ข่าว

'ณัฐวุฒิ'วอนหยุดวิพากษ์ร่างปรองดองพระปกเกล้าฯ

'ณัฐวุฒิ'วอนหยุดวิพากษ์ร่างปรองดองพระปกเกล้าฯ

26 มี.ค. 2555

"ณัฐวุฒิ" วอนหยุดวิพากษ์ร่างปรองดองพระปกเกล้าฯ ชี้ควรถกในสภาดีกว่ามาจ้อริมถนน มั่นใจที่ประชุมรัฐสภาพร้อมฟังเสียงปชช. ทุกฝ่าย

          วันที่ 26 มี.ค.55  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ รายการเจาะลึกประเทศไทย อินไซด์ไทยแลนด์ สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ถึงความขัดแย้งข้อเสนอความเห็นการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้า ว่า  ตนเห็นว่าการดำเนินการของพระปกเกล้า และคณะกรรมาธิการปรองดอง ที่ดำเนินการอยู่นั้น ถือว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามกระบวนการทุกอย่าง ส่วนข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ ที่มีออกมา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอแนะให้มีการทำการสำรวจความเห็นของประชาชนเพิ่มเติมนั้น ตนเห็นว่าขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้สามารถที่จะไปดำเนินการต่อในขั้นตอนของสภาได้ ส่วนมติของที่ประชุมรัฐสภาจะออกมาทางใดในเรื่องนี้ก็ยังไม่มีใครทราบ
 
          เมื่อถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่าในการพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในเรื่องนี้ หากมีการนำเรื่องของเสียงข้างมากลากไป อาจจะทำให้ความปรองดองเกิดขึ้นได้ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลัการในระบอบของประชาธิปไตยได้ยึดหลักของเสียงข้างมาก แต่ต้องเคารพและรับฟังเสียงข้างน้อย ดังนั้นในกระบวนการประชาธิปไตยหากมีการตั้งป้อมที่จะปฎิเสธเสียงข้างมากแล้ว การที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไปก็เป็นไปได้ยาก ในขณะเดียวกันเรื่องเสียงข้างน้อยเราก็เคารพ ดังนั้นเราจะกำหนดและรับฟังในเรื่องนี้กันอย่างไร เพราะต้องเข้าใจว่าสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้มีการแยกกลุ่มแยกฝ่ายอย่าชัดเจน ดังนั้นเราจะหาข้อยุติในเรื่องนี้อย่างไร
 
          " ผมเห็นว่าในสถานการณ์บ้านเมืองที่มีความแตกแยกอยู่สองฝ่ายในเวลานี้ ควรที่จะลดราวาศอกกันบ้าง เพราะยังคงมีความขัดแย้งไม่ยอมลดราวาศอกกันแล้ว และบ้านเมืองไม่สามารถหาข้อยุติได้ ในที่สุดแล้วเราก็จะถึงทางตันและบ้านเมืองก็จะเข้าสู่วิกฤติอย่างแท้จริง โดยผมเห็นว่าทางออกของประเทศในเวลานี้มันอยู่ที่ในหัวใจของคนทุกฝ่ายว่าจะยอมเปิดกว้างที่จะให้เป็นทางให้กับประเทศหรือไม่ " ณัฐวุฒิ กล่าว  
 
          เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พลงองสนธิ จะยืดการนำร่างแผนการสร้างความปรองดองเข้าสภาออกไปก่อน ซึ่งในระหว่างนั้นให้มีการดำเนินการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในเวทีต่างๆ จนได้สรุป ถึงจึงนำเรื่องเข้าสภา นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ข้อสังเกตุอย่างนี้ ตนเชื่อว่าในคณะกรรมาธิการ และบุคคลที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็มีความยินดีรับฟัง เป็นแต่เพียงว่าเมื่อมีการนำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อจะได้มีการนำมาถกอภิปรายกันสักหนึ่งรอบ เพื่อหาข้อสรุปและหากรอบก่อน ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เรื่องการปรองดองไม่มีใครกล้าปฎิเสธประชาชนได้ เพราะหากปฎิเสธประชาชนความปรองดองก็จะไม่เกิดขึ้น
 
          เมื่อถามว่า จะสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าเมื่อมีการนำร่างแผนการสร้างความปรองเข้าสภาแล้ว จะไม่มีการรวบรัดหักดิบ หรือที่หลายๆฝ่ายห่วงกัน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนมีเพียง 1 เสียงที่อยู่ในสภา ดังนั้นการที่จะให้ตนไปยืนยันซ้ายขวาให้มันคงจะเกินจากสถานะของตนเองที่มี เอาเป็นว่าข้อทักท้วงต่างๆ ตนเองพร้อมรับฟัง ส่วนการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวนอกสภาในเวลานี้มันจะมีแต่การสร้างความสับสน ดังนั้นจึงอยากจะให้นำเรื่องเข้าไปในสภาแล้วมาพูดคุยกัน ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ที่อยู่มในที่ประชุม 500 คนคงจะไม่มีใครปิดหูผิดตาไม่ยอมรับฟังเสียงประชาชนแน่ ตนเห็นว่าเราอย่าไปกังวลเกินกว่าสถานการณ์ที่จะเกิด เพราะประเทศไทยเราอยู่ท่ามกลางความหวาดระแวงมานานหลายปีแล้ว เวลานี้หากเราจะเดินหน้าไปสู่หาทางการสร้างปรองดอง