
เตรียมออกหมายจับคนขับ'รถบรรทุกแก๊ส'
เตรียมออกหมายจับ คนขับรถบรรทุกแก๊ส พยานระบุเห็นรถขับส่ายไปมาก่อนชนราวสะพาน ตั้งประเด็นหลับใน-เมาแล้วขับ ตร.ประสานบริษัทเจ้าของรถสอบปากคำ ด้านเหยื่อผู้บาดเจ็บ รักษาตัวไอซียู อีก 1 เดือน-ไฟไหม้ทั่วร่างกาย 70 เปอร์เซ็นต์ แพทย์เฝ้าใกล้ชิดหวั่นน้ำท่วมปอดและติ
24 มี.ค.55 จากเหตุการณ์ รถบรรทุกแก๊สแอลพีจี จำนวนกว่า 4000 ลิตร เกิดเสียหลักพุ่งชนราวสะพานข้ามคลองบ้านป่า ถ.พัฒนาการฝั่งขาเข้า แขวงและเขตสวนหลวง แล้วเแก๊สแอลพีจีรั่วไหลออกมาจากตัวถังจนเกิดระเบิดและเพลิงลุกท่วมสูงกว่า 5 เมตร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มีนาคม พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ขับรถชื่อ นายอนันต์ แก้วม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ แต่มีรายละเอียดพยานหลักฐานทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือเพียงขออนุมัติศาลออกหมายจับเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้
พ.ต.อ.สิทธิภาพ กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้นั้น เจ้าหน้าที่เตรียมติดต่อขอดูคลิปวีดีโอ จากชาวบ้านที่พบเห็น และทำการบันทึกภาพเอาไว้ เนื่องจากในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด ขณะที่จากการสอบถามพยานแวดล้อมในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นรถคันดังกล่าวได้ขับส่ายไปมาจนกระทั่งมาชนเข้ากับราวสะพานและเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ซึ่งก็สามารถสันนิษฐานได้หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น อาการหลับใน หรือเมาแล้วขับ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าติดตามนายอนันต์ คนขับรถที่หลบหนีไว้ทุกจุดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยถึงรายละเอียดได้ โดยมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ไม่ยาก
ด้าน พ.ต.ท.กฤษดา ขันโสดา พงส.สบ.3 สน.คลองตัน กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญพยานใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เจ้าของร้านค้าและบ้านเรือนในชุมชนคลองสะแก ใกล้เคียงที่เกิดเหตุที่ได้รับความเสีย จากเหตุรถแก๊สระเบิดมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ห้องพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน กว่าสิบราย
พ.ต.ท.กฤษดา กล่าวต่อว่า ภายหลังเกิดเหตุได้นำรถบรรทุกแก๊สคันเกิดเหตุที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งคันมาจอดไว้ที่ด้านหน้าสน.คลองตัน เพื่อรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และวิศวกรของกรมการขนส่งทางบก ที่จะมาตรวจสอบรถบรรทุกเพื่อหาสาเหตุโดยละเอียด และตรวจสอบว่ารถบรรทุกมีข้อบกพร่องในจุดใดด้านความปลอดภัยของรถบรรทุกแก๊สเป็นไปกฏหมายที่กรมการขนส่งกำหนด หากพบว่ามีข้อบกพร่องก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มกับทางเจ้าของบริษัทรถบรรทุกเพิ่มเติม
"นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของบริษัทพีลาทัส แลนด์ แอนด์ ทรานสปอร์ต จำกัด เจ้าของรถบรรทุกแก๊สมาสอบปากคำและให้นำเอกสารการครอบครองรถและใบอนุญาติในการขนส่งแก๊สมามอบให้พนักงานสอบสวนในวันนี้ แต่ทางบริษัทขอเลื่อนเป็นวันจันทร์ที่ 26 มี.ค. โดยอ้างว่าเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ทัน. ส่วนนายอนันต์ แก้วมะ อายุ 35 ปี คนขับรถบรรทุกแก๊ส ยังไม่ติดต่อขอเข้ามอบตัว ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว หากเข้าพบพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย" พ.ต.ท.กฤษดา กล่าว
ด้านน.ส.สุณี กระต่ายทอง อายุ 42 ปี เจ้าของร้านขายปาท่องโก๋เชิงสะพานข้ามคลองบ้านป่าห่างจากรถบรรทุกแก๊สที่เกิดเพลิงไหม้เพียงไม่กี่เมตร เผยนาทีระทึกว่าตอนรถชนกำลังทอดปาท่องโก๋อยู่ที่ร้าน เงยหน้าไปดูเห็นมีแก๊สเป็นควันสีขาวพุ่งออกมาจากถังด้านหลังคนขับเต็มไปหมด ตอนแรกรถยังไม่เกิดเระเบิด แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาทีก็เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว มีเปลวเพลิงลุกท่วมรถ
"ฉันรีบวิ่งไปบอกคนในบ้านที่ชุมชนคลองสะแกทั้งคนแก่และเด็กกว่า 20 ชีวิต ให้รีบหนีออกจากบ้านทิ้งข้าวขอเอาแต่ชีวิตรอดไปก่อน เพราะยังจำเหตุการณ์ที่รถแก๊สระเบิดที่ถนน.เพชรบุรี เห็นเพลิงลุกไหม้ท่วมถนน มันยังฝังอยู่ในใจถึงความรุนแรงของเปลวเพลิงจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น " น.ส.สุณีกล่าว
ขณะที่ อาการของ นายบัวพันธ์ สุวรรณแสน อายุ 66 ปี ที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่รพ.เพชรเวช ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามความคืบหน้าของการรักษาพยาบาล พบว่าบัวนายพันธ์ ถูกนำของห้องปลอดเชื้อ ภายในห้องฉุกเฉิน ชั้นที่ 11 รพ.เพชรเวช
นพ.ภูวสิษฏ์ ตรีจักรสังข์ แพทย์ศัลยกรรมเจ้าของไข้ เปิดเผยอาการของนายบัวพันธ์ ว่า ตอนแรกรับพบว่าผู้ป่วยมีอาการหายใจไม่ออก เนื่องจากหลอดลม และบอดปวม ทำให้หายใจไม่สะดวก ตาพร่ามัวไม่สามารถลืมได้แต่คนไข้ยังมีกำลังใจดี มีบาดแผลถูกไฟไหม้ไปทั่วร่างกาย 70 เปอร์เซนต์ แต่โชคดีที่ไม่ลึกถึงกล้ามเนื้อ แพทย์ได้ใช้น้ำเกลือล้างถึง 14 ขวด อาการยังน่าเป็นห่วง ตอนนี้แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว ระบบการหายใจเริ่มดีขึ้น ระบบขับถ่ายดีขึ้นตามลำดับ
"ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังปัญหาการติดเชื้อที่ผิวหลังที่ถูกไฟไหม้ แพทย์ต้องทำการล้างแผลและดูแลอย่างใก้ลชิดกลัวน้ำท่วมปอด คาดว่าคงต้องรักษาตัวอีกประมาณ 1เดือนและดูแลเรื่องภาวะการติดเชื้อเป็นพิเศษ" นพ.ภูวสิษฎ์ กล่าว
นางแฉล่ม เจนสาริกิจ อายุ 62 ปีภรรยาของนายบัวพันธ์ ที่คอยเฝ้าดูอาการอยู่ เปิดเผยว่าอาการสามีตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว สามารถพูดได้เล็กน้อย มีอาการอักเสบที่ดวงตา สามีตนเป็นช่างไสไม้ ที่พักอยู่ด้านหลังโรงไม้ คืนเกิดเหตุอาบน้ำเตรียมตัวจะออกทำงานได้ยินเสียงรถชนจึงออกไปดู เดินยังไม่ทันถึงหน้าร้านก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ร่างกระเด็นไปกองอยู่กับพื้น หายใจไม่ออก ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวก่อนที่จะรีบนำส่งโรงพยาบาล
ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ของบริษัท พีลาทัส แลนด์ แอนด์ ทรานสปอร์ต จำกัด ได้เข้าเยี่ยมอาการ นายบัวพันธ์ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือนางแฉล่ม ไว้เป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 3พันบาท เพื่อเป็นค่าเดินทางมาเยี่ยมสามี โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากทางบริษัทให้มาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บทั้งหมด และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนนายอนันต์ แก้วมะ คนขับรถ ทางบริษัทยังไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เกิดเหตุ



