
โพลชี้'ชาวกรุง'ไม่เชื่อ'ปู'แก้ค่าครองชีพได้
'กรุงเทพโพลล์' ชี้ 'ชาวกรุง' ร้อยละ 53.2 มีรายรับไม่พอกับค่าใช้จ่าย ต้องใช้วิธีการกู้ ส่วนร้อยละ 61.3 ไม่เชื่อมั่น'รัฐบาล' แก้ปัญหาค่าครองชีพได้
23 มี.ค.55 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ "กรุงเทพโพลล์" เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,203 คน ดำเนินการสำรวจตั้งแต่วันที่ 20-22 มี.ค.55 เรื่อง "เสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องค่าครองชีพในปัจจุบัน" พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชน 76.1% ระบุว่า ราคาสินค้าในปัจจุบันมีผลกระทบต่อการครองชีพของตัวเองและครอบครัว โดยมองว่า เป็นเพราะของแพงเกินไป, สินค้าขึ้นราคาแต่รายได้เท่าเดิม เป็นต้น
ขณะที่ ประชาชน 53.2% ระบุว่า มีรายรับไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเงินออมออกมาใช้, การกู้หนี้ยืมสิน หรือการหารายได้เสริม เป็นต้น
ส่วนวิธีรับมือกับราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น คือ 1.ประหยัดให้มากขึ้น 2.ซื้อของเท่าที่จำเป็นร้อยละ และ 3.ใช้จ่ายให้น้อยลงโดยลดปริมาณหรือลดจำนวนในการซื้อลงจากปกติ
สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาสินค้าเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน คือ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น รองลงมาคือ รัฐบาลไม่มีการกำหนดนโยบายและควบคุมราคาสินค้าที่ชัดเจน อันดับสาม ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น อันดับสี่ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท และอันดับห้า การบริหารงานอย่างผิดพลาดของรัฐบาล
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องค่าครองชีพระหว่างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ประชาชน 28.3% ตอบว่า สามารถบริหารจัดการค่าครองชีพได้ดีพอๆ กัน ขณะที่ ประชาชนในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือ 27.5% ตอบว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำได้ดีกว่า และอีก 26% มองว่าบริหารจัดการค่าครองชีพไม่ดีทั้ง 2 รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ประชาชน 50.1% ระบุว่า รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เอาใจใส่กับการแก้ปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบัน ขณะที่ในสัดส่วนใกล้เคียงกันอีก 49.9% ระบุว่า ไม่เอาใจใส่
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาค่าครองชีพที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประชาชน 61.3% ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น โดยมีเพียง 38.7% ที่ระบุว่าเชื่อมั่น
สำหรับเรื่องที่ประชาชนต้องการเสนอแนะรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพมากที่สุด 5 อันดับ คือ 1.ให้ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้สูงไปกว่านี้ 2.ให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่มาดูปัญหาด้วยตนเอง ใส่ใจดูแลเรื่องปากท้องของประชาชนให้มากกว่านี้ 3.เพิ่มเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำโดยเร็วให้ทั่วถึงกันทั้งราชการและภาคเอกชน 4.คุมราคาเชื้อเพลิงและพลังงานให้ถูกลงกว่านี้ และ 5.ปรับราคาสินค้าต่างๆ ให้ถูกลง



