลงเป็นร้อยละ 23 ในปีนี้ และจะลดเป็นร้อยละ 20 ในปีหน้า รวมทั้งการส่งเสริมให้จัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย
นอกจากนี้ รัฐบาลได้ลงทุน 72 พันล้านเหรียญสหรัฐในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ใน 5 ปีข้างหน้า เช่น รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ที่จะเชื่อมอาเซียนกับเอเชียใต้และโดยรอบ ซึ่งเชื่อมั่นว่า โครงการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ และขยายการเชื่อมโยงต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าการลงทุนในไทยต่อไป ดังนั้น ไทยจึงเป็นศูนย์กลางสำหรับสินค้า ผลิตภัณฑ์ในการเชื่อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่มีผู้บริโภคดึงดูดการลงทุนยิ่งขึ้น
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักลงทุนเกาหลีให้เข้ามาลงทุนในไทย ในอุตสากรรมที่เพิ่มมูลค่าเช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า รถยนต์ และอะหลั่ย เครื่องจักรและเครื่องมือ พลังงานทางเลือก และการแปรรูปเกษตร รวมทั้งการบริการที่เพิ่มมูลค่า เช่น การวิจัยและพัฒนา การตั้งสำนักงานระดับภูมิภาค อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น บันเทิงและซอฟท์แวร์
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ความเป็นหุ้นส่วนไทยและเกาหลีจะพัฒนายิ่งขึ้น และภาคเอกชนเกาหลีจะเป็นเสาหลักของความเป็นหุ้นส่วนนี้
ภายหลังการกล่าวสุนทรพจน์ นายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้บริษัทเกาหลีต่างๆที่สนใจลงทุนในประเทศไทย เข้าพบหารือเป็นรายบริษัท อาทิ บริษัทแอลจี อิเลคทรอนิคส์ บริษัท ซัมซุง กรุ๊ป บริษัทเหล็ก ยูเนี่ยน สตีล



