
ขัดให้ใสกองทุน(ดัน)
ขัดให้ใส กองทุน (ดัน)
หลังจากนโยบายภาครัฐอย่าง "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี" อุบัติขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พยายามเร่งสร้างความเข้าใจ พร้อมให้ความหวังว่าหากดำเนินการสำเร็จ นับจากนี้ปัญหาการถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ขาดโอกาสในสังคม ปัญหาถูกเลือกปฏิบัติ และโอกาสที่จะแสดงศักยภาพน้อย จะได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้ดีขึ้น ทว่าอะไรที่ใหม่ย่อมมีความท้าทาย ล่าสุด มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล โดย จะเด็ด เชาวน์วิไล ผอ.มูลนิธิ เปิดเวทีสัมมนา "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี : สิ่งที่อยากเห็นและสิ่งที่อยากให้เป็น" ดึง วันเพ็ญ สุวรรณวิสิฏฐ์ ผอ.สำนักส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ อรุณี ศรีโต นายกสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา และ สุรินทร์ พิมพา ผู้นำแรงงานหญิงกลุ่มสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ ร่วมถกปัญหาคาใจต่างๆ ที่โรงแรมปรินซ์ตัน ปาร์ค สวีท วันก่อน
วันเพ็ญ สุวรรณวิสิฏฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณก้อนแรกกว่า 7 พันล้านบาท เพื่อให้สมาชิกมีทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยในการพัฒนาอาชีพ พัฒนาศักยภาพสตรี ช่วยเหลือเยียวยาสตรีที่มีปัญหา ซึ่งขณะนี้เปิดรับสมาชิกกองทุน อายุตั้งแต่ 15 ปี เพื่อดำเนินการคัดเลือกจากคณะกรรมการกองทุนระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ถึง 30 มีนาคมนี้ ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน หรือผ่านเว็บไซต์ www.womenfund.thaigov.go.th
"เพื่อให้สตรีได้รับประโยชน์สูงสุด เราจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย เพื่อความเหมาะสมในการจัดตั้งกองทุน คาดว่าราวเดือนมิถุนายนนี้ กระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จ เชื่อว่ากองทุนจะช่วยสร้างโอกาสและตอบโจทย์ให้แก่สตรี เพราะนอกจากจะพัฒนาตัวเองแล้ว ยังสามารถพัฒนาสังคมได้ด้วย สอดรับกับความต้องการของสตรี" วันเพ็ญ แจง
ด้าน จะเด็ด เชาวน์วิไล เผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อกรณีการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวในกลุ่มตัวอย่าง 1,000 ราย แบ่งเป็นหญิงร้อยละ 71 ชายร้อยละ 29 อายุ 15-61 ปี พบว่ากว่าร้อย 70 ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับกองทุน ร้อยละ 52.6 ต้องการสมัครเป็นสมาชิกกองทุน จำนวนไม่น้อยไม่อยากเข้าเป็นสมาชิกอ้างไม่มีเวลา หรืออายุมากเกินไป แต่ที่น่าห่วงคือร้อยละ 73.2 ยังไม่มีข้อมูล และไม่ทราบวิธีการเข้าร่วม นอกจากนี้ มีกลุ่มตัวอย่างมากถึงร้อย 98 ต้องการให้มีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของกองทุน และเห็นด้วยหากมีเครือข่ายสตรีเข้าไปเป็นคณะกรรมการกองทุนเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม
เมื่อถามว่าต้องการให้กองทุนนี้ทำอะไร ผู้ตอบแบบสอบถามคาดหวังให้สามารถพิทักษ์และคุ้มครองสตรีที่ประสบปัญหาความรุนแรง ถัดมาสามารถพัฒนาอาชีพ สร้างงาน และสร้างรายได้ รวมถึงสามารถลดผลกระทบจากอบายมุข โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ การพนัน อันเป็นปัจจัยสร้างปัญหาต่อสตรีและเด็ก
สุรินทร์ พิมพา แสดงความกังวลว่า แรงงานหญิงที่มีกว่า 5 ล้านคน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกความดูแลของสหภาพจะเข้าถึงสิทธิ์นี้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่หากบริษัทเลิกจ้าง หรือหมดสภาพพนักงานก็จะกลายเป็นแรงงานแฝง หรืออย่างกรณีแรงงานหญิงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมล่าสุดจะได้รับการช่วยเหลืออย่างไร และจะสมัครเป็นสมาชิกกองทุนได้หรือไม่ ซึ่งหากเป็นไปได้สามารถแก้เงื่อนไขให้คนเหล่านี้รวมกลุ่มกันเพื่อเข้าเป็นสมาชิกได้หรือไม่
ขณะที่ อรุณี ศรีโต วอนให้ผู้หญิงทุกคนคิดว่ากองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท ไม่ใช่เงินที่รัฐบาลให้ฟรีๆ ทว่าล้วนมาจากภาษีของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อได้เงินมาแล้วต้องต่อยอดให้งอกเงย เข้าถึงกลุ่มสตรีที่ต้องการรับความเชื่อเหลือจริงๆ เช่น คนตกงาน ผู้พิการ หรือสำหรับสร้างอาชีพให้กลุ่มแม่บ้าน และรัฐบาลไม่ควรนำเรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือในการหาเสียง
"สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนจังหวัดและตำบล หวั่นว่าจะถูกแทรกแซงจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่น และถ้าจะให้ดีต้องมีความพร้อมเรื่องข้อมูลความถูกต้องด้านประชากรหญิง เพราะเท่าที่ทราบยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบโดยตรง รวมถึงการจะทำให้กองทุนมีความยั่งยืนได้ จะต้องมีการบริหารจัดการกองทุนที่โปร่งใสตรวจสอบได้ และผู้ชายก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในลักษณะอำนวยความสะดวกให้ด้วย" อรุณี ทิ้งท้าย



