ข่าว

พิรุธหนังสือเดินทางจับ'3คองโก'หนีโกง

พิรุธหนังสือเดินทางจับ'3คองโก'หนีโกง

26 มี.ค. 2555

พิรุธหนังสือเดินทาง "3 คองโก" หนีโกงข้ามชาติ :ตะลุยข่าว โดยศุภกร อรรคนันท์

             3 คนร้าย ชาวคองโก อาจร่วมกับเพื่อนร่วมแก๊งใช้ไทยเป็นฐานหลอกลวงให้ผู้คนจากทั่วโลกโอนเงินมาให้ได้สำเร็จ หากพนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัส พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไม่สังเกตความผิดปกติของหนังสือเดินทางที่คนร้ายทั้ง 3 คน นำไปใช้เป็นหลักฐานในการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร
     
             โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา พนักงานธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสพัทยาใต้ ประสานให้ พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่รองหัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (รองหน.ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี) ดำเนินการตรวจสอบชายชาวต่างชาติผิวดำ หลังนำหนังสือเดินทางของนายอเล็กซานเดอร์ วอลเตอร์ฮิวสัน ระบุสัญชาติโปรตุเกส มายื่นขอเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคาร เนื่องจากสงสัยว่าชายผิวดำรายนี้อาจปลอมแปลงหนังสือเดินทางเพื่อใช้เปิดบัญชีเงินฝากเพื่อทำผิดกฎหมาย
   
             หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.ชิตเดชา ได้เชิญชายชาวต่างชาติรายนี้ไปตรวจสอบประวัติที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พบว่า ชายชาวต่างชาติรายนี้เป็นชาวคองโก ไม่ใช่โปรตุเกส อย่างที่ระบุไว้ในหนังสือเดินทาง มีชื่อว่า นายบาป้า เอ็นตูมบ้า อายุ 33 ปี ส่วนหนังสือเดินทางฉบับดังกล่าวถูกปลอมแปลงขึ้น
   
             พ.ต.ท.ชิตเดชา ได้สอบสวนขยายผล กระทั่งทราบว่า นายบาป้า เป็นสมาชิกแก๊งหลอกลวงให้ผู้อื่นโอนเงินให้ มีเพื่อนร่วมแก๊งเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยครั้งนี้อีก 2 คน คือ นายเกลีอเร่ มูโคล่า เอ็มบูยัมบ้า อายุ 33 ปี และนายเอ็นเซย์ เมงคาซิ เฮอริเทีย อายุ 31 ปี ชาวคองโกเช่นกัน จึงติดตามจับกุมทั้งสองคนได้เพิ่มเติมขณะพักอาศัยอยู่ในเมืองพัทยา
   
             "ทั้งสามคนเดินทางเข้าประเทศไทยมาได้ระยะหนึ่งก่อนจะเดินทางเข้ามาในเมืองพัทยาและใช้หนังสือเดินทางปลอมเป็นหลักฐานเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารเพื่อรอรับการโอนเงินจากเหยื่อที่ถูกเพื่อนร่วมแก๊งที่อยู่ในต่างประเทศหลอกให้โอนเงินให้ ซึ่งทั้ง 3 คน จะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 10 จากยอดเงินที่ผู้เสียหายโอนเข้ามา" พ.ต.ท.ชิตเดชากล่าว
   
             ด้าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 ระบุว่า ทั้ง 3 คน เดินทางเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยระยะแรกได้พักอาศัยที่ย่านประตูน้ำ ก่อนย้ายไปพักที่ซอยนานาและถนนข้าวสาร หลังจากนั้นมีนายหน้าไปติดต่อให้มาเปิดบัญชีเงินฝากในเมืองพัทยา ซึ่งในการเปิดบัญชีเงินฝากนั้นจะใช้หนังสือเดินทางปลอม
   
             "จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากที่ 3 คน ใช้หนังสือเดินทางปลอมเปิดบัญชีได้สำเร็จ มีคนโอนเงินเข้ามาให้แล้วกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนมาจากที่ใดบ้าง ทั้งนี้อยากเตือนไปยังธนาคารทุกแห่งให้ระมัดระวัง เนื่องจากระยะนี้มีชาวต่างชาติผิวดำเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำผิดลักษณะนี้จำนวนมาก" พล.ต.ท.ปัญญาบอก
   
             ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ขยายความว่า ระยะนี้มีชาวต่างชาติผิวดำเข้ามากระทำผิดในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเมื่อมาถึงแล้วจะตระเวนไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอมเปิดบัญชีเงินฝากรอให้ผู้เสียหายซึ่งถูกเพื่อนร่วมแก๊งหลอกให้โอนเงินมาให้ หรือใช้เพื่อนำเช็คที่ได้จากการขโมยมาขึ้นเงิน
   
             "ที่มาของเงินของแก๊งนี้มีหลายแบบเช่น ปลอมหรือขโมยเช็คในต่างประเทศมาขึ้นเงินกับธนาคารในประเทศไทยปลอมแปลงหนังสือสัญญาธุรกรรม ใช้เว็บไซต์หาคู่หลอกผู้หญิงให้โอนเงินให้โดยออกอุบายว่าต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายในต่างประเทศแต่ยังไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้เพราะต้องเสียค่าธรรมเนียมหากหญิงสาวยอมโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้จะสามารถเอาเงินมาใช้และจะแต่งงานด้วยหรือจะแบ่งเงินให้ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้" พล.ต.ท.ปัญญาบอก
   
             ระยะนี้พนักงานธนาคารต่างๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีชาวต่างชาติโดยเฉพาะคนผิวดำนำหนังสือเดินทาง ซึ่งระบุสัญชาติประเทศในแถบยุโรป เข้ามาติดต่อขอเปิดบัญชีเงินฝากต้องตรวจสอบให้ละเอียด หากไม่แน่ใจให้ประสานตำรวจตรวจสอบทันที เพราะไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นเครื่องมือของแก๊งมิจฉาชีพได้ 

............

(หมายเหตุ :พิรุธหนังสือเดินทาง "3 คองโก" หนีโกงข้ามชาติ :ตะลุยข่าว โดยศุภกร  อรรคนันท์)