ข่าว

ศาลส่อดำเนินคดี'ทักษิณ'พาดพิง

ศาลส่อดำเนินคดี'ทักษิณ'พาดพิง

25 มี.ค. 2555

"โฆษกศาลยุติธรรม" แจงศาลไม่เคยต่อสายคุยกับนักการเมือง ชี้ "ทักษิณ" พูดเชิงการเมืองหวังคนคล้อยตาม เตือนระวังคำพูดหากทำให้เสียหายอาจดำเนินคดี ย้ำการประกันดูหลักกฎหมาย "ก่อแก้ว"อ้าง"ทักษิณ" คุยศาลแค่แนะนำรัฐบาล

             25มี.ค.2555 นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโฟนอินถึงกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ตอนหนึ่งระบุได้ประสานกับผู้พิพากษาเรื่องการประกันตัวคดีของคนเสื้อแดงไว้แล้วและหากไม่มีเงินประกันจะช่วยออกให้ว่า การประกันตัวเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามกฎหมาย เป็นรายคดีเฉพาะบุคคลไป ซึ่งจะพิจารณาจากพฤติการณ์ ความร้ายแรงในคดีนั้นๆ และมูลค่าหลักทรัพย์

              ขณะที่หลักทรัพย์ที่ใช้ยื่นเป็นของญาติผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือของใครก็ได้ ส่วนจะได้รับประกันหรือไม่เป็นเรื่องของผู้พิพากษาในคดีนั้นๆ แต่ที่ผ่านมาพบว่าเมื่อยื่นแล้วได้รับการประกันถึง 80% ส่วนที่ไม่ได้ประกันเป็นเรื่องพฤติการณ์ในคดี ดังนั้นถ้าจะพูดว่า ได้ประสานกับผู้พิพากษาเรื่องการประกันคงไม่ใช่   

              "ผมเองไม่ได้ฟังข้อความทั้งหมด แต่เท่าที่ติดตามข่าวจากสื่อ ท่านอาจพูดเชิงการเมืองให้คนรู้สึกคล้อยตาม แต่ความจริงคือไม่เคยมีการประสาน เพราะศาลไม่ต่อสายคุยกับการเมือง และการเมืองไม่เคยต่อสายคุยกับศาล ไม่ว่าจะเป็นนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือใครก็ตาม การประกันเป็นเรื่องเฉพาะคดีเฉพาะคน และแต่ละคดีก็มีองค์คณะผู้พิพากษารับผิดชอบ ไม่มีที่จะไปพูดคุยกับผู้พิพากษา ก.คนหนึ่งแล้วจะไปคุมคดีอื่นได้ 100 สำนวน การประสานที่พูดถึงจึงเป็นไปไม่ได้" โฆษกศาลยุติธรรม กล่าว

              นายสิทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในการทำงานผู้พิพากษาเราทำตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่จะปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระปรมาภิไธย โดยอำนวยความยุติธรรมที่ปราศจากอคติ ขณะที่ผ่านมาประธานศาลฎีกาซึ่งเป็นประมุขตุลาการ 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตยไม่เคยให้นโยบายใดๆเรื่องนี้ที่จะไปก้าวก่ายการบริหารคดีของผู้พิพากษาที่จะทำให้ถูกสั่งซ้ายหัน ขวาหันได้ แต่ประธานศาลฎีกาให้ยึดมั่นอุดมการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ไม่มีอคติ    

              เมื่อถามว่า คำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นจะเป็นการดูหมิ่นผู้พิพากษาและศาลยุติธรรมและต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ นายสิทธิศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากฟันธงว่าคำพูดที่ว่ามีการประสานผู้พิพากษาผิดหรือไม่ ซึ่งศาลไม่ได้ต้องการเป็นคู่ความคดีใดกับใคร แต่เราก็ติดตามสถานการณ์โดยตลอด ถ้าหากมีการพูดอะไรที่เจตนาทำให้องค์กรศาลยุติธรรมเสียหายถูกลดความน่าเชื่อถือ ซึ่งศาลเป็นที่พึ่งของประชาชนที่จะอำนวยความยุติธรรม เปรียบเหมือนหากมีคนเอาระเบิดเพลิงมาปาใส่บ้านเรา อย่างนั้นก็จะต้องมีการดำเนินการ โดยเริ่มจากมาตรการอ่อนสุดคือการชี้แจง ทำความเข้าใจ ไปจนถึงเข้มสุดคือการดำเนินคดี   

              ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณควรต้องมาชี้แจงให้ชัดเจนใช่หรือไม่ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ถ้าจะถามว่าควรชี้แจงหรือไม่ เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณผูกเรื่องนี้แล้วก็ต้องเรียนแก้เอง เพราะไม่รู้ว่าการประสานที่พูดหมายถึงอะไร ไปพูดกับใคร แต่ถ้าจะเป็นการประสานคดียืนยันว่าไม่มี ซึ่งคดีของเสื้อเหลือง เสิ้อแดงก็มีทั้งสองฝ่ายที่ฟ้องต่อศาล ขณะที่คดีของพ.ต.ท.ทักษิณก็มีทั้งที่ศาลตัดสินและยังค้างอยู่ในศาล ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจึงแสดงให้เห็น ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร

 

"ก่อแก้ว"อ้าง"ทักษิณ"คุยศาลแค่แนะนำรัฐบาล


             นายก่อแก้ว พิกุลทอง กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณที่ระบุจะกลับมาแบบแท่ๆว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะบอกเช่นนั้น แต่ตนเข้าใจความหมายว่า กลับมาแบบเท่ๆว่าจะกลับมาแบบในฐานะอดีตนายกฯ ต้องมีการต้อนรับใหญ่โต กลับมาอย่างมีศักดิ์ศรี กลับมาแบบหลบๆซ่อนๆ ไม่ได้ ส่วนจะกลับมาเมื่อไหร่หรืออย่างไรคงตอบลำบาก แต่ภาพรวมสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าเป็นบวกกับพ.ต.ท.ทักษิณ  แต่จะกลับมาปีนี้หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้

             สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่ากำลังพูดคุยกับศาลนั้น นายก่อแก้ว กล่าวว่า  ส่วนตัวมองว่า ต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องการประกันตัวเกี่ยวพันกับเรื่องการปรองดอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นการเจรจาของฝ่ายบริหารกับฝ่ายตุลาการ  ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณน่าจะพูดในฐานะภาพรวมหรือพูดแนะแนวทางรัฐบาล  รัฐบาลประกาศเดินหน้าเรื่องปรองดองแต่ที่จะก้าวไปได้คือต้องให้ประกันตัวก่อน ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมต้องคุยกัน เพราะเป็นคนละเรื่อง  และศาลต้องช่วยหากอยากปรองดองศาลต้องให้ความร่วมมือ อัยการมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเรื่องไปยังศาล แต่คนที่มีอำนาจที่จะให้หรือไม่ให้ประกันอยู่ที่ศาล หากให้ประกันตัวก็เหมือนเห็นด้วยในแนวทางปรองดอง แต่หากไม่ให้ก็ต้องตอบสังคมให้ได้ว่าต้องการให้ประเทศไปในทางใด


"นักวิชาการ-ญาตินักโทษคดีการเมือง-เหยื่อรัฐประหาร"ลงปฎิญญาร้องปล่อยนักโทษการเมือง



             เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ริมทางเท้าหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก น.ส.สุดา รังกุพันธ์ นักวิชาการ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตั้งเต็นท์ชั่วคราวเพื่อจัดเสวนาหัวข้อ "การปรองดองบนความยุติธรรม...ทำเพื่อใคร"  โดยมีทนายความ พร้อมญาติผู้ต้องหา และนักโทษคดีการเมือง รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าร่วมประมาณ 30 คน จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลง “ความเป็นธรรม” ปิดท้าย ก่อนสลายตัวไปในเวลา 16.00 น.

             ภายหลัง น.ส.สุดา ได้ร่วมกับญาติผู้ต้องหาและนักโทษคดีการเมืองที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน2549 มาลงปฏิญญาหน้าศาลอาญาลงวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด



ปชป.ซัดทักษิณลามปามส่ง"ตู่"คุยศาลปล่อยเสื้อแดง

              นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นถึงแนวโน้มของสถานการณ์ทางการเมืองว่า ถ้ารัฐบาลตั้งใจแก้ข้าวยากหมากแพงบ้านเมืองสงบสุข แต่ถ้าตั้งใจแก้เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้านเมืองก็จะไม่สงบสุข อยากเรียกร้องให้ก้าวพ้นเสียที เป็นนายกฯตัวจริงเสียที

              ต่อข้อถามเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังพูดคุยกับผู้พิพากษาในการปล่อยตัวเสื้อแดงจากการถูกคุมตัวและการมอบให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยไปพูดคุยกับศาล นายวิทยากล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรรู้ว่าตัวเองเป็นใครวันนี้คือคนที่ศาลอยากได้ตัว เอาฐานะอะไรมอบคนที่มีเป็นผู้ต้องหาไปเจรจากับศาล สถาบันตุลาการไม่ใช่เพื่อนเล่น อย่าย่ำยีกระบวนการตุลาการมากกว่านี้วันที่สมประโยชน์ชื่นชม วันที่ตัดสินให้ผิดก็ไปด่า และสถาบันตุลาการบอกได้เลยว่าในระบอบประชาธิปไตยเป็นสถาบันเดียวที่ได้รับความเชื่อมั่นมากที่สุดจากประชาชน มากยิ่งกว่ารัฐบาล และมากยิ่งกว่าสภาอย่างแน่นอน

              "วิธีคิดของคนที่จัดการเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้สะท้อนวิธีคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือต้องการที่จะอยู่เหนือศาล ตราบใดที่อยู่เหนือสภาได้เพราะเสียงข้างมาก ตราบใดที่ตั้งฝ่ายบริหารได้เพราะเสียงข้างมาก และตราบใดที่จะตั้งศาลได้ หมายถึงคนๆเดียวกุมอำนาจทั้ง 3 ฝ่ายมันคือเผด็จการ”นายวิทยากล่าวในที่สุด


ส.ส.ปชป.ภูเก็ตห่วงปท.วุ่นวายรัฐบาลเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

              นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเมืองในระยะนี้ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษและเป็นที่อึดอัดใจของพี่น้องประชาชนค่อนข้างมาก คือ การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทราบข่าวภายในว่า จะมีการส่งเรื่องกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคมนี้ สำคัญสุดหากมีการแก้ไขเรื่องการเลือกตั้ง สสร.ตลอดจนการกำหนดห้วงเวลาและวิธีการสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นไปในทิศทางที่สวนกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เข้าใจว่าจะมีการต่อต้านอยู่ค่อนข้างมาก จึงต้องจับตาดูในประเด็นการเมืองและความคิดเห็น


"วุฒิสาร"แจงถอนผลวิจัยปรองดองเองไม่ได้

             นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกกล่าว และหัวหน้าคณะผู้ทำวิจัยแนวทางปรองดอง  กล่าวถึงข้อเรียกร้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้ถอนผลวิจัยแนวทางปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าทันทีว่า การถอนผลการวิจัยได้หรือไม่ ตนไม่มีอำนาจตัดสินใจ เพราะขึ้นอยู่กับกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งประเด็นผลการวิจัยที่ส่งให้กรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ได้ตกลงกับนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการไว้แล้วว่า จะไม่มีการใส่ตัวเลขผลโหวตเสียงข้างมากในรายงาน

             นายวุฒิสารกล่าวต่อว่า นายชวลิต ยังยืนจะส่งข้อเสนอให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ประะธานกรรมการ เพื่อพิจารณาหาข้อสรุป และพร้อมรับฟังความเห็น จากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ คงต้องติดตามดูว่า กรรมาธิการจะดำเนินการตามที่ตกลงหรือไม่