
เวลา (ตำรวจ) ในขวดแก้ว
เวลา (ตำรวจ) ในขวดแก้ว : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ในงานสัมมนาของคณะกรรมาธิการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา หัวข้อเรื่อง "ตำรวจกับการเมือง" มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมงานกว่าร้อยคน
ต้องบอกว่าข้อมูลก็เดิมๆ พูดกันมาเป็นร้อยเป็นพันครั้งเห็นจะได้
งานสัมมนาไม่ได้มีอะไรใหม่ไปกว่าการพูดถึงบุคลิก นิสัย ธรรมชาติ ขององค์กรนี้โดยรวม ทั้งเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น การแต่งตั้งที่ไร้ความเป็นธรรม การเมืองเข้าแทรกแซง การตอบแทนคุณงามความดี การเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งตำรวจชั้นประทวน
หัวข้อวนเวียนอยู่แค่นี้
วงสัมมนามีทั้งอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นักวิชาการ นักกฎหมายการเมือง และ ก.ตร.เข้าร่วม รายชื่อแต่ละคนล้วนผ่านปัญหาเหล่านี้มาแล้วทั้งนั้น
ถามว่าตำรวจกับการเมืองแยกออกจากกันได้หรือไม่ ยิ่งในยุคการเมืองจ้องยึดเก้าอี้ข้าราชการประจำอย่างปัจจุบัน รับรองการแต่งตั้งโยกย้าย การให้คุณงามความดี (พวกพ้อง) ต้องผ่านการพิจารณาจากฝ่ายการเมืองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่มีคำว่าคุณธรรม องค์กรตำรวจผ่านความล้มเหลวมายุคแล้วยุคเล่า ไม่ได้มีสัญญาณใดๆ บ่งชี้ว่าจะหลุดพ้นจากวงจรนี้ไปได้ หนำซ้ำยิ่งถลำลึงลงไปเรื่อยๆ ใครอยากได้ตำแหน่งต้องวิ่งไปกอดแข้งขานักการเมือง
วังวนแบบนี้ตั้งวงสัมมนากันอีกกี่ครั้งปัญหาก็ยังวนในอ่าง
วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและเป็นคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เปรียบนักการเมืองเป็นเหรียญ ด้านหนึ่งกุมอำนาจทางสังคม แต่อีกด้านหนึ่ง เป็นพวกวิชามาร มีเล่ห์เพทุบาย ซึ่งอันหลังนี่แหละต้องพึ่งพาตำรวจ
นั่นหมายความว่า ตำรวจพร้อมทำนอกลู่นอกทาง สนองความใคร่ฝ่ายการเมืองเพื่ออนาคต
สิ่งเหล่านี้กัดกินองค์กรโดยรวมจนหมดสิ้นแล้ว ตำรวจไม่เหลือมืออาชีพ จะมีเพียงอาชีพตำรวจเท่านั้น
แม้แต่นายตำรวจอย่างพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผบ.ตร. ที่พวกน้องๆ เรียกว่า อาจารย์ ตอนที่ยังรับราชการก็ยังแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้
ตัวท่านก็ยอมรับว่าการเมืองเข้าแทรกแซง ยังเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาให้มีความยุติธรรมตั้งแต่ต้น ถามว่าในความเป็นจริงคืออะไร ต่างรู้อยู่แก่ใจ
กฎหมายบ้านเราถึงไม่ศักดิ์สิทธิ์ แบ่งข้างแบ่งฝ่ายตามอำนาจทางการเมือง
ชาวบ้านคงคาดหวังกับตำรวจยากเพราะจากนี้ไปตำรวจจะทำงาน 8 เดือนหยุดวิ่งเต้นอีก 4 เดือน ครบเวลาทำบัญชีโยกย้าย 1 ปีพอดี !!



