
เสนอวิธีแก้ไฟป่าแบบยั่งยืนของอินเดีย
เสนอวิธีแก้แบบยั่งยืนของอินเดียเลี้ยงสัตว์วิถีธรรมชาติ เกษตรเชียงรายหนุนใช้จุลินทรีย์สลายเศษไม้แทนการเผา "ปลอดประสพ" ยกปัญหาหมอกควันต้นตอ 3 แหล่ง เชื่อ 3 สัปดาห์มีฝนลงมาเบาบางลง
22มี.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้นาม "กคพ. กัลยาณมิตรเครือข่ายวิถีพุทธ" ได้เสนอความคิดถึงวิธีแก้ปัญหาเผาป่าแบบยั่งยืนของประเทศอินเดียผ่านทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ค ความว่า "ที่ประเทศอินเดีย วัชพืชทั้งหลาย ใบหญ้าใบไม้ พอหมดหน้าฝนชาวอินเดียจะตัดกันเองดูสวยงามเตียนโล่งเป็นขั้นบันได และพวกเขาเข้าไปในเขตป่าโดยไม่ต้องจ้าง ไม่ต้องรณรงค์ เพราะหญ้ามีประโยชน์กับเขามากๆ เขาต้องการหญ้าดังนั้น ดินของเขาจะถูกวัชพืชคลุมดินไว้ตลอดไม่ถูกเผาทำลาย เพราะเขาใช้วิธีตัดเอา เดี๋ยวพอมีฝนตกก็จะแตกออกมาใหม่ ไม่มีปัญหาดินเสื่อมโทรม ดินถูกกัดเซาะมากเหมือนประเทศไทย แต่บ้านเราต้องใช้เงินซื้อยามาฆ่าหญ้า หรือเผาทำลายแล้วดินก็เสื่อม ดินก็ถูกกัดเซาะมาก แล้วก็ต้องหาเงินไปซื้อปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แล้วก็เป็นหนี้ท่วมหัว แล้วก็สร้างบาปใส่ยาพิษในอาหารให้พี่น้องคนไทยทั้งชาติกิน
ทำไมชาวอินเดียวถึงต้องการหญ้า ต้องการเศษใบไม้ใบหญ้ามากๆ ไม่เผาทิ้ง เพราะเขาไม่ถูกวางยาเอาวงจรการเลี้ยงสัตว์กินพืชออกไปจากวิถีชีวิต เขาเลี้ยงวัว เลี้ยงกระบือ เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ เลี้ยงม้า เลี้ยงลา เลี้ยงฬ่อ เลี้ยงสารพัดสัตว์ที่ต้องการกินใหญ้าและเศษใบไม้ใบหญ้า เขาเลี้ยงกันแทบจะทุกครัวเรือน ทำกันทั้งประเทศ ทำให้วงจรการเลี้ยงสัตว์สอดคล้องกับวัฏจักรทางระบบนิเวศน์วิทยา แต่บ้านเราวางยาเอาวงจรการเลี้ยงสัตว์ออกไปจากวิถีของชาวบ้าน แล้วทำให้เป็นระบบปศุสัตว์แบบการค้าที่มุ่งป้อนระบบอุตสาหกรรมอาหารของนายทุนไม่กี่เจ้า นม เนื้อ ทุกอย่างจึงแพงหมด และปนเปื้อนไปด้วย ฮอร์โมนและยาปฎิชีวนะมาสู่ผู้บริโภค
แต่คนอินเดีย แม้จะยากจนที่สุด ก็สามารถเข้าถึงโปรตีนพื้นฐานจากน้ำนมของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ได้ มีแรงงานให้ใช้ มีเนื้อให้บริโภค มีขนสัตว์ให้ทำเครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ คนอินเดียเขาฉลาดจริง ไม่โง่ให้ถูกหลอกซ้ำซากเหมือนคนไทย แล้วก็แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เอาแต่ก่อม็อบมาเรียกร้องเข่นฆ่าทำลายกัน เพียงเพื่อรับใช้นักการเมืองและทิฐิทางการเมืองเท่านั้น ประกอบกับคนไทยขาดวิถีการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรรมแบบพอเพียง และวิถีชีวิตที่ได้รับประโยชน์จากธรรมชาติอย่างเป็นวัฎจักรหมุนเวียนที่ยั่งยืน ..อย่างที่อินเดียเป็น"
หนุนใช้จุลินทรีย์สลายเศษไม้แทนเผา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายแจ้งว่า กรมควบคุมมลพิษได้รายงานการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 107.6 - 332.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองในหลายสถานีแม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงแต่ยังคงสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่
ด้านเทศบาลตำบลไม้ยา อ.พญาเม็งราย ร่วมกับเกษตร จ.เชียงราย สำนักงานพัฒนาที่ดิน จ.เชียงราย และฝ่ายปกครอง อ.พญาเม็งราย จัดงานคลินิคเกษตรสัญจรและการขจัดตอซังข้าวที่ใช้ชื่อตามโครงการว่า "เกษตรฟ้าใสไร้หมอกควันเพื่อลมหายใจที่สดชื่น" โดยมีนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ซึ่งนายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตร จ.เชียงราย แจ้งถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานตามโครงการว่าเพื่อลดมลภาวะหมอกควันและลดมลภาวะเป็นพิษในอากาศ ลดต้นทุนการผลิตและปรับโครงสร้างการปลูกพืช
นายสุเทพ ทิพย์รัตน์ เกษตร จ.เชียงราย กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้จุลินทรีย์ เพื่อสลายตอซังและฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยวและเตรียมดินในฤดูเพาะปลูกใหม่ ทั้งเป็นการทดแทนการเผาที่ทำให้เกิดหมอกควัน ดังนั้นจึงได้ดำเนินโครงการในพื้นที่เป้าหมายของ จ.เชียงราย จำนวน 1,322,487 ไร่ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 97,425 ราย กิจกรรมในโครงการมีการจัดคลีนิคเกษตรสัญจรเพื่อแนะนำเกษตรกรในเรื่องการแก้ปัญหาการทำเกษตร การเพิ่มผลผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร โดยไม่ต้องเผาจนเกิดเป็นปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองดังกล่าว
ด้านนายธานินทร์ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดมาโดยตลอด ปัจจุบันจึงได้บังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ใดทำการเผาจะดำเนินคดีทางกฎหมายทันที และการดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้จุลินทรีย์ที่ได้จากกากน้ำตาลมาทำการย่อยสลายฝางและตอซังข้าวที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวพืชผลมาทำการหมักจนเป็นปุ๋ยชีวภาพ จะช่วยแก้ไขปัญหาการเผาจนเกิดฝุ่นละอองฟุ้งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการเพาะปลูกโดยไม่ต้องซื้อปุ่ยเคมีที่มีราคาสูงด้วย
“ปลอดประสพ”ยกปัญหาหมอกควันต้นตอ3แหล่ง
ที่กระทรวงมหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือว่า ในฐานะที่ตนเคยอยู่กรมป่าไม้มาก่อน ในฤดูหนาวไปหาแล้งจะเกิดปัญหาไฟป่าขึ้นมาทุกปี โดยไฟป่าที่เกิดขึ้นพบว่า มาจาก 3 แห่ง 1.ไฟป่าที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน สังเกตได้ จ.เชียงราย อ.แม่สาย หรือ จ.แม่ฮ่องสอน การจะแก้ไขคือต้องเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน 2.การเผาพื้นที่ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการเผาสั้นๆ และ 3.การเผาป่า เพื่อการบุกรุกไล่สัตว์ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ไม่มีปัญหาเรื่องไม้เสียดสีจนเกิดไฟหรือฟ้าผ่าจนเกิดไฟลุกไหม้เหมือนในนิทาน แต่ปัญหามาจากคนทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องเผาที่นา ดังนั้นเราต้องไปพูดกับเกษตรกรอธิบายให้เข้าใจว่า เผาไปแล้วส่งผลกระทบอะไร ส่วนการบุกรุกป่า เจ้าหน้าที่ต้องปิดป่าเอาไว้อย่าให้คนขึ้นไป อย่างไรก็ตามช่วงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงความกดอากาศสูงจะกดอากาศเอาไว้ไม่ให้แลกเปลี่ยน พอเกิดควันจึงอยู่กับที่ พื้นที่ใดเป็นหุบเขามักจะเกิดปัญหา ในการทำฝนเทียมคงไม่ได้ เพราะความชื้นต่ำ เชื่อว่า ลักษณะดังกล่าวจะกินเวลาอีกประมาณ 2-3 อาทิตย์ แล้วจะมีฝนมาช่วยให้สถานการณ์เบาบางลง แต่นั่นเป็นเรื่องของธรรมชาติ
“ปัญหาหมอกควัน หากมองเรื่องคน ผมถือว่า ยังเป็นการไม่แสดงฝีมือ ขณะนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ โดยช่วงนี้ต้องทุ่มกำลังคุมพื้นที่ที่ยังไม่เกิดไฟไหม้ และอยากให้มีคนรับผิดชอบตั้งแต่ระดับเล็กๆ คือ ให้คนในพื้นที่ขยันตรวจตราต่อเนื่อง เชื่อว่าแก้ปัญหาได้แน่นอน เวลานี้ผมมองว่า ใช้ปากทำมากกว่า ถ้าใช้มือทำน่าจะดีกว่านี้” นายปลอดประสพ กล่าว
อุตุฯเหนือเตือนรับมือพายุฤดูร้อน23-27มี.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรางนงานว่า วันที่ 22 มี.ค. ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือเนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่มาปกคลุมบริเวณประเทศไทยในช่วงวันที่ 23 -27 มี.ค. ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตก โดยจะเริ่มในภาคเหนือตอนล่างก่อนในช่วงวันที่ 25 -27 มี.ค.นี้ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในช่วงระยเวลาดังกล่าว
สถานีไฟป่าดอยอินนท์เผยตั้งแต่ต้นปี55เกิดไฟป่าขึ้นแล้ว55ครั้ง
นายอดุลย์ ใจเป็ง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ตั้งแต่ต้นปี 2555 จนถึงวันที่ 21 มีนาคมมีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วรวม 55 ครั้ง มีพื้นที่ป่าเสียหายรวม 458 ไร่ โดยในช่วงเดือนมกราคมเกิดไฟป่าขึ้น 2 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 9 ไร่ เดือนกุมภาพันธ์ เกิดไฟป่า19 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 136 ไร่ และตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันเกิดไฟป่าขึ้นแล้ว 34 ครั้ง พื้นที่ป่าเสียหาย 313 ไร่
หมอกควันเชียงใหม่เริ่มคลี่คลายหลังทำฝนเทียม
นายบรรพต คันธเสน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์หมอกควันเชียงใหม่วันที่ 22 มี.ค. ดีขึ้นกว่า 2-3 วันที่ผ่านมา ผลจากการเข้มงวดสอดห้ามเผาเด็ดขาด ผนวกกับสภาพอากาศที่คลี่คลายซึ่งเป็นผลจากการทำฝนเทียมศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ที่ใช้เทคนิคโปรยสูตรเย็นบนชั้นบรรยากาศ และเทคนิคหลุมดำ เจาะสภาพชั้นบรรยากาศผกผันให้เกิดการถ่ายเทมาขึ้น จึงทำให้ปัญหาหมอกควันคลี่คลาย
แม่ฮ่องสอนนำเครื่องพ่นฝอยละอองลดหมอกควันบริเวณรพ.ศรีสังวาลย์
นายแพทย์ ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะเดียวกันมียอดผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟเข้าทำการรักษาในสถานพยาบาลทั่วทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 15,589 ราย ทั้งนี้ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ที่ 10.1 จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำเครื่องพ่นฝอยละอองน้ำ จำนวน 2 เครื่อง นำมาพ่นฝอยละอองน้ำบริเวณโรงพำยาบาลศรีสังวาลแม่ฮ่องสอน เพื่อลดปริมาณค่าฝุ่นละอองในอากาศ โดยจะดำเนินการติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน
พิษณุโลกเร่งช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยต.ท่าช้าง
นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก นำวัสดุก่อสร้าง อาทิ ไม้แป ไม้ชิงชัน สังกะสี ไปมอบให้ครอบครัวของนางลูกคิด พลอาสา อยู่บ้านเลขที่ 72/2 หมู่ 3 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมกับช่วยซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม มีบ้านเรือนเสียหายจากวาตภัยจำนวนกว่า 100 หลังคาเรือน
ศรีสะเกษภัยแล้งเริ่มคุกคามหนักชาวบ้านไม่มีน้ำดื่มกิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน 12 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ตำบลอีหล่ำ อำเภออุทุมพรพิสัย เริ่มวิกฤตหนัก ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ ได้รับผลกระทบเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะสวนพริกของชาวบ้าน ขาดน้ำไปหล่อเลี้ยง ส่งผลให้ลำต้นเหี่ยวเฉาและยืนต้นตาย เสียหายย่อยยับไปหมดทั้งสวน เนื่องจากบ่อน้ำที่มีอยู่แห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมารดต้นพริกได้ ขณะเดียวกันชาวบ้านต้องลงทุนจ้างรถแบ็คโฮมาขุดลอกบ่อน้ำเดิม จากที่มีความลึก 3 เมตร เป็น 5 เมตร เพื่อใช้น้ำจากใต้บาดาล แต่กลับไม่มีน้ำออกมาแต่อย่างใด



