ข่าว

ภารกิจ'นักดับไฟป่า'ขึ้นเขา-ลงห้วย

ภารกิจ'นักดับไฟป่า'ขึ้นเขา-ลงห้วย

23 มี.ค. 2555

ภารกิจ'นักดับไฟป่า'ชีวิตเดินเท้า-ขึ้นเขา-ลงห้วย : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

            "...สองมือแบกไม้ตบ ต้องสยบเพลิงพนา สะพายถังแสนเหนื่อยล้า ทางข้างหน้ายังยาวไกล ก้าวเดินด้วยมุ่งมั่น บุกฝ่าฟันถึงที่หมาย เรายังคงดับไฟ ด้วยดวงใจทระนง ขอวอนทุกๆ ท่าน คุณเท่านั้นช่วยเสริมส่ง "ไฟป่า" จะมอดลง ยัง "ป่าดง คงไพร ไทยยั่งยืน"..." คำขวัญที่ดังก้องในหัวใจของนักดับไฟป่าในยามที่พวกเขาต้องลาดตระเวนตามแนวป่าที่กำลังถูกโหมด้วยเปลวเพลิง !!
 
            ทุกๆ เช้า "สมศักดิ์ ยอดทับ" วัย 30 ปีเศษ หัวหน้าชุดควบคุมไฟป่า สถานีย่อยวังดินสอ จ.พิษณุโลก จะให้พนักงานดับไฟกว่า 15 คน ท่องจำคำขวัญข้างต้นให้ขึ้นใจ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจในการทำงาน ก่อนที่เขาจะแจกจ่ายงานให้ลูกน้องแต่ละคนออกลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังไฟป่า
 
            กว่า 10 ปีมาแล้ว “สมศักดิ์” ผู้พิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ต้องระดมชาวบ้านมาเป็นพนักงานดับไฟป่าในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ แต่ปีนี้ฝนตกเยอะน้ำมาก ไฟป่ามาช้ากว่าปกติเดือนครึ่ง
 
            "พวกเราจะลาดตระเวนทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นทางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และการเดินเท้า โดยมีเจ้าหน้าที่รอสแตนด์บายอยู่ที่สถานีเพื่อฟังวิทยุแจ้งเหตุจากส่วนกลาง วันหนึ่งๆ จะต้องออกไปดับไฟป่าเฉลี่ย 5-10 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งการดับไฟป่านั้นใช้ไม่นาน แต่สิ่งที่ยากก็คือ การเดินทางเข้าไปในป่าเพื่อให้ถึงจุดเกิดเหตุไฟไหม้นั้น จะใช้เวลานานมาก บางทีเดินกว่าสามชั่วโมงแต่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีเพื่อดับไฟ" สมศักดิ์ กล่าว
 
            ทั้งนี้ สถานีย่อยวังดินสอ เป็นส่วนแยกมาจากสถานีดับไฟป่าพิษณุโลก เนื่องจากพื้นที่ที่สถานีไฟป่าพิษณุโลกนั้นต้องดูแลรับผิดชอบพื้นที่หลายแสนไร่ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งสถานีย่อยมาช่วยกำกับดูแล โดยมีพนักงานดับไฟสลับกันเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง
 
            การลาดตระเวนป้องกันไฟป่าแต่ละครั้ง ต้องนำอุปกรณ์ที่ใช้ดับไฟป่า 3 ชนิด ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง ได้แก่ "ที่ตบไฟ" เป็นเครื่องมือดับไฟป่าที่พัฒนาขึ้นโดยใช้หลักการแยกออกซิเจนออกจากองค์ประกอบของสามเหลี่ยมไฟ การตบคลุมไฟป้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยาสันดาป ไฟก็จะดับลง ที่ตบไฟนี้พัฒนามาจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กิ่งไม้ซึ่งมีใบหนาแน่นมาตบดับไฟ ลักษณะของที่ตบไฟคล้ายกับไม้กวาด ประกอบด้วยส่วนหัว ทำจากผ้าใบหนาเคลือบด้วยยาง
 
            "ถังฉีดน้ำ" ทำมาจากสารเคมีที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาถูกที่สุด แต่ทว่าการลำเลียงน้ำเข้าไปในพื้นที่ไฟไหม้ ซึ่งเป็นป่าเขาสลับซับซ้อนเป็นเรื่องยากลำบาก จึงต้องออกแบบถังบรรจุน้ำสำหรับสะพายหลังเพื่อความสะดวกในการเดินทางไกล
 
            และ "ครอบไฟป่า" หรือ "พลั่วไฟป่า" เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานดับไฟป่าโดยเฉพาะ ด้วยการนำเครื่องมือทางการเกษตร 2 ชนิด คือคราดและจอบมาเชื่อมต่อให้เป็นเครื่องมือชิ้นเดียวกัน โดยส่วนหัวของเครื่องมือด้านหนึ่งมีลักษณะเป็นหน้าจอบ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นคราด จึงทำให้เครื่องมือดังกล่าวสามารถทำงานที่ต้องใช้ทั้งจอบและคราดในเวลาเดียวกันได้อย่างรวดเร็วขึ้น
 
            ชุดควบคุมไฟป่า สถานีย่อยวังดินสอ จ.พิษณุโลก เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชุดควบคุมไฟป่าเท่านั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมไฟป่าอีกหลายพันคน กำลังทำงานกันอย่างหนักเพื่อปกป้องผืนป่าจากไฟ ในปี 2555 มีรายงานว่า ผืนป่ากว่า 27 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร อุทัยธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย สกลนคร อุดรธานี อุบลราชธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช และนราธิวาส จะมีโอกาสเกิดไฟไหม้ป่าสูงมากจึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ
 
            ส่วนสาเหตุที่อาจจะทำให้เกิดไฟป่าใน 27 จังหวัดนั้น "กิตติพจน์ สมอารยพงศ์" ผอ.ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา สภาพภูมิอากาศ ในช่วงตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 บริเวณประเทศไทยตอนบน มีอากาศร้อนทั่วไปกับมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยสูงกว่าค่าปกติในทุกภาคและเพิ่มขึ้นในทุกปีในทุกภูมิภาค โดยเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำกว่าปกติ 37 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติ 1.9 องศาเซลเซียสในแต่ละปี ขณะที่ปัจจุบันตรวจพบว่าเชื้อเพลิงสะสมในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าทุ่งหญ้า เพิ่มขึ้นจากปี 2553 เพิ่มขึ้นถึง 49.18 เปอร์เซ็นต์
 
            “จากข้อมูลสภาพภูมิอากาศ และเชื้อเพลิงที่สะสมเป็นปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมาจะส่งผลให้การเกิดไฟป่าในแต่ละครั้งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และสืบเนื่องจากความผันผวนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของสภาพภูมิอากาศโลกอันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน ทำให้การคาดการณ์สภาวะอากาศและสถานการณ์ไฟป่าในระยะยาวทำได้ยากมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษและพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูง” ผอ.ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า กล่าว
 
            อย่างไรก็ตาม ปัญหาไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ที่เข้าไปล่าสัตว์-หาของป่า และการทำไร่โดยการจุดไฟเผา ทำให้ไฟลุกลามจนเกิดเป็นไฟป่า ดังนั้นมาตรการที่จะต้องทำควบคู่กันไปกับการให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาไฟอย่างเข้มข้นแล้ว ต้องสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันไฟป่า ขอความร่วมมือจากประชาชนในการดูแลและช่วยกันป้องกันไฟป่าไม่ให้เกิดขึ้น          
..................

(หมายเหตุ : ภารกิจ'นักดับไฟป่า'ชีวิตเดินเท้า-ขึ้นเขา-ลงห้วย : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)