ข่าว

'ปู'บรรยายนศ.เกาหลีใต้ขอโอกาสสตรี

'ปู'บรรยายนศ.เกาหลีใต้ขอโอกาสสตรี

26 มี.ค. 2555

'นายกฯ'เยือนเกาหลีบรรยาย ม.สตรีชื่อดัง ชี้ผู้หญิงมีศักดิ์ศรี-บทบาทไม่ด้อยกว่าชาย แนะหญิง-ชาย ควรเกื้อกูลกันเพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ

            26 มี.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มวิเทศสัมพันธ์  สำนักโฆษก  ทำเนียบรัฐบาล  ส่งอีเมลข่าวให้สื่อมวลชนในช่วงเช้าวันนี้ใจความว่า เวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น  ณ  สาธารณรัฐเกาหลี   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารเช้า (Working Breakfast) ร่วมกับนักธุรกิจไทยเพื่อสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงรับฟังคำแนะนำต่างๆ จากภาคเอกชน

            จากนั้น นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากโรงแรมล้อตเต้ไปยังมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา (Ehwa Woman’s University) กรุงโซล เพื่อกล่าวสุนทรพจน์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา โดยมี ดร. คิม ซอน อุ๊ก (Kim Sun Uk) อธิการบดีมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา รอให้การต้อนรับ และถ่ายภาพร่วมกัน มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกาหลีใต้ และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างมากของเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2429 โดยมิชชันนารี Mary F. Scranton เพื่อให้สตรีมีความรู้ขั้นสูงในด้านต่างๆ โดยคำว่า “ อีฮวา” หมายถึง Pear Blossoms และชื่อของมหาวิทยาลัยที่ใช้คำว่า Womans แทน Women  เพื่อต้องการเน้นถึงผู้หญิงหลายคน

           ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย ยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความรู้ ความดี และความงาม ที่ผ่านมา มีนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ทั้งในระดับปริญญาตรี-โท-เอก รวมทั้งสิ้น ประมาณ 180,000 คน โดยอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของรัฐมนตรีหญิงและสมาชิกรัฐสภาหญิงของเกาหลีใต้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนี้ ปัจจุบัน มีนักศึกษาที่ลงทะเบียนประมาณ 20,000 คน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯยังมีประสบการณ์ต้อนรับผู้นำสตรีระดับสูงจากประเทศต่าง ๆ และมหาวิทยาลัยฯให้ทุนการศึกษา Ewha Global Partnership Program แก่นักศึกษาจากประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งในแต่ละปีจะมีนักเรียนไทยได้รับทุนนี้ภาคเรียนละ 1 - 2 ราย

             น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวบรรยายพิเศษเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของไทย แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ณ ห้องประชุม LG Convention Hall ว่า "รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเยือนมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยผู้หญิงล้วนที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดิฉันได้ทราบมาว่า สถาบันแห่งนี้ได้ผลิตสตรีชั้นแนวหน้าของเกาหลีใต้ในหลายวงการ มีรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสตรีของเกาหลีใต้เกินกว่าครึ่งที่จบการศึกษา ณ ที่นี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยในการช่วยยกระดับสถานะของสตรีในสังคม การมาเยือนเกาหลีใต้ของดิฉันครั้งนี้ดิฉันจึงตั้งใจที่จะมาที่นี่ มาเพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาบทบาทของสตรี  และเพื่อจะได้นำไปปรับใช้ในการพัฒนาการศึกษาของสตรีไทยด้วย"
 
            น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า เป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชมการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของสตรีในเกาหลีใต้ที่ทำให้สถานภาพของสตรีมีความก้าวหน้ามากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย จากดรรชนีชี้วัดความเท่าเทียมทางเพศของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในปี 2011 ได้จัดอันดับให้เกาหลีใต้อยู่ในลำดับที่ 11 ของโลก ซึ่งตัวเลขนี้ มีความสัมพันธ์กับระดับของการพัฒนาประเทศด้วย  โดยปรากฏว่า ยิ่งสถานภาพของผู้หญิงอยู่ในอันดับที่สูงมากเท่าไร ระดับของการพัฒนาประเทศก็ยิ่งสูงตามเท่านั้น อันเป็นบทพิสูจน์สำคัญของพลังของสตรีในการช่วยพัฒนาประเทศที่ไม่สามารถมองข้ามได้ และทำให้เห็นชัดเจนว่าผู้หญิงนั้น มีศักดิ์ศรีและบทบาทไม่ด้อยไปกว่าผู้ชายในการทำงานและสร้างความเจริญแก่ประเทศแต่ประการใด

            "ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงยังมีความอ่อนโยน ละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นพื้นฐานของทักษะในการผลิต การค้า และการบริการที่สำคัญ และความเป็นเพศแม่ช่วยทำให้สังคมมีความเมตตากรุณา ประนีประนอม เกื้อหนุนเพื่อความสงบสันติ  เชื่อว่าหากเราทั้งหญิงชายทำงานร่วมกัน เกื้อกูลกัน ทักษะความสามารถที่แตกต่างเมื่อรวมพลังกัน จะนำพามาซึ่งประโยชน์และความเจริญต่อมวลมนุษยชาติได้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

             น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงสถานะภาพของสตรีของประเทศไทยว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว ผู้หญิงไทยนั้นมีสถานะไม่ได้แตกต่างจากผู้หญิงเอเชียทั่วไปและผู้หญิงเกาหลีใต้เท่าใดนัก   กว่าที่ดิฉันมายืนตรงนี้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้การยอมรับ  และถึงแม้เมื่อดำรงตำแหน่งแล้วก็ยังต้องพิสูจน์ตนเองทุกวันไม่หยุดหย่อน  ดิฉันเข้าใจดีว่าเส้นทางของผู้หญิงที่จะประสบความสำเร็จได้มีอุปสรรคขวากหนามมากมาย  ต้องอดทนหนักแน่น และที่สำคัญที่สุดคือการใช้ความสามารถไขว่คว้า “โอกาส” ที่เปิดขึ้นเพื่อจะได้ใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในการพัฒนาประเทศอันเป็นที่รัก

             ดังนั้นเหตุผลหนึ่งที่เข้าสู่วงการเมือง  คือต้องการผลักดันการ “สร้างโอกาส” ให้กับพี่น้องสตรีทุกวัยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในวงการธุรกิจ  การเมือง  หรืออื่นใดก็ตาม  และในการที่จะใช้โอกาสนั้นสร้างสถานภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคงตลอดจนการดูแลครอบครัวและตนเองให้มีความสุขซึ่งวันนี้ประเทศไทย  มีรัฐธรรมนูญที่ประกันสิทธิของหญิงชายอย่างเท่าเทียมกัน  มีการจัดทำแผนพัฒนาสตรีแห่งชาติมีการออกมาตรการทางกฎหมายเพื่อรองรับหลายฉบับ แต่โอกาสและบทบาทของสตรียังสามารถก้าวไกลไปกว่าที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร

            อีกทั้ง รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญและเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมบทบาทสตรี  ด้วยการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี  เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการลงทุน พัฒนาอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ และความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ผู้หญิงทุกคน ตลอดจนองค์กรและเครือข่ายสตรีสามารถใช้เงินกองทุนเพื่อนำไปเสริมสร้างสวัสดิภาพและสวัสดิการของสตรี รวมทั้งนำไปสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของสตรี อาทิ ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลทางเพศ  ทั้งนี้กองทุนจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงในทุกระดับไม่ว่ายากดีมีจน ในเมืองหรือในชนบทเข้ามามีส่วนร่วม

            "ดิฉันภูมิใจที่จะรายงานให้ทราบว่า หลังจากกองทุนตั้งมาได้เพียง 1 เดือน มีผู้หญิงไทยทั่วประเทศเข้ามาเป็นสมาชิกแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน โดยดิฉันตั้งเป้าว่าต้องการให้ผู้หญิงไทยเข้าเป็นสมาชิกให้ได้มากที่สุดเพราะดิฉันเชื่อว่าโอกาสที่เปิดขึ้นจากการมีกองทุนจะทำให้ผู้หญิงไทยมีเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของตนเพื่อประโยชน์ของครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติต่อไป  พลังของผู้หญิงไม่จำกัดอยู่แต่ในระดับชุมชนหรือประเทศ แต่หากยังสามารถเชื่อมโยงเกื้อหนุนเพื่อประโยชน์ของชาวโลกได้ด้วย เมื่อวานนี้ ดิฉันได้มีโอกาสหารือกับท่านบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ โดยได้แจ้งแก่ท่านว่า ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการ Every Woman Every Child (EWEC) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์โลกสำหรับสุขภาพของสตรีและเด็ก ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความริเริ่มของท่านเลขาธิการสหประชาชาติ ในนามของประเทศไทยได้มอบคำมั่นแสดงเป้าหมายของการพัฒนาสุขภาพของสตรีในประเทศไทย เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสตรี และพร้อมที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติในการบรรลุซึ่งเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ในโอกาสดังกล่าวยังได้แสวงหาความร่วมมือกับสหประชาชาติให้มาช่วยพัฒนาการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของไทย โดยได้เชิญให้องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อนำประสบการณ์และข้อเสนอแนะมาใช้ประโยชน์ต่อไปด้วย ขอให้กำลังใจกับพี่น้องผู้หญิงที่อยู่ในสถาบันการศึกษาแห่งนี้ ให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าทุกท่านมีความสามารถและมีความพร้อม ดังนั้น หากได้รับโอกาสก็จะสามารถก้าวไปตามความฝันที่ทุกท่านได้ตั้งใจไว้ ก็มั่นใจว่าทุกท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับบทบาทของสตรี  ให้เป็นผู้นำในการพัฒนาสังคมและประเทศ ให้ก้าวไกลดั่ง “อีฮวา” หรือการเบ่งบานของดอกแพร์ตลอดไป " น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

 

หมายเหตุ : “อีฮวา” หมายถึง Pear Blossoms เป็นนามพระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยโดยกษัตริย์โกจองเมื่อปี ค.ศ. 1886