ข่าว

'มาร์ค'จี้'ปู'ดูผลวิจัย'ส.พระปกเกล้าฯ'

'มาร์ค'จี้'ปู'ดูผลวิจัย'ส.พระปกเกล้าฯ'

24 มี.ค. 2555

'อภิสิทธิ์' กระตุก 'ยิ่งลักษณ์' ดูผลวิจัย ส.พระปกเกล้าฯ เตือนอย่าบิดเบือน หวั่นเดินสู่ความขัดแย้งใหม่ จวก 'รัฐ' ทำสถานการณ์พลังงานปท.เลวร้าย

                      24 มี.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ถึงการสนับสนุนแนวทางการปรองดอง ว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าบิดเบือนขบวนการนี้ เพราะสถาบันพระปกเกล้า แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่า หากรัฐบาล ,สภา และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ใช้เสียงข้างมากหยิบยกข้อเสนอเพียงส่วนหนึ่ง หรือนำบางประเด็นของผลการวิจัยแนวทางปรองดอง ของสถาบันพระปกเกล้าไปใช้ จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่ปรองดอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีน่าจะดูประเด็นตรงนี้ว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการฯ และสภาจะต้องดำเนินการต่อ จะสอดคล้องกับที่คณะผู้วิจัย ที่ยืนยันเมื่อวันพุธที่ 21 มี.ค.ที่สถาบันพระปกเกล้าแถลงหรือไม่

                      "ผมเป็นห่วง เพราะกรรมธิการฯของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้าพบกับท่าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้บอกว่า ตัวรายงานซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งสภา โดยไม่มีการประชุมอีก จริงๆแล้วกรรมการหลายท่านยังไม่มีใครเห็นเลย แล้วตัวร่างก่อนหน้านี้มันสวนทางกับทางสถาบันพระปกเกล้าอย่างชัดเจน เพราะมีการไปหยิบยกนำเรื่องนิรโทษกรรมขึ้นมา แล้วมาอ้างว่ามีกรรมาธิการสนับสนุนจำนวนเท่านั้นเท่านี้คน ซึ่งตรงกันข้ามกับสถาบันพระปกเกล้าและคณะผู้วิจัยเพราะฉะนั้นถ้านายกฯเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปรองดองก็ต้องเริ่มที่กรรมาธิการฯ ว่าอย่ามาบิดเบือน และใช้วิธีที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'มาร์ค'จวก'รัฐ'ทำสถานการณ์พลังงานปท.เลวร้าย

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ถึง การแก้ไขปัญหา กองทุนน้ำมัน ของรัฐบาลชุดนี้ ว่า รัฐบาลไม่มีหลักการบริหารพลังงานที่ชัดเจน ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เพราะว่ามีแต่การเก็งว่าราคาน้ำมันจะต้องพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และสถานะของกองทุนน้ำมันเอง จากการที่บริหารมาโดยไม่มีหลักทำให้มีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น วันนี้ตนคิดว่าแทนที่จะมาคอยลุ้นกัน ทุก 2 อาทิตย์ ว่าน้ำมันจะขยับขึ้นหรือไม่ รัฐบาลควรมีความชัดเจนไปเลยว่า มีเป้าหมายที่จะบริหาร นำเงินมาช่วย พี่น้องประชาชนในเรื่องใดบ้าง ซึ่งรัฐบาลที่แล้วชัดเจนมากว่าเราตั้งเป้า ว่า น้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ก๊าซแอลพีจี ไม่ขึ้นราคา แล้วก็ปรับ การเก็บเงินเข้ากองทุน ปรับในเรื่องของระบบภาษีให้มันรองรับได้ ในราคาน้ำมันดิบโลกที่เท่าไร ปัญหาทุกอย่างโปร่งใส โดยไม่มีการปกปิดข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงของราคาน้ำมัน รวมทั้ง ต้องจัดระดับความสำคัญว่า จะดูในเรื่องก๊าชหุงต้ม หรือดูแลน้ำมันดีเซลก่อน ซึ่งรัฐบาลต้องประเมินราคาตลาดโลกด้วย ในการบริหารจัดการราคา ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหากับภาคขนส่ง และด้านอาหาร ดีดราคาสูงขึ้นตามมา

                      "ความเดือดร้อนในตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องการให้รัฐบาลต้องรีบแก้ไข ในส่วนของงานอื่นๆที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง เรายืนยันว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ให้พักไว้ก่อน มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แนวทางนี้จะต้องมีการทำงานกันต่อไป แต่อะไรที่จะมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูง " นายอภิสิทธิ์ กล่าว