
ศุลกากรรวบผู้ต้องหาเลี่ยงภาษี64ล้าน
ศุลกากร แถลงรวบผู้ต้องหา พร้อมกลางเลี่ยงภาษีข้าวเปลือกจ้าว สุราต่างประเทศ รถยนต์เก่าใช้แล้ว ยี่ห้อเฟอรารี่ เมอร์ซิเดสเบนท์ จากัว และบีเอ็ม มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มี.ค. 55 ที่กรมศุลกากร นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวจับกุมสินค้าลักลอบหนีภาษีศุลกากร เช่น ข้าวเปลือกจ้าว สุราต่างประเทศ สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าหลีกเลี่ยงอากร เช่น รถยนต์เก่าใช้แล้ว ยี่ห้อเฟอรารี่ เมอร์ซิเดสเบนท์ จากัว และบีเอ็ม เลื่อยโซ่ยนต์ และอื่น ๆ มูลค่ากว่า 64 ล้านบาท
นายสมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มุ่งเน้นนโยบายสำคัญในการเร่งรัดปราบปราม สินค้าลักลอบหลีกเลี่ยงอากรของต้องห้าม ต้องจำกัดเพื่อความเป็นธรรมในการจัดการจัดเก็บภาษี เพื่อปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการดำเนินการวางแผนจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางทั้งหมดนี้ทางสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้จับยึดของกลางเป็นข้าวเปลือกเจ้า พร้อมรถยนต์บรรทุกห่วง 10 ล้อ รวม 4 รถพ่วง โดยจับกุมได้ที่หน้า รร.บ้านคลองหิน ต.ลำนารอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ปริมาณรวม 1.287 แสนกิโลกรัม มูลค่าประมาณ 1.536 ล้านบาท ทั้งนี้สำนักสืบสวนปราบปราม กรมศุลกากร ยังได้จับกุมสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ แว่นสายตาจำนวน 50,000 ชิ้นมูลค่า 1.5 ล้านบาท สุราต่างประเทศยี่ห้อต่าง ๆ รวมทั้งหมด 62 ลัง มูลค่า 5 แสนบาท กาแฟลดน้ำหนักและน้ำหอม มูลค่า 2.5 แสนบาท รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 4.286 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร
นอกจากนั้น กรมศุลกากรมีการจับกุมสินค้าหลีกเลี่ยงอากรและสินค้าต้องห้าม ต้องกำกัด ตามใบขนสินค้าขาเข้าหลายฉบับ โดยสามารถตรวจยึดรถยนต์ เก่าใช้แล้วยี่ห้อเฟอร์รารี่ จำนวน 2 คัน มูลค่า 40 ล้านบาท และมีรถยนต์เก่าใช้แแล้วในต่างประเทศแต่สำแดงเป็นรถยนต์ใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้าม มีทั้งยี่ห้อ เมอร์ซิเดสเบนซ์ รุ่น เอส 500 และ รุ่น เอ 160 บีเอ็มดับบลิว รุ่น 520 ดี รถยนต์จากัวร์ รุ่น เอ็กเจ 8 และยี่ห้อนิสสัน รุ่น เซรีน่า รวมของทั้งหมด 5 คันมูลค่า 11 ล้านบาท พร้อมทั้งยังมีเลี่อยโซ่ยนต์ พร้อมแผ่นบังคับโซ่และใบเลี่อยโซ่ ความยาว 25 นิ้ว จำนวน 2,994 ชุด มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท ซึ่งรวมมูลค่าของกลางทั้งสิ้นจำนวน 64,286,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางพร้อมผู้ต้องหา นำส่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปต่อไป



