ข่าว

'วัฒนา'ยก'บิ๊กบัง'ชี้ปรองดองได้

'วัฒนา'ยก'บิ๊กบัง'ชี้ปรองดองได้

24 มี.ค. 2555

'วัฒนา' ยกใจ 'บิ๊กบัง' ระบุ น่าสรรเสริญกว่าหลายคน ที่ไม่ช่วยประเทศชาติ เชื่อ กระบวนการปรองดองสำเร็จ

          นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการฯ ในซีกของพรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเชิญประชุมทบทวนรายงานของคณะกรรมาธิการฯ ว่า ในที่ประชุมคงจะสรุปผลการศึกษาของสถาบันพระปกเกล้า เสนอต่อสภาฯ โดยไม่ใช่เสียงข้างมาก ของคณะกรรมาธิการฯว่า จะเลือกแนวทางไหน ส่วนสภาฯ จะมีความเห็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับที่ประชุม

          อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ เห็นด้วยกับผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า ที่เสนอถึงกระบวนการสร้างความปรองดองในระยะสั้นและระยะยาว เช่น ในระยะสั้น ต้องทำให้สังคมกลับคืนสู่ความปรองดองคือ ให้อภัย นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง ทั้งทหารและตำรวจ ในส่วนที่มีคดีอาญานั้น ต้องพิจารณาดูว่า เกี่ยวโยงทางการเมืองหรือไม่

          ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ซักถามพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการฯในฐานะผู้นำรัฐประหารถึงผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร จะส่งผลกระทบต่อการสร้างความปรองดองหรือไม่ นายวัฒนากล่าวว่า เชื่อว่า กระบวนการปรองดองจะไม่สะดุด เพราะพล.อ.สนธิ ใช้แนวทางปรองดองที่ทั้งโลกใช้ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ใช่พูดเพื่อรื้อฟื้นอดีต

          "หาก พล.อ.สนธิ ตอบออกมา ก็จะมีคำถามตามมาอีกว่า จริงหรือ ใช่หรือ และช่วงที่พล.อ.สนธิ ทำรัฐประหารนั้น ในช่วงนั้น คงคิดว่า จะแก้ไขปัญหาได้ แต่เมื่อไม่จบท่านก็มาหาทางออกแบบนี้ ต้องสรรเสริญท่าน ใจท่านยิ่งใหญ่กว่าหลายคนที่ไม่ช่วยประเทศชาติ"

          ส่วนกระบวนการปรองดองจะถึงเป้าหมายตามที่ตั้งไว้หรือไม่นั้น นายวัฒนา กล่าวว่า มาถึงวันนี้ เชื่อมั่นว่า จะสำเร็จ เพราะกระบวนการปรองดอง ไม่ใช่ฟอกความผิดให้ใคร การนิรโทษกรรมก็ทำให้เฉพาะประชาชน ทหาร และตำรวจ

          สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกผลของ คตส. แต่เรื่องไหนผิด ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ซึ่งสังคมรับได้ แต่หากไปนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไปไม่ได้ ดังนั้น ไม่ใช่นิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ

 

เผยรายละเอียดข้อสังเกต ส.ปกเกล้า ที่ กมธ.ปรองดอง เมิน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่สถาบันพระปกเกล้า เสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.อ. สนธิ บุญรัตนกลิน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

          ในบทที่ 6 ข้อ 2 ว่าด้วยข้อเสนอกระบวนการสร้างความปรองดองในชาติ ที่เสนอให้มีการออก พรบ.นิรโทษกรรม คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดทุกประเภท ทั้งคดีการกระทำความผิดตาม พรก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และคดีอาญาที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง เช่นการทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน

          ในรายงานฉบับดังกล่าว ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผู้รับผลกระทบโดยตรง อาจยังไม่พอใจ และต้องการให้มีการลงโทษผู้กระทำผิด รวมทั้งการขอโทษจากคู่กรณี เพราะการนิรโทษกรรม จะเป็นการ "ลบ" ทางที่ผู้ได้รับผลกระทบ จะเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบการกระทำของตนเอง ในด้านหนึ่งการนิรโทษกรรมเช่นนี้ เป็นการปลดข้อจำกัด ที่สังคมจะเดินต่อไปข้างหน้า โดยไม่ต้องพะวงกับความผิดของผู้เกี่ยวข้อง แต่ในด้านหนึ่งก็เป็นการ "ทิ้ง" ผู้ที่ได้รับความเสียหาย หรือผู้ถูกกระทำในบางกรณี เพราะเขาเหล่านั้น จะไม่อาจเรียกร้องการเอาโทษต่อผู้กระทำความผิดได้อีกแล้ว

          อีกทั้งการนิรโทษกรรมโดยเนื้อแท้คือการ "ไม่ต้องรับผิด ในสิ่งที่ผิด" หากเลือกใช้กระบวนการนี้ จะไม่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากความผิดพลาด และอาจก่อให้เกิดความ "เคยชิน" ต่อการไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น หากไม่มีการบันทึกประวัติศาสตร์ และทำความจริงให้ปรากฏ ก็อาจเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันขึ้นได้อีกเรื่อย ๆ ในหลายประเทศ จึงต้องมีกระบวนการค้นหาความจริงควบคู่ไปด้วยเช่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร รวันดา

          ส่วนกรณีการให้เพิกถอนผลทางกฎหมายที่ดำเนินการโดย คตส. ทั้งหมด และไม่นำคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการ และที่ตัดสินไปแล้วมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ในรายงานฉบับดังกล่าว ตั้งข้อสังเกตว่า

          1. ข้อกล่าวหาการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ ไม่ได้รับการพิสูจน์โดยกระบวนการยุติธรรม

          2. ความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของบางฝ่ายยังดำรงอยู่

          3. การสร้างความปรองดองเป็นไปได้ยาก เพราะบางกลุ่มเห็นว่า ผู้กระทำผิดยังลอยนวล  ไม่มีการพิสูจน์ข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดหรือไม่