ข่าว

ผีแดงเต็มสูบลุ้นห่าง3แต้ม

ผีแดงเต็มสูบลุ้นห่าง3แต้ม

26 มี.ค. 2555

"ปีศาจแดง" ใช้ชุดใหญ่รอถล่ม ฟูแล่ม แซงนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ขณะที่ "มันโช" ออกอาการหัวเสียหลังทีมแค่บุกเจ๊า สโต๊ค 1-1 เมินให้สัมภาษณ์ ขณะที่ "คิงเคนนี" โทษลูกทีมล้าจากบอลถ้วยทำให้แพ้ วีแกน คารัง 1-2

          ศึกพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนท์ คืนวันที่ 26 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ ฟูแล่ม เวลา 03.00 น. โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน เกือบจะจัดทีมชุดใหญ่ลงสนามได้อย่างเต็มที่เพื่อแซง แมนฯ ซิตี้ นำจ่าฝูงห่าง 3 แต้ม หลังจากผู้เล่นหลายๆ คนกลับมาเรียกความฟิตพร้อมลงสนามได้แล้ว บรรดานักเตะดาวรุ่งอย่าง คริส สมอลลิง, ทอม เคลเวอร์ลีย์, ฟาบิโอ, พอล พอกบา และฟิล โจนส์ ต่างก็ลงสนามเรียกความฟิตในทีมสำรองเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

          ขณะที่นักเตะตัวหลักๆ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บมีแค่ นานี ที่ยังพักจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเพียงคนเดียว แต่ เฟอร์กี้ ก็ยังมีทางเลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบกองหน้า 3 คน ด้วยการให้ เวย์น รูนีย์, แดนนี เวลเบ็ค และฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงสนามมาพร้อมๆ กัน หรือจะให้ แอชลีย์ ยัง กลับมาเป็นตัวจริงด้วยการเล่นเป็นตัวริมเส้นคนละฝั่งกับ อันโตนิโอ บาเลนเซีย ที่จะเป็นตัวทีเด็ดของทีม ส่วนแนวรับถือว่าพร้อมเอามากๆ ตัวเลือกมีทั้ง สมอลลิง กับ โจนส์ เข้ามาเพิ่ม แต่คาดว่า เฟอร์กี้ ยังจะให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยืนเป็นหลัก ร่วมกับ จอนนี อีแวนส์ ต่อไป

          ฝั่งฟูแล่ม ของกุนซือ มาร์ติน โยล ก็ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นให้กังวลเพิ่มแต่อย่างใด นอกจากผู้เล่นที่เจ็บอยู่ก่อนหน้านี้ คือ ซเดเนค กรีเกรา ที่เจ็บหัวเข่า, สตีฟ ซิดเวลล์ เจ็บไส้เลื่อน และออร์แลนโด ซา เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่งผลให้ โยล จัดทีมชุดใหญ่ที่ใช้อยู่ในช่วงหลังได้เต็มที่ 

 

          ด้านเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ออกไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ ซึ่งเจ้าถิ่นทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องหนักใจในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 59 สโต๊ค ออกนำก่อนจากการยิงวอลเลย์สุดสวยระยะ 30 หลาของ ปีเตอร์ เคราช์ แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็ตามตีเสมอได้จากการยิงไกลของ ยายา ตูเร นาทีที่ 76 ทำให้จบเกมเสมอกันไป 1-1 ทำให้ แมนฯ ซิตี้ มี 70 แต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่แซงนำเป็นจ่าฝูงจากประตูได้เสียที่ดีกว่า และลงสนามมากกว่า 1 นัด

          หลังจบการแข่งขัน โรแบร์โต มันชินี กุนซือแมนฯ ซิตี้ ออกอาการหัวเสียปฏิเสธที่จะจับมือกับ โทนี พูลิส ผู้จัดการทีมสโต๊ค รวมทั้งยังไม่ออกมาให้ความเห็นถึงเกมที่ออกมาเสมอกัน ซึ่งอาจจะส่งผลให้การลุ้นแชมป์เสียเปรียบ แมนฯ ยูไนเต็ด

 

          "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำศึกบิ๊กแมทช์กับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โดยเป็น สเปอร์ส ที่ใกล้เคียงกับการได้ประตูมากกว่า นาทีที่ 82 แกเร็ธ เบล ได้โหม่งลูกเตะมุมเต็มๆ แต่บอลไปชนคานออกมา และในช่วงทดเจ็บ เบล ได้ลุ้นจากฟรีคิกอีกครั้ง แต่ เช็ก ปัดออกไปหวุดหวิด จบเกมจึงเสมอกันไป 0-0

 

          "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับ วีแกน ที่กำลังหนีตกชั้น นาทีที่ 30 เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูออกนำ เจมี คาร์ราเกอร์ ไปฟาวล์ วิคเตอร์ โมเซส เสียจุดโทษ ฌอน มาโลนีย์ สังหารจุดโทษเข้าไป จบครึ่งแรกเป็น วีแกน นำ 1-0 ก่อน ลิเวอร์พูล กลับมาตีเสมอเมื่อเล่นครึ่งหลังไป 2 นาที สตีเวน เจอร์ราร์ด ผ่านบอลจากทางขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงเผาขนเป็น 1-1 แต่นาทีที่ 63 เป็น วีแกน ที่มาได้ประตูชัย แกรี คัลเวลล์ ได้บอลแฉลบกองหลังมาเข้าทางก่อนล็อกหลบ แอนดี คาร์โรลล์ และยิงผ่าน โฆเซ เรนา ทำให้ วีแกน บุกชนะ 2-1

          เคนนี ดัลกลิช กุนซือหงส์แดง มองว่าความพ่ายแพ้นัดนี้ที่ทำให้ วีแกน ชนะที่แอนฟิลด์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และลิเวอร์พูล เพิ่งชนะแค่ 5 นัดจากเกม 15 นัดในบ้านตัวเองว่าเป็นเพราะอาการล้าที่ประสบความสำเร็จกับฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ที่ได้แชมป์ลีก คัพ และเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ซึ่งทำให้โปรแกรมลงสนามถี่กว่าปกติมาก

 

          "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์ เอาชนะ "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า สบายๆ 3-0 จากประตูของ คีแรน กิบบ์ส นาทีที่ 16, ธีโอ วัลคอตต์ นาทีที่ 25, มิเกล อาร์เตตา นาทีที่ 90 ทำให้ อาร์เซนอล ยังยึดอันดับ 3 อย่างเหนียวแน่น

 

          ผลคู่อื่นๆ โบลตัน ชนะ แบล็คเบิร์น 2-1 เจ้าถิ่นได้จาก เดวิด วีเธอร์ นาทีที่ 28 กับ 35 ทีมเยือนได้จาก สเตฟาน เอ็นซองซี นาทีที่ 56, นอริช ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 เจ้าถิ่นได้จาก แกรนท์ โฮลท์ นาทีที่ 26 กับ 45, ทีมเยือนได้จาก แมตต์ จาร์วิส นาทีที่ 25, ซันเดอร์แลนด์ ชนะ ควีนส์ปาร์ค 3-1 เจ้าถิ่นได้จาก นิคลาส เบนด์เนอร์ นาทีที่ 41, เจมส์ แม็คคลีน นาทีที่ 70 และ สเตฟาน เซสซิญอง นาทีที่ 76 ทีมเยือนได้จาก ไตย์ ไตโว นาทีที่ 79, สวอนซี แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 จากประตูของ เลย์ตัน เบนส์ นาทีที่ 59 กับ นิกิชา เยลาวิช นาทีที่ 76 สรุปอันดับคะแนน แมนฯยูไนเต็ด กับ แมนฯซิตี้ 70 แต้ม, อาร์เซนอล 58 แต้ม, สเปอร์ส 55 แต้ม และ เชลซี 50 แต้ม

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)

----------