
ผีส่ง"รูนีย์"ยิง บุกรังวีแกน หวังขึ้นแท่นแชมป์
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมส่งทัพใหญ่ส่ง เวย์น รูนีย์ คืนสนามตัวจริงบุกดวล "ลาติกส์" วีแกน ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก นัดตกค้าง คืนวันพุธที่ 13 พ.ค.นี้ หวังเก็บ 3 แต้ม ทิ้งห่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เป็น 6 คะแนน จ่อแชมป์สมัยที่ 18 แถมสถิติข่มสุดๆ เล่นกัน
ขณะที่ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทะยานหนีจากพื้นที่ตกชั้นในโซนสีแดงได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านยิงแซงชนะ "เดอะโบโร่" มิดเดิลสโบรช์ 3-1 ส่วน "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นบนลีกสูงสุดเมืองผู้ดี หลังเฝ้ารังเฉือนชนะ เปรสตัน 1-0 พร้อมกับตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปยืนรอแย่งตั๋วน้องใหม่ทีมสุดท้ายต่อไป
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เป็นเกมแห่งศักดิ์ศรี "ดาร์บี้แมทช์แห่งถิ่นไทน์ไซด์" ของ 2 ทีมลูกหนังจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองผู้ดีที่มีเดิมพันในเรื่องของความอยู่รอดปลอดภัย เนื่องจากทั้งสองทีมนี้ต้องจมปลักอยู่ในพื้นที่สีแดงที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น หลังลงแข่ง 35 นัด มี 31 คะแนนเท่ากัน โดย "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ทีมอันดับ 18 เปิดสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค รับการมาเยือนของ "เดอะโบโร่" มิดเดิลสโบรช์ ทีมอันดับ 19
นัดนี้ "ฮอตช็อต" อลัน เชียเรอร์ กุนซือขัดตาทัพของทีมเจ้าถิ่นตัดสินใจส่ง ไมเคิล โอเว่น ดาวยิงฝีเท้าดีที่ช่วงหลังต้องแปรสภาพกลายเป็นตัวสำรองลงไปยืนล่าตาข่ายในแดนหน้าคู่กับ มาร์ค วิดูก้า ขณะที่ แกเรธ เซาธ์เกต โค้ชทีมเยือนเปิดโอกาสให้กองหน้าดาวรุ่งอย่าง มาร์วิน เอ็มเนส ลงเล่นเป็นตัวจริงคู่กับ อฟองโซ อัสเวส
เริ่มไปได้เพียงแค่ 3 นาที มิดเดิลสโบรช์ เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากความผิดพลาดของ ฮาบิบ เบย์ กองหลังเจ้าถิ่นที่ทำเข้าประตูตัวเอง แต่ทว่า นิวคาสเซิล สามารถตามตีเสมอได้แบบทันควันจากลูกโหม่งของ สตีเวน เทย์เลอร์ ในนาที 9 หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายต่างเปิดเกมรุกแลกกันอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายกลับไม่มีฝ่ายใดส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้เพิ่มเติม จบครึ่งแรก เสมอ 1-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์ยิงประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากการซัลโวของ โอบาเฟมี มาร์ตินส์ หัวหอกตัวสำรองในนาที 70 ก่อนที่เจ้าถิ่นสามารถตอกย้ำชัยชนะได้สำเร็จ หลัง ปีเตอร์ โลเวนคราน์ดส กองหน้าตัวสำรองอีกรายหนึ่งจัดการสังหารประตูปิดท้ายในนาที 86 หมดเวลาการแข่งขัน "สาลิกาดง" เป็นฝ่ายชนะ 3-1 แถมยังเป็นการประเดิมชัยชนะนัดแรกของ เชียเรอร์ ที่เข้ามารับงานคุมทีมในช่วง 6 เกมหลังสุดอีกด้วย
ส่งผลให้ นิวคาสเซิล ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 17 แข่ง 36 นัด มี 34 แต้ม เท่ากับ "เสือลาย" ฮัลล์ แต่ทว่า "สาลิกาดง" มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า 7 ลูก จึงทำให้ นิวคาสเซิล ขยับหนีจากพื้นที่สีแดงในโซนตกชั้น 3 ทีมสุดท้ายของตารางคะแนนได้สำเร็จ แถมยังปล่อยให้ ฮัลล์ ต้องร่วงไปอยู่อันดับ 18 แทนที่ของพวกเขาอีกด้วย ส่วน มิดเดิลสโบรช์ ยังคงอยู่ตำแหน่งรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 36 นัด มี 31 คะแนนเท่าเดิม
ขณะที่ศึกลูกหนังลีกแชมเปี้ยนชิพ รอบเพลย์-ออฟ นัดที่ 2 ในคืนวันเดียวกัน "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามบรามอลล์ เลน เฉือนชนะ เปรสตัน 1-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูชัยจากฝีเท้าของ เกรก ฮัลฟอร์ด นาที 59 ส่งผลให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด ตบเท้าผ่านเข้าไปรอเล่นรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ เพื่อลุ้นแย่งสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงฤดูกาลหน้า ที่ยังเหลือโควตาที่ว่างของน้องใหม่อีกเพียงแค่หนึ่งทีมเท่านั้น หลังรวมผล 2 นัด เป็นฝ่ายชนะ 2-1 สำหรับ "ดาบคู่" ต้องไปยืนรอพบผู้ชนะคู่ระหว่าง เรดดิ้ง กับ เบิร์นลีย์
ด้านศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง คืนวันพุธที่ 13 พฤษภาคมนี้ "เดอะ ลาติกส์" วีแกน เปิดเจเจบี สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่ตอนนี้ต้องการอีกแค่ 4 แต้ม ใน 3 นัดที่เหลือ และหากชนะเกมนี้จะทิ้ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงเป็น 6 แต้ม เข้าไปจ่อแชมป์ฤดูกาลนี้ทันที เมื่อเหลือเกมให้เล่นอีกแค่ 2 นัด และต้องการอีกเพียงแต้มเดียวก็จะคว้าแชมป์ไปครอง โดยทรูวิชั่นส์ ช่อง 59 ถ่ายทอดสดเวลา 02.00 น.
เกมนี้ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ของเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน มีปัญหาเล็กน้อยตรงอาการบาดเจ็บของ จอนนี่ อีแวนส์ กองหลังดาวรุ่ง แต่ก็ไม่น่ามีผลกระทบต่อทีม เนื่องจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวจริงได้พักมาเต็มที่ น่าจะกลับมายืนเป็นตัวจริงคู่กับ เนมันยา วิดิช เหมือนเดิม โดยเกมนี้เฟอร์กี้ยืนยันแล้วว่าจะปรับทัพจากเกมที่เอาชนะแมนฯ ซิตี้ 2-0 ประมาณ 2-3 คน ซึ่งน่าจะส่ง เวย์น รูนีย์ หัวหอกตัวเก่งลงสนามอีกครั้งแทนที่คนใดคนหนึ่งระหว่าง คาร์ลอส เตเบซ หรือ ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ เช่นเดียวกับ ไมเคิล คาร์ริค ที่จะได้ลงเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง
ส่วน วีแกน ของ สตีฟ บรูซ อยู่อันดับ 11 ไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้วทั้งพื้นที่ไปเล่นยุโรป หรือหนีตกชั้น ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดไม่เคยชนะใคร เก็บมาได้แค่ 1 แต้ม นัดล่าสุดเพิ่งโดนเวสต์บรอมวิช ทีมบ๊วยยำ 3-1 เกมนี้ต้องรอเช็กความฟิตของ คริส เคิร์กแลนด์ นายทวารมือ 1 ที่บาดเจ็บจากนัดที่แล้ว และยังขาด โช ฮี วอน กองกลางเลือดโสมที่ต้องพักยาวจนจบซีซั่น ส่วนผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ พร้อมลงสนามทั้งหมด
สำหรับสถิติที่ทั้งสองทีมเจอกันมาทั้งหมด 8 หน ในทุกรายการ แมนฯ ยูไนเต็ดเหนือกว่าสุดๆ ด้วยการเอาชนะได้ทั้งหมด ยิงได้ 23 ประตู เสียแค่ 3 ลูกเท่านั้น นอกจากนั้นสถิติที่ เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน เจอกับ สตีฟ บรูซ ลูกศิษย์เก่าในการคุมทัพเจอกันมานั้น เฟอร์กูสัน ไม่เคยแพ้ บรูซ แม้แต่หนเดียว



