ข่าว

'ไชยันต์'ถอดรหัสยุติวิกฤติรธน.

'ไชยันต์'ถอดรหัสยุติวิกฤติรธน.

25 มี.ค. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ 'ไชยันต์ ไชยพร' อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 'เสียงข้างมากแบบพิเศษ ยุติวิกฤติรัฐธรรมนูญ' โดย 'ขนิษฐา เทพจร'

          "หากเขาจะให้รัฐธรรมนูญใหม่ผ่านต้องไปหาอีก 5 ล้านเสียง ส่วนประชาธิปัตย์หรือกลุ่มพันธมิตร ไม่อยากให้ผ่านต้องไปดึงตัวเลข 5 ล้านเสียงไว้ สำหรับตัวเลขนี้ผมว่าน่าสนใจ เพราะเป็นตัวเลขของบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนน"

          ยามนี้ผู้ชมการเมืองไทย...หลุดโฟกัสเรื่อง “แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550” ภายใต้รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ไปไม่ได้ หลังจากมีคนกลุ่มหนึ่งระบุว่า “เป็นการทำเพื่อประโยชน์นักการเมือง อดีตนายกฯ-ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งต่างจากอีกฟากที่โต้แย้งว่า “การแก้รัฐธรรมนูญจะสร้างบรรทัดฐานการเมืองใหม่-ลดความขัดแย้งจากวิกฤติรัฐธรรมนูญ”

          อ.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถอดรหัสมุมมอง 2 ขั้ว และไขลายแทงที่นำไปสู่การยุติความขัดแย้ง

 

# มองประเด็นความขัดแย้งของรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไร

          คือมันเกิดจากความไม่พอใจและไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ 2550 ผ่านผลการลงประชามติ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2550 ที่ผลรับและไม่รับ มันก้ำกึ่ง แพ้-ชนะไม่เด็ดขาด แม้กติกาประชามติจะกำหนดให้ใช้เสียงมากเกินครึ่งก็ตาม เมื่อการไม่ยอมรับเกิดทำบานปลายไปสู่วิกฤติการเมืองจากรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อวาระแก้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้น เชื่อว่าไม่มีอะไรขัดขวาง ก้าวต่อไปหลังยกร่างต้องมีการลงประชามติ

          ผมอยากเสนอวิธีให้ใช้เสียงข้างมากพิเศษอีกครั้งเพื่อแก้ไขวิกฤติ คือให้ยึดเสียง 2 ใน 3 ของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ หากรัฐธรรมนูญใหม่ได้เสียงเห็นชอบท่วมท้น คนที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับด้วยน้ำใจนักกีฬาว่าคนส่วนใหญ่ได้ปรารถนาไปในทิศทางนั้น

 

# ภาวะที่สังคมแบ่งฝ่าย เสียงข้างมากพิเศษจะยุติความขัดแย้งได้จริงหรือ

          การเลือกตั้งที่ผ่านมามีคนออกมาใช้สิทธิ์ 35 ล้านคน หากยึดเกณฑ์ 2 ใน 3 ต้องทำให้ได้ 20 ล้านเสียง ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยได้ 265 เสียง เท่ากับ 15 ล้านเสียง เมื่อบวกกับเสียงพรรคร่วมรัฐบาลแล้วเสียงก็ยังไม่ถึง 2 ใน 3 หากเขาจะให้รัฐธรรมนูญใหม่ผ่านต้องไปหาอีก 5 ล้านเสียง ส่วนประชาธิปัตย์หรือกลุ่มพันธมิตร ไม่อยากให้ผ่านต้องไปดึงตัวเลข 5 ล้านเสียงไว้ สำหรับตัวเลขนี้ผมว่าน่าสนใจ เพราะเป็นตัวเลขของบัตรเสียและไม่ประสงค์ลงคะแนน

          ดังนั้นการลงประชามติ หากอยากให้เสียงข้างมากพิเศษไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กลุ่มต่างๆ ต้องไปรณรงค์กับประชาชนที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ แทนการชุมนุมบนท้องถนน ตรงนี้จะถือว่ายุติความขัดแย้งได้

 

# หากเป็นแบบนั้น ต้องมีเกมที่ชิงไหวชิงพริบกันหนักหน่วง

          ตอนนี้ก็มีให้เห็นแล้ว แต่ตัวตัดสินคือการลงประชามติแบบเสียงข้างมากแบบพิเศษ หาก ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญแบบเฮงๆ ซวยๆ คนเขาก็ไม่เอา อย่าคิดว่าประชาชนโง่ ดังนั้นการจะร่างรัฐธรรมนูญอย่ามีข้อห้าม อย่างกรณีที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าห้ามแตะหมวดสถาบัน...ผมว่าคุณเล่นการเมืองแบบนี้ก็ตายได้นะ เพราะแทนที่จะปล่อยให้เขาระดมสมอง คิดกันว่าจะเอาแบบเดิมหรือไม่ เพราะหากผลออกมาว่าเอาแบบเดิมก็เท่ากับสร้างความชอบธรรมให้แก่สถาบัน

 

# หากการลงประชามติแล้วซื้อเสียง? ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเสียงข้างมากด้วย?

          ก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน แต่หากซื้อคงต้องซื้อเยอะนะ สำหรับปัญหานี้ผมว่าต้องออกกติกา เช่น พบพื้นที่ซื้อเสียง โดยไม่รู้ว่าฝั่งไหนซื้อก็ให้ฟาวล์ทั้งคู่ หรือรู้ว่าฝั่งไหนซื้อก็ให้ตัดคะแนนของฝั่งนั้นออกทั้งหมด

 

# อยากเห็นโมเดลจัดระบบอำนาจในรัฐธรรมนูญใหม่อย่างไรบ้าง

          ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คือ ระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภา ดังนั้นอำนาจสูงสุดอยู่ที่รัฐสภา หากให้สภาสูงเป็นคนแบบเดียวกับสภาล่าง คือ ฐานเสียงเดียวกันกับพรรคการเมืองก็แย่ ไม่รู้จะมีทำไม แต่หากไม่มีสภาสูงแล้วใครจะตรวจสอบ ถ่วงดุล หรือกลั่นกรองงานสภาล่าง ผมมองว่าในองค์กรต่างๆ ไม่จำเป็นต้องยึดโยงประชาชน หรือเป็นประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่เช่นนั้นใครจะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุล

          ผมอยากให้ประเทศไทยมีสภาสูง เป็นกรุของอดีตนายกฯ เหมือนต่างประเทศ เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติ และเป็นเวทีการเมืองให้อดีตนายกฯ ใช้ความรู้ ประสบการณ์แนะนำสภาล่าง แต่บ้านเรา คุณบรรหาร ศิลปอาชา คุณชวน หลีกภัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พอพ้นจากนายกฯ ก็มานั่งในสภาล่าง มาเทียบเท่ากับ ส.ส.หน้าใหม่ มันไม่ถูก

 

# มันจะไม่สร้างปัญหาอย่างที่เกิดในอดีต เช่น สภาผัวสภาเมียหรือ

          คุณไปอยู่ตรงนั้น หมายความทุกคนให้เกียรติคุณ แต่หากจะทำอีก คุณไม่ละอายหรือ เป็นถึงวุฒิสภาอันทรงเกียรติ เขาต้องคิดใหม่แล้ว

 

# ข้อเสนอต่อการแก้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

          ประเด็น 237 เรื่องยุบพรรค ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ดังนั้นควรหาวิธีไม่ให้เกิดทุจริต ด้วยการลงโทษตัวบุคคลที่ทำผิดอย่างรุนแรง คือติดคุก 5-15 ปี โทษฐานทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะซื้อเสียง ผมว่านักการเมืองกลัวข้อนี้ เพราะมีตัวอย่างจากคุณทักษิณ ชินวัตร ไม่อยากกลับประเทศเพราะกลัวติดคุก ผมว่าหากยังคงโทษเท่าเดิมคือ ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี คนเหล่านั้นก็ไปอยู่เบื้องหลัง

 

# แต่เสนอแบบนี้นักการเมืองคงไม่เอาด้วย

          ต้องให้ประชาชนตัดสิน ช่วงรับฟังความเห็นขอให้แสดงความเห็นเยอะๆ ไหนเคยบอกว่าอยากได้รัฐธรรมนูญที่ดี เป็นประชาธิปไตย อย่าตัดตอนกระบวนการ ตามหลักสากลเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ต้องยุบสภา ดังนั้นหากรัฐบาลอยากอยู่ยาวๆ ก็ให้ร่างนานๆ

 

....................

(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ 'ไชยันต์ ไชยพร' อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 'เสียงข้างมากแบบพิเศษ ยุติวิกฤติรัฐธรรมนูญ' โดย 'ขนิษฐา เทพจร')