
ฆ่าปาดคอเศรษฐีอสังหาฯทองหล่อพันล้าน
ฆ่าปาดคอเศรษฐีอินเดียเจ้าของอสังหาริมทรัพย์พันล้านดับคาคอนโดหรู ลูกน้องโดดช่วยเจอด้ามปืนตีหัวน่วม มือมีดถูกรปภ.ตะครุบตัวทันควัน อ้างแค้นถูกโกงเงินซื้อไม้หอม 2 ล้าน ตร.ไม่ปักใจเชื่อ ตั้ง 5 ข้อหาหนัก เล็งขยายผลจับคนบงการ
เหตุฆาตกรรมเศรษฐีแขกในคอนโดหรูรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ร.ต.อ.นพพร ปราชญ์กระโทก พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุฆาตกรรมภายในห้องเลขที่ 19/69 ชั้น 9 อาคารสุขุมวิทสวีท ซอยสุขุมวิท 13 แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ รองผกก.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ต.ปิโยรส กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบศพ นายอนันต์ สิงห์จิรกุล อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213-213/1 สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เจ้าของบริษัท ซามิราโน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งย่านทองหล่อ ซอย 5, 10, 23 และสุขุมวิท 49 โครงการที่พักอาศัยระดับพันล้าน สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็กสีดำ มีบาดแผลถูกของมีคมปาดเข้าที่ลำคอจนหลอดลมขาด เส้นเลือดใหญ่ขาด มีเลือดกระจัดกระจายเต็มห้อง และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยทราบชื่อคือ น.ส.สุชาดา มั่นใจ เจ้าหน้าที่จัดซื้อของบริษัท ถูกตีด้วยด้ามปืนเข้าที่ท้ายทอย และหน้าผาก เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นอกจากนี้ ยังมี น.ส.สุภาพร แก้วหนู อายุ 27 ปี เสมียนบริษัท ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายถูกมีดบาด นำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช
ขณะเดียวกันที่ด้านล่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารพร้อมพลเมืองดีได้ช่วยกันควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายวันชัย เจะเตะ อายุ 44 ปี พ่อค้าขายไม้หอม อยู่บ้านเลขที่ 227/49 หมู่ 4 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีอยู่บริเวณกลางซอยสุขุมวิท 13 ตรวจค้นในตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 พร้อมกระสุน 6 นัด และมีดพับอีก 1 เล่ม ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ลุมพินี
จากการสอบปากคำ นางปิ่นแก้ว ประทาน อายุ 45 ปี แม่บ้านในบริษัท ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้สังเกตเห็นคนร้ายสวมชุดคล้ายพนักงานส่งเอกสารเดินอยู่บริเวณชั้น 9 และทำทีเข้ามาสอบถามว่าห้องน้ำไปทางไหน จึงชี้บอกทางไปโดยไม่ได้สงสัยอะไร หลังจากนั้นได้กลับไปทำงานตามปกติ ต่อมาขณะกำลังเดินไปยืนพักผ่อนที่บริเวณทางออกบันไดหนีไฟ สังเกตเห็นคนร้ายเดินผ่านตนโดยบอกว่า ขอทางหน่อย จึงหลบให้คนร้ายเดินลงบันไดไป แต่ท่าทางมีพิรุธ จึงตะโกนบอก รปภ.ให้ช่วยจับตัวไว้ ก่อนจะเดินไปเคาะห้องเกิดเหตุ แต่ประตูล็อกอยู่ ต่อมา น.ส.สุภาพร เสมียนบริษัทได้รีบเปิดประตู จึงเห็นว่าเจ้านายเสียชีวิตแล้ว
ด้านนายวันชัย ให้การรับสารภาพว่า ที่ทำไปเพราะโกรธแค้นผู้ตาย และลงมือเพียงคนเดียว ไม่มีผู้จ้างวาน เนื่องจากผู้ตายได้ว่าจ้างให้ตนไปซื้อไม้หอม ไม้กฤษณามาให้จากทางภาคเหนือ ภาคใต้ และพม่า โดยตนต้องไปกู้เงินจากนายทุนประมาณเกือบ 2 ล้านบาท แล้วใช้เงินสดไปซื้อมา แต่เมื่อนำสินค้ามาส่งให้ ผู้ตายกลับผัดผ่อนไม่ยอมจ่ายเงิน มานานกว่า 1 ปี ทำให้ตนต้องหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าหนี้มาตลอด ก่อนเกิดเหตุตัดสินใจมาทวงหนี้ผู้ตายอีกครั้ง โดยนำอาวุธปืนที่ซื้อมาจากเพื่อนในราคา 3 หมื่นบาท และมีดพับ 1 เล่ม มาเพื่อข่มขู่
"พอผมเข้าไปในห้องก็เอาปืนออกมาขู่ให้ผู้หญิงทั้งสองคนที่อยู่ในห้องหมอบลง ก่อนใช้มีดจี้คอนายอนันต์ แต่เขาสู้ก็เลยใช้มีดปาดคอจนตายแล้ววิ่งหนีออกมา แต่ช่วงนั้นมีคนตะโกนบอกให้ รปภ.จับผม ก่อนถูก รปภ.เข้ามาแย่งปืนไป ผมเองไม่ชำนาญเรื่องปืน ที่พกมาก็จะเอามาขู่เท่านั้น" นายวันชัย กล่าว
พ.ต.อ.สมประสงค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาาลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว เนื่องจากเงินที่ผู้ต้องหาบอกว่าไปกู้มาซื้อไม้หอมนั้น เป็นเงินเกือบ 2 ล้านบาท และเป็นเงินสดอีกด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนบงการ อีกทั้งขณะเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่นั้น ได้มีคนส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาว่า “ภารกิจเสร็จสิ้นไหม” แต่เมื่อเจ้าหน้าที่โทรกลับไป ปลายสายได้ปิดเครื่องไปแล้ว
นอกจากนี้ยังควบคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นที่บ้านพักย่านรามคำแหง ก่อนจะขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนด้วยวิธีทารุณโหดร้าย 2.ทำร้ายร่างกายผู้อื่น 3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5.พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต



