ข่าว

เรื่องของรัฐ

เรื่องของรัฐ

23 มี.ค. 2555

เรื่องของรัฐ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

            ในทางทฤษฎี ความเป็นรัฐต้องประกอบด้วยพื้นที่ ประชากร และรัฐบาล หากขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไป ก็ย่อมขาดความสมบูรณ์แห่งความเป็นรัฐ ซึ่งทั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก หรือจำนวนของประชากรว่าจะมากหรือน้อย แม้กระทั่งรัฐบาลว่ารัฐบาลจะเก่งหรือไม่เก่งเพียงไร แต่เหตุผลที่ทำให้รัฐหนึ่งมีความเข้มแข็ง หรือมีความมั่งคั่ง มีความมั่นคงกว่ารัฐอื่นนั้น น่าจะอยู่ที่คุณภาพของประชากร และคุณภาพของรัฐบาล เป็นสำคัญ
 
             หากถามว่าระหว่างคุณภาพของประชากรกับคุณภาพของรัฐบาล สิ่งใดมีความสำคัญกว่ากัน คำถามนี้ก็คงจะมีลักษณะใกล้เคียงกับไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ทั้งนี้เพราะเมื่อรัฐใดมีประชากรที่มีคุณภาพ ประชากรก็ย่อมจะเลือกพรรคการเมืองที่มีคุณภาพ อันเป็นที่มาของรัฐบาลที่มีคุณภาพ แต่ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลมีคุณภาพ ก็ย่อมจะเสริมสร้างคุณภาพของประชากร เพื่อที่จะได้เลือกพรรคและเลือกรัฐบาลที่มีคุณภาพต่อไป ด้วยเหตุนี้แหละครับ จึงมีคำพูดประเภทที่ว่ารัฐบาลบางรัฐบาลต้องการให้ประชาชนไม่มีคุณภาพ เพราะง่ายแก่การปกครองและการชักนำไปสู่ทิศทางที่รัฐบาลต้องการ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอกครับว่าจะมีรัฐบาลไหนในโลก พอใจกับการเห็นประชากรด้อยคุณภาพ แต่สาเหตุที่สำคัญน่าจะมาจากการขาดการวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบการบริหารจัดการที่ดี
 
             ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข สวัสดิการสังคมและคุณภาพชีวิต ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ การศึกษาน่าจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอันดับแรก เพราะการศึกษาคือประตูที่เปิดออกไปสู่โลกของความรู้ในด้านต่างๆ แต่ก็มีผู้เห็นว่า การศึกษากลับเป็นสิ่งที่ถูกละเลยและล้าหลังมากที่สุด ทั้งจากรัฐบาลผู้บริหารการศึกษา ตลอดจนครู และนักเรียน ซึ่งเมื่อเยาวชนไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ก็เป็นการยากที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นประชากรที่มีคุณภาพได้ และการศึกษาที่ดี คือการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนคิดเป็น ทำเป็น ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าเรียนไปตามหลักสูตรและเพื่อผลการสอบเท่านั้น รวมทั้งต้องส่งเสริมการเรียนที่เป็นวิทยาศาสตร์และวิทยาการด้วย
 
             สำหรับคุณภาพของรัฐบาลนั้น ก็มาจากประชากรที่มีคุณภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่ในการลงสมัครรับเลือกตั้งหรือแสดงบทบาทในทางการเมือง และอีกส่วนหนึ่งมีหน้าที่ในการเลือกสรรคนที่ดีที่สุดเพื่อทำหน้าที่ในรัฐสภาและในรัฐบาลถ้ามีตัวเลือกที่มีคุณภาพ และผู้เลือกที่มีคุณภาพ ก็มีโอกาสที่จะได้ผู้แทน รัฐมนตรี และรัฐบาลที่มีคุณภาพ แต่ตราบใดที่การเลือกตั้งไม่ได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพของคน แต่ไปสนใจในเรื่องสีสัน ในเรื่องสมัครพรรคพวก ในเรื่องอามิสสินจ้าง เรื่องลดแลกแจกแถม หรือการหาเสียงแบบเอาฮาเอามัน มากกว่าเนื้อหาสาระ ตราบนั้น ก็คงจะได้ตัวแทนของราษฎร และรัฐบาลที่ด้อยคุณภาพเช่นเดียวกัน
 
             มีคนพูดกันว่ารัฐบางรัฐประสบปัญหาเรื่องรัฐบาลที่มีคุณภาพ เพราะนายกรัฐมนตรีที่เก่งกาจสามารถต้องระเห็จจากบ้านเมือง และคนที่มีความสามารถระดับรัฐมนตรีก็ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งตามจริงแล้ว ทั้งสองประเด็นนี้เป็นคนละเรื่องกับรัฐบาลที่มีคุณภาพ รัฐบางรัฐบางช่วงบางตอนก็อาจจะมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่เก่งกาจ หากแต่เป็นคนที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อบ้านเมือง มุ่งสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ และน่าคิดไหมครับว่า ประชากรในรัฐนั้นก็มีหลายสิบล้านคน การที่คนเพียงไม่กี่คนถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง ทำไมถึงไม่สามารถหาคนที่มีคุณภาพคนอื่นมาร่วมรัฐบาลได้?
 
             ไม่ว่าไก่จะเกิดก่อนไข่ หรือไข่จะเกิดก่อนไก่ แต่ประชากรที่มีคุณภาพและรัฐบาลที่มีคุณภาพต้องเกิดพร้อมกัน เพื่อทำให้รัฐเป็นรัฐที่มีคุณภาพ เพราะมิเช่นนั้นแล้ว ไก่ก็จะตายซาก และไข่ก็จะตายโคม รัฐนั้นก็จะเหลือเพียงพื้นที่ให้คนอื่นเข้ามาครอบครอง หมดสภาพความเป็นรัฐไปในที่สุด
 
             ท้ายคอลัมน์ขอประชาสัมพันธ์งานดีๆ สองงาน งานแรกคือการสัมมนาเรื่อง “การประชาสัมพันธ์สาธารณะในยุคโลกไร้พรมแดน” จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 23 มีนาคม ที่โรงแรมสยามซิตี เช้ามีบรรยาย หัวข้อ “หลักการ แนวคิด และสิ่งท้าทายของการประชาสัมพันธ์ ในยุคโลกไร้พรมแดน” โดย ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ และ ดำรง พุฒตาล บ่าย หัวข้อ “การประชาสัมพันธ์ของไทยในยุคโลกไร้พรมแดน” โดย รศ.ดร.เจษฎา โทณะวณิก, กวี จงกิจถาวร, กษมาช นีรปัทมะ, วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, เจษฎา กตเวทิน ดำเนินรายการโดย ประภัสสร เสวิกุล และวันที่ 24 มีนาคม เป็นงาน “ชุมนุมเสวนา 72 ปี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” ที่หอประชุมศรีบูรพา (หอเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช้าเสวนาเรื่อง “ประวัติศาสตร์อาจมีในหลายด้าน : วรรณกรรมและสังคมไทย” โดย รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, สมปอง ดวงไสว และ ผศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ บ่ายอ่านบทกวีโดยกวีซีไรต์ เช่น จิระนันท์ พิตรปรีชา, ไพวรินทร์ ขาวงาม, โชคชัย บัณฑิค, เรวัตร พันธ์พิพัฒน์ และ มนตรี ศรียงค์ ต่อด้วยการเสวนา “ทัศนาอุษาคเนย์ : มองเพื่อนบ้านสุวรรณภูมิ” โดย ประภัสสร เสวิกุล, ฉลอง สุนทรวนิช, ดุลยภาพ ปรีชารัชช ดำเนินรายการโดย ดร.อนุชา ทีรคานนท์