ข่าว

เปิดโลกวันอาทิตย์:ประชุมผู้นำนิวเคลียร์

เปิดโลกวันอาทิตย์:ประชุมผู้นำนิวเคลียร์

25 มี.ค. 2555

เปิดโลกวันอาทิตย์ : การประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ณ กรุงโซล โดย ฯพณฯ อิม แจ ฮง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย

             การประชุมระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอเชีย จะจัดขึ้น ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลี ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม ค.ศ. 2012 คือการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ 2012 ณ กรุงโซล โดยการประชุมครั้งนี้จะมีหัวข้อกว้างขึ้นกว่าการประชุมจี 20 ที่ได้จัดขึ้นในปี ค.ศ. 2010 ดังที่ชื่อของการประชุมในครั้งนี้ได้ระบุถึง ซึ่งจะเป็นการประชุมใหญ่ของผู้นำ 53 ประเทศ และผู้นำจากองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ 4 องค์การ รวมถึงสหประชาชาติ และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ แน่นอนว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทย จะเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เพื่ออภิปรายเกี่ยวกับความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ซึ่งทั่วโลกได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ และความจริงจังต่อประเด็นนี้ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

              ที่จริงแล้วประเด็นของความมั่นคงทางนิวเคลียร์อาจยังเป็นประเด็นใหม่สำหรับประชาชน เพราะต้องมีความรู้ความชำนาญ และความสนใจ อย่างไรก็ตาม ประชาชนสนใจต่อเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์มากขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีอำนาจการทำลายล้างมาก แต่ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ไม่ได้เกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเท่านั้น หากผู้ก่อการร้ายโจมตีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็จะก่อให้เกิดหายนะในทำนองเดียวกัน หรือมากกว่าได้

              เป็นความจริงที่มีการใช้วัตถุประกอบอาวุธนิเวเคลียร์จำนวนมากในกิจการหลายประเภท ทั้งในฝ่ายพลเรือน และทหาร นำไปสู่ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย หากชิ้นส่วนดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่ไม่เหมาะสม การก่อการร้ายโดยนิวเคลียร์อาจเกิดขึ้นและทำลายความหวังต่อโลกที่ปลอดภัย จากฐานข้อมูลการค้าผิดกฎหมายของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(ไอเออีเอ) พบว่ามีคดีที่เกี่ยวกับโจรกรรมหรือการสูญหายของวัตถุประกอบนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสีมากกว่า 2,000 คดี ที่ได้รับรายงานจากทั่วโลกในระหว่างปี ค.ศ. 1993-2011 และกว่าร้อยละ 60 ในจำนวนนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

                ประชาคมโลกสันนิษฐานว่า การก่อการร้ายโจมตีด้วยนิวเคลียร์จะเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด และมีการร่วมมือกันในการป้องกันภัยพิบัติดังกล่าว ดังนั้น เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐ นายบารัก โอบามา เสนอการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ในปี ค.ศ. 2009 และการประชุมสุดยอดผู้นำนี้ได้จัดขึ้นครั้งแรก ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ในเดือนเมษายน ของปีถัดมา การอภิปรายได้มุ่งไปยังประเด็นของความเป็นไปได้ของการก่อการร้ายโดยระเบิดนิวเคลียร์ และวิธีการป้องกันการค้าผิดกฎหมายของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง และพลูโตเนียม

               ครั้งนี้เกาหลีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ครั้งที่ 2 ณ กรุงโซล โดยการประชุมครั้งนี้จะเสริมสร้างวิสัยทัศน์และพันธะทางการเมืองของการประชุมสุดยอดผู้นำ ว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ในครั้งแรก ที่จัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในปี ค.ศ. 2012 และนำคำแถลงทางการเมืองในเรื่องโครงสร้างความมั่นคงทางนิวเคลียร์โลกไปสู่การปฏิบัติ โดยในลำดับแรกจะประเมินกระบวนการที่ได้ทำมา ตามการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงวอชิงตัน และไตร่ตรองถึงการเปลี่ยนของความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมโลกนับแต่นั้นมา

                นอกจาก 3 กำหนดการสำคัญของความมั่นคงทางนิวเคลียร์แล้ว นั่นคือการตอบสนองเรื่องการก่อการร้ายนิวเคลียร์ การป้องกันวัสดุอุปกรณ์และโรงงานนิวเคลียร์ และการป้องกันการค้าวัสดุนิวเคลียร์ผิดกฎหมาย การประชุมที่กรุงโซลจะขยายขอบเขตของการอภิปรายในส่วนของการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการจัดการแหล่งกัมมันตรังสี

                 การประชุมครั้งนี้จะระบุขอบเขตความสำคัญเฉพาะในด้านขีดความสามารถของเทคโนโลยีที่เป็นอันตราย ที่จำเป็นต่อการสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางนิวเคลียร์ เช่น กฎหมายนิวเคลียร์ ความปลอดภัยของข้อมูล และการสนับสนุนวัฒนธรรมนิวเคลียร์
การประชุมสุดยอดผู้นำ ณ กรุงโซล จะสร้างความสำเร็จที่จะนำเราไปสู่ขั้นต่อไป ดังที่กล่าวว่าเป็น

               “การประชุมสันติภาพ” เพื่อมนุษยชาติและในยุคอนาคต จะมีการสนับสนุนการสร้างโลกที่ปราศจากการก่อการร้ายนิวเคลียร์ การประชุมนี้จะยกระดับให้ประชาคมโลกตระหนักอย่างจริงจังกับประเด็นนี้ และนับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างระบบการตอบสนองภายในประเทศของเขาให้สมบูรณ์

               ภาระหน้าที่เหล่านี้จะเพิ่มความสำคัญของประสิทธิภาพของบุคคลและการร่วมมือกันในการต่อต้านผู้ก่อการร้ายที่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ การตกลงร่วมกันของหลายภาคส่วนจะสร้างความมั่นใจในการประชุมนานาชาติครั้งต่อไปเกี่ยวกับการป้องกันการเผยแพร่และการลดอาวุธนิวเคลียร์

             นอกจากนี้ การรวมตัวของผู้นำโลกมากกว่า 50 คน ณ กรุงโซล เพื่อร่วมอภิปรายในประเด็นนิวเคลียร์ที่สำคัญ การประชุมนี้จะส่งสารถึงความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลี และเผยแพร่ประเด็นดังกล่าว

              การประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ณ กรุงโซล จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เกาหลีจะดำเนินการต่อไปอย่างเต็มความสามารถในการทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ร่วมการประชุมทั้งหลายเพื่อทำให้การประชุมครั้งนี้เป็นตัวกลางเพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นเพื่อมนุษยชาติ ในขณะนี้

              กระผมขอกล่าวว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่จะนำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือทำให้โลกปราศจากอาวุธนิวเคลียร์อย่างแท้จริง ไม่ให้เกิดการคุกคาม และการก่อการร้ายนิวเคลียร์ ดังนั้น กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้นำทั้งหลายจะทำให้พันธมิตรโลกก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่วแน่ และส่งอาสาทำตามข้อตกลงด้วยความสมัครใจในการทำให้วิสัยทัศน์ของการประชุมสุดยอดผู้นำ ณ กรุงโซลเป็นจริง “จากความมั่นคง สู่สันติภาพ” กระผมหวังว่าประเทศไทยจะให้ความสนใจและสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้ของการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ณ กรุงโซล


.................................
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ฯพณฯ อิม แจ ฮง  )