
'รัฐ-ขรก.'ต้องประหยัดเป็นตัวอย่าง?
เศรษฐกิจ : คอลัมน์ ชาวบ้าน ร้านตลาด - รัฐและข้าราชการต้องประหยัดเป็นตัวอย่าง ? - โดย ... ภาณุมาศ ทักษิณา
ภาวะข้าวยากหมากแพงที่กำลงตกเป็นข่าวในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะครับ เกิดขึ้นทุกปีและอยู่ที่ว่าจะนำอะไรมา ”เชิด” ให้เกิดเป็นข่าวเท่านั้น บางยุคก็อาศัย “ราคาไข่” เป็นตัวชี้วัดบางยุคก็เอาราคาพืชผลทางการเกษตรมาเป็นเครื่องมือ ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น ทุกคนต่างก็รู้อยู่ว่าสิ่งไหนมีน้อย หรือขาดแคลน สิ่งนั้นย่อมจะมีราคาแพง ในทางกลับกันสิ่งไหนมีจำนวนมากราคาก็ถูกลง จนชาวบ้านหรือเกษตรกรต้องเดินขบวนมาขอให้รัฐบาลช่วยก็มีให้เห็นมาแล้ว ภาวะข้าวยากหมากแพงจึงกลายเป็นเครื่องมือที่นักการเมืองต่างฉวยโอกาสสร้างกระแส โดยใช้สื่อสารมวลชนที่เอียงข้างตัวเอง ทำลายความน่าเชื่อถือของกันและกันมาทุกยุค และก็แค่วูบเดียวก็หายไป ผมจึงไม่ค่อยตื่นเต้นกับข่าวพรรค์นี้เท่าไหร่นัก
แต่ที่หยิบยกเรื่องนี้มาคุยกับท่านผู้อ่าน เพราะเห็นข่าวรัฐบาลพูดถึงคำว่า “ประหยัด” ขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งๆ ที่คำนี้น่าจะหลุดจากปากนักการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลทุกชุดด้วยซ้ำไป เพราะถ้าเทียบประเทศเป็นบริษัท รัฐบาลก็เหมือนคณะผู้บริหารที่ได้รับเลือกจากผู้ถือหุ้นคือชาวบ้านร้านตลาดให้เข้ามาทำให้บริษัทเจริญ ดังนั้นนอกจากนโยบายหรือแผนงานที่ดีแล้ว สิ่งที่ผู้บริหารต้องทำคือต้องสำรวจบริษัทให้ถ้วนทั่ว ว่ามีอะไรบกพร่องและต้องแก้ไข ก่อนที่จะเดินหน้าเต็มตัวต่อไป
ดังนั้น เมื่อเห็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ส่วนราชการช่วยกันประหยัดการพลังงาน ผมจึงรู้สึกดีใจที่รัฐบาลเริ่มเข้าใจ “ฐานะของประเทศ” บ้างแล้ว แต่การประหยัดพลังงานเพียงอย่างเดียวคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากเป็นการสร้างภาพให้ชาวบ้านเห็นว่า “รัฐบาลประหยัดแล้วนะ” อะไรทำนองนั้น หากจะให้ได้ผลกว่าจริง สิ่งแรกที่รัฐบาลควรทำอย่างยิ่งคือ ตั้ง “คณะทำงาน” ทบทวนดูว่า วันนี้สภาพของส่วนราชการไทยมีมากมายจนใหญ่เทอะทะมากเกินไปไหม
ผมได้พยายามชี้ให้รัฐบาลเห็นมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าวันนี้รัฐบาลมีสภาพเหมือน “เตี้ยอุ้มค่อม” คือหางบประมาณเลี้ยงตัวเองไม่พอแล้วยังต้องเจียดงบประมาณไปให้หน่วยงานบางหน่วยที่ไม่มีประโยชน์อีกด้วย หรือรัฐวิสาหกิจประดามีนั่น รัฐบาลต้องแบ่งแยกแล้วปกครอง เอ๊ย ไม่ใช่ต้องแบ่งให้ชัดครับว่ามีอะไรบ้างที่ต้องบริการฟรีสำหรับประชาชน ก็เอากันให้ชัด อะไรที่ต้องหารายได้ให้รัฐ หากผู้บริหารทำเจ๊ง ก็ต้องเปลี่ยนตัวหาคนใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้กินเงินเดือนเป็นวันๆ ทุกวันนี้รัฐวิสาหกิจบางแห่งเหมือนตุ่มที่เต็มไปด้วยรูรั่ว ให้คุณกิตติรัตน์ ณ รอง รองนายกฯ และรมว.คลังไปไล่ล้างบอร์ด หรือให้คุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลังไปไล่บี้ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ให้ช่วยกันตักน้ำใส่ตุ่มอย่างไร ตุ่มนี้ก็ไม่มีวันเก็บน้ำได้เต็มหรอกครับ
อีกเรื่องหนึ่ง หากรัฐบาลต้องการให้การประหยัดสัมฤทธิ์ผลก็คือ ครม. ต้องกล้าออกคำสั่งให้ข้าราชการทุกกระทรวงแต่งเครื่องแบบข้าราชการสีกากีที่อินทรธนูบนบ่ามาทำงาน เหมือนข้าราชการทหารหรือข้าราชการตำรวจที่แต่งให้เห็นทุกวันครับ ทุกวันนี้ข้าราชการหลายหน่วยแต่งกายอย่างเสรีจนดูไม่ออกว่าเป็นข้าราชการหรือชาวบ้าน ข้าราชการหญิงแทบทุกคน “ต้องหมดเงินจำนวนไม่น้อย” ไปกับการแต่งตัวเพื่อประกวดประชันกัน
การออกคำสั่งให้ข้าราชการแต่งเครื่องแบบทำงานนอกจากจะดูเป็นระเบียบของทางราชการ และทำให้ข้าราชการมีความสง่างามในตัวเองแล้ว ยังป้องกันข้าราชการบางคน ให้ไม่กล้าหนีงานไปเดินห้างในเวลาราชการ รวมทั้งยังช่วยป้องกันมิให้มิจฉาชีพลอบเข้าไปขโมยสิ่งของเครื่องใช้ในห้องทำงานของข้าราชการอีกทางหนึ่งด้วย
ผมว่ามีข้าราชการจำนวนไม่น้อยหรอกครับ ที่อยากประหยัดด้วยการแต่งเครื่องแบบไปทำงาน แต่ที่ไม่กล้าเพราะเกรงจะกลายเป็น ”ตัวประหลาด” ในหมู่เพื่อนๆ บางคนจึงต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้ในการแต่งตัวเพื่อให้อยู่ในสังคมหมู่มากได้ หากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนประหยัด รัฐบาลและข้าราชการต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็นก่อน
----------
(หมายเหตุ : เศรษฐกิจ : คอลัมน์ ชาวบ้าน ร้านตลาด - รัฐและข้าราชการต้องประหยัดเป็นตัวอย่าง ? - โดย ... ภาณุมาศ ทักษิณา)
----------



