ข่าว

'เทพไท'สวน'ตู่'ด่าคนใต้โง่เท่ากับดูถูกตัวเอง

'เทพไท'สวน'ตู่'ด่าคนใต้โง่เท่ากับดูถูกตัวเอง

24 มี.ค. 2555

'เทพไท'สวน'จตุพร'ด่าคนใต้โง่เลือกปชป.เท่ากับดูถูกกำพืดตัวเอง ตอกลิ่ม 'เสธ.หนั่น-บิ๊กบัง'ปีนเกลียวส่วนตัว พร้อมแฉร่างรธน.รัฐบาลหมกเม็ดแก้ไข ม.136 เปิดช่องแก้รธน.ทั้งฉบับ

                   24 มี.ค.55 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ นปช.เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมี ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ไปร่วมด้วยว่า ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดตั้งหมู่บ้านดังกล่าว ถ้าตั้งเพื่อให้เป็นหมู่บ้านประชาธิปไตยเพื่อต่อต้านยาเสพติด โดยไม่มีการเมืองเข้าไปแอบแฝง ก็เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ถ้าหากว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อไปเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนเสื้อแดง ผู้ว่าฯ ในฐานะตัวแทนของส่วนราชการจากส่วนกลางจะต้องตอบคำถามนี้กับสังคมว่า การตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดงจะเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมหรือไม่ เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เคยมีในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ถ้าผู้ว่าฯจะใช้วิธีการเอาใจรัฐบาลเหมือนกับตอนเป็นผู้ว่าฯ ในจังหวัดภาคอีสาน ก็ขอให้ทบทวนแนวคิดดังกล่าว เพราะที่ จ.นครศรีธรรมราช คนในจังหวัดไม่ต้องการความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม และจะต้องตระหนักว่าบทบาทของผู้ว่าฯ ในฐานะพ่อเมืองจะต้องสร้างความยอมรับให้เกิดขึ้นในจังหวัดให้ได้ ไม่อยากจะให้ความรู้สึกของชาวบ้านเกิดขึ้นอีกเหมือนกับเหตุการณ์ เมื่อปี 2518 ที่มีการเดินขบวนขับไล่และเผาจวนผู้ว่าฯ มาแล้ว

                  ส่วนที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยพาดพิงดูถูกคนภาคใต้ว่าเป็นคนโง่ที่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายเทพไท กล่าวว่า หากนายจตุพร พูดเช่นนี้จริงก็แสดงว่านายจตุพร ลืมกำพืดตัวเองและดูถูกดูแคลนญาติพี่น้องของ นายจตุพร เอง ที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด การกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ละเลยการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้มีผลงานแค่จัดซื้อเต๊นท์บริการงานศพ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะแนวการทำงานของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยซื้อของแจกเพื่อแลกกับคะแนนเสียง พื้นที่ภาคใต้ถูกทอดทิ้งไม่ได้รบการพัฒนาก็ในยุคพรรคการเมืองอื่นเป็นรัฐบาล วันที่พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลก็ได้ดูแลพื้นที่ภาคใต้อย่างเต็มที่ และไม่เคยเลือกปฏิบัติในภาคอื่น ๆ ด้วย โครงการถนน 4 เลนในภาคใต้ก็เกิดขึ้นในยุคพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล หรือแม้แต่โครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ รวมถึงราคาพืชผลด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคายางพารา รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการมาแล้ว

                  “ถ้านายจตุพรต้องการพิสูจน์ศรัทธาของตัวเองเพื่อสร้างความยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยสามารถพัฒนาพื้นที่ได้ดีกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้มากกว่ามาเป็นอีแอบทางการเมืองอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ และแอบอ้างความเป็นรัฐมนตรีหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาหลอกลวงพี่น้องชาวภาคใต้ ส่วนที่นายจตุพร ชื่นชมสรรเสริญ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนกับผู้วิเศษนั้น ก็เป็นเรื่องของนายจตุพรกับพรรคพวก เพราะคนภาคใต้รู้เท่าทัน ไม่เคยหลงใหลได้ปลื้มกับคนเหล่านี้ ถ้าจะมาติชมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ดี และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ผมยังไม่เห็นการพัฒนาด้านใดของนายกฯคนนี้ ว่าดีขึ้นจริงตามที่นายจตุพร กล่าวอ้าง เว้นแต่มีการพัฒนาการในการอ่านโพยดีขึ้นกว่าเดิม ผิดน้อยกว่าช่วงที่เป็นนายกฯใหม่ ๆ แต่ในที่สุดก็ยังต้องอ่านโพยและฟังคำสั่งจากพี่ชายอยู่ดี” นายเทพไท กล่าว


 “เทพไท” ตอกลิ่ม “เสธ.หนั่น-บิ๊กบัง” ปีนเกลียวส่วนตัว

                   นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีความพยายามสร้างความปรองดองคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ว่า จากปรากฏการณ์จะเห็นว่าจะไม่เกิดความปรองดองเกิดขึ้น และจะยิ่งสร้างความขัดแย้งให้เกิดในสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะท่าทีของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการฯ ในวันเปิดเสวนาที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ โดย พล.ต.สนั่น ไม่ควรที่จะตั้งคำถามเช่นนี้ แต่เมื่อตั้งคำถามแล้ว พล.อ.สนธิ ก็ควรตอบคำถามให้เกิดความกระจ่างชัด แต่ท่าทีของบุคคลทั้งสองไม่แน่ใจว่ามีอะไรอยู่ในใจ หรือเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างบุคคลทั้งสองหรือไม่ เพราะบทบาทการเป็นประธานคณะกรรมการปรองดอง พล.ต.สนั่น เคยทำหน้าที่นี้แล้วและเกิดความล้มเหลว เมื่อ พล.อ.สนธิ มารับตำแหน่งต่อ ก็อาจจะเกิดความคลางแคลงใจซึ่งกันและกัน จึงไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดความคาใจของคนในสังคม เมื่อพล.ต.สนั่น ตั้งคำถามมาด้วยเหตุผลใดก็ตาม พล.อ.สนธิ ก็ควรตอบคำถามเพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความอึมครึมและวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และเจตนารมณ์ความปรองดองก็จะล้มเหลวในที่สุด

 

แฉร่างรธน.รัฐบาลหมกเม็ดแก้ไขม.136 เปิดช่องแก้รธน.ทั้งฉบับ

                 นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ... กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของรัฐบาลมีการหมกเม็ดเสนอแก้ไข มาตรา 136 โดยให้เพิ่มวงเล็บ 17 และ 18 เข้าไป เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับว่า มีการเสนอเข้ามาในร่างของรัฐบาลจริง แต่กมธ.ได้แขวนเอาไว้ เพราะเห็นว่ายังไม่ได้ข้อสรุป จึงอยากฟังความเห็นก่อน ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการเสนอแก้ไขมาตรานี้ เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเดิมกำหนดไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้น การเสนอแก้ไขดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการถูกยื่นถอดถอนการทำผิดตามรัฐธรรมนูญของคณะผู้เสนอด้วย

                 นายเทพไท กล่าวต่อว่า ในส่วนของรัฐบาลได้มีการเตรียมช่องทางเอาไว้ โดยประกาศว่าจะไม่มีการแก้ไขหมวดที่ 1 และ 2 เพื่อที่จะเป็นข้ออ้างว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดรัฐธรรมนูญ แต่ในชั้นการแปรญัตติ สส.พรรคประชาธิปัตย์ หลายคนได้เสนอให้มีการเขียนหมวด 1 และหมวด 2 ในร่างแก้ไขให้ชัดเจน จึงต้องดูต่อไปว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร เพราะหากมีการเขียนตามการแปรญัตติก็จะต้องตีความต่อไปว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอย่างเต็มที่ แต่หากมีการใช้เสียงข้างมากพรรคก็คงทัดทานไม่ไหว